LINE เตรียมให้ความร่วมมือกับรัฐาบาลจีนในการเซนเซอร์ข้อความที่เกี่ยวกับการเมืองของจีน

ข่าวนี้ค้นพบโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวไต้หวันคนนึงได้ทำการทวีตเกี่ยวกับงานวิจัยของเค้าที่ค้นพบว่า Line มีกลไกที่คอยตรวจจับและจำกัดการใช้ข้อความบางประโยคในจีน ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้พิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือเรื่องจริงด้วยการแฮคไอโฟนเพื่อให้ได้รับ packets จาก LINE ซึ่งทำให้เกิดข้อความเตือนภาษาจีนกลางขึ้นมาว่า “ข้อความของคุณมีคำที่อ่อนไหว โปรดแก้ไขแล้วส่งอีกครั้งนึง”

หลายคนคงสงสัยแล้วว่า “คำอ่อนไหว” เหล่านั้นคือคำว่าอะไรบ้าง? คำเหล่านี้ได้แก่ เหตุการณ์นองเลือดที่จตุรัสเทียนอันเหมิน, Tank Man (ชายที่เข้าไปขวางรถถังหลังวันปราบปรามนักศึกษาที่จตุรัสเทียนอันเหมิน), ความร่ำรวยของประธานาธิบดีหู จิ่นเทาและครอบครัวที่ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ New York Times, นักโทษการเมือง, ปฏิวัติดอกมะลิ รวมถึงข้อความอื่นๆที่ถูกลบเป็นประจำเมื่อนำไปโพสต์บนอินเตอร์เน็ตของจีน

ฟีเจอร์เซนเซอร์ใน Line นี้ ปัจจุบันยังไม่ถูกเปิดใช้งานนะ แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าถ้า Line อยากจะติดตามการสนทนาของผู้ใช้ทั่วโลกก็ย่อมทำได้

นับถึงตอนนี้ LINE มีผู้ใช้ทั่วโลกทะลุ 150 คนแล้วโดยมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในจีน แอพแชทที่เป็นผู้นำก็คือ WeChat ส่วน LINE เพิ่งเปิดตัวในจีนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ช่วงเริ่มแรก Line ไม่มีการเซนเซอร์จึงถีงเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่า WeChat ในการดึงดูดผู้ใช้

อย่างที่รู้กันว่าบริการบนอินเตอร์เน็ตอย่างเฟซบุ้คและทวิตเตอร์ถูกรัฐบาลจีนบล็อคไม่ให้ใช้งาน ในขณะที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตก็ต้องคอยบล็อกและเซนเซอร์เช่นกัน มิเช่นนั้นจะถูกลงโทษถ้าหากควบคุมผู้ใช้ของตัวเองไม่ได้ การที่ฟีเจอร์เซนเซอร์ข้อความใน Line ถูกค้นพบเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า Line จะมุ่งเน้นที่จะเติบโตและเจาะตลาดจีนให้ได้

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ถ้าฟีเจอร์นี้ถูกนำมาใช้งานจริง แล้วประเทศอื่นๆที่ใช้ภาษาจีนอย่างฮ่องกงและไต้หวันจะถูกเซนเซอร์ด้วยหรือไม่? หรือฟีเจอร์นี้จะผูกอยู่กับซิมการ์ดและ IP address ของจีนเท่านั้น (Line เองก็ให้ผู้ใช้ใส่เบอร์มือถือเพื่อขอรหัสมาใส่ก่อนเริ่มต้นใช้งานครั้งแรก) หรือตัวมือถือจะทำการประมวลผลเซนเซอร์ให้เสร็จสรรพโดยไม่จำเป็นต้องส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ หรือ ‘Lianwo’ แอพไลน์เวอร์ชั่นภาษาจีนจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆไปเลย อันนี้ก็ต้องมารอดูกันค่ะว่าเค้าจะเลือกใช้วิธีไหน

VIA MICgadget