หนึ่งในมือถือแบรนด์ที่น่าจับตาที่สุดคงไม่พ้น OPPO ที่เน้นสเปคแรงในราคาที่จับต้องได้ มาวันนี้ OPPO ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในชื่อว่า OPPO N1


ทีมงาน Weekly C3 ได้รับเชิญไปงานเปิดตัว OPPO N1 สมาร์ทโฟนเรือธงซีรีย์ใหม่ที่ใช้เลนส์ N-Lens เป็นจุดขาย ที่ AOYA Exhibition Center ในกรุงปักกิ่งประเทศจีน เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา งานนี้มีทั้งบล็อกเกอร์,นักพัฒนาและสื่อจากต่างชาติมาร่วมงานราวๆ 600 คนค่ะ ใครที่กำลังมอง OPPO N1 อยู่ก็ลองศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนได้ค่ะ

Spec….แรง จอใหญ่

ดีไซน์เครื่อง OPPO N1 ก็ยังใกล้เคียงกับรุ่นที่ผ่านมา วัสดุยังคงเป็นโพลีคาร์บอเนตชิ้นเดียว เพิ่มความหรูหราด้วยขอบอลูมิเนียม งานประกอบดูแน่นหนาค่ะ ส่วนสเปคของ OPPO N1 ก็ต้องบอกว่าแรงพอตัวทีเดียวด้วย quad-core ซีพียู Snapdragon 600 ความเร็ว  1.7GHz, RAM 2 GB และชิพกราฟฟิค Adreno 320 GPU

เรียกว่ารองรับการเล่นเกมกราฟฟิคสามมิติจัดๆหรือดูคลิปความละเอียดสูงๆได้แบบไม่มีอาการกระตุกหรือหน่วงให้เห็น

ตัวเครื่องหนัก 213 กรัม ส่วนหน้าจอก็จัดเต็ม ใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว ( 337 ppi) รองรับการแสดงผล Full HD 1080p ใครที่ชอบใช้สมาร์ทโฟนมือเดียวอาจจะถือไม่ค่อยถนัด เพราะเครื่องมีความใหญ่พอสมควร

แบตเตอรี่ให้มา 3,610 mAh เรียกว่าใช้งานได้ 2 วันสบายๆถ้าไม่ได้เล่นเกมหรือดูคลิปวิดีโอมากๆ ความจุมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 16GB และ 32GB ไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้

การเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac พร้อม Wi-Fi Direct และ Wi-Fi Display , Bluetooth 4.0 LE, GPS และมี NFC ในตัว

OS

ระบบปฏิบัติการใช้ ColorOS ที่พัฒนาและปรับแต่งมาจากแอนดรอยด์ 4.2.2 Jelly bean ซึ่ง OPPO ใช้เวลากว่า 10 เดือน ใช้นักพัฒนา 243 คน เพิ่มสิทธิบัตรใหม่ๆ 43 ใบ ผ่านมือคนทดสอบกว่า 20,000 คน จนได้ออกมาเป็น Color OS

นอกจาก ColorOS แล้วทาง Oppo ยังจะมีเวอร์ชั่น CyanogenMod ที่คนชอบลง Rom แอนดรอยด์รู้ซึ่งถึงประสิทธิภาพการทำงานเป็นอย่างดี นี่ถือเป็นการร่วมมืออย่างเต็มตัวครั้งแรกกับทีมพัฒนา CyanogenMod ที่ผันตัวเองมาเปิดบริษัท Cyanogen Inc. แต่รุ่นที่ลง CyanogenMod มาให้เลยจะออกหลังจากที่ N1 วางตลาดแล้ว โดยอาจจะผลิตออกมาขายในจำนวนที่จำกัดค่ะ ส่วนใครที่ซื้อ N1 รุ่นปกติก็เอามาลง CyanogenMod ภายหลังได้ไม่มีปัญหาค่ะ

กล้องแหล่ม

กล้องถือเป็นจุดขายของ OPPO N1 เลยค่ะ เค้าพิถีพิถันและให้ความสำคัญกับกล้องมากๆ แค่กรอบของตัวกล้องอย่างเดียว ก็ใช้วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยที่ต้องผ่านขั้นตอนการผลิต 14 กระบวนการ กว่าจะผลิตได้ 1 ชิ้นต้องใช้เวลาถึง 20 วันทีเดียว นอกจากนั้นเจ้ากล้องตัวเดียวกันนี้ก็ใช้ชิ้นส่วนประกอบมากถึง 67 ชิ้นส่วน มีชิพประมวลผลสำหรับถ่ายภาพแยกมาต่างหาก ซึ่งชิพนี้ทาง OPPO ร่วมมือกับบริษัท Fujisu จากญี่ปุ่นพัฒนา มันช่วยแก้ปัญหาที่พบในกล้องมือถือทั่วไปอย่างจุดสีชมพูและปัญหาแสงฟุ้งสีม่วง

ใครที่ชอบบ่นว่าทำไมมือถือสมัยนี้ให้กล้องหน้าความละเอียดมาน้อย ถ่ายหน้าตัวเองไม่ชัดเท่ากล้องหลัง OPPO N1 เลยแก้ปัญหานี้ด้วยการทำกล้องแค่ตัวเดียว แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยเลนส์หมุนได้ สลับกล้องหน้า กล้องหลังได้ทันที รองรับการหมุนได้ 206 องศา แถมยังล็อคให้ใช้งานได้ทุกองศาการหมุน  ที่สำคัญยังตั้งค่าให้แอพถ่ายรูปทำงานได้ทันทีเมื่อมีการหมุนกล้องโดยใช้เวลาเปิดแอพแค่ 0.6 วินาทีเท่านั้น

ส่วนใครที่กลัวว่าหมุนกล้องมากๆแล้ว ข้อต่อมันจะหลวมอันนี้ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เค้าทดสอบในห้องทดลองแล้วว่ามันทนทานสามารถหมุนได้ถึง 100,000 ครั้ง หรือคิดง่ายๆเลยถ้าหมุนวันละ 40 ครั้งก้จะใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 7 ปีโดยเกลียวไม่หลวมเลยล่ะ

มาดูเรื่องรูรับแสงบ้างดีกว่า เค้าให้มากว้างถึง f/2.0 และมีชิ้นเลนส์ 6 ชิ้นแบบเดียวกับ LUMIA ของโนเกีย ถือเป็นแอนดรอยด์รุ่นแรกที่มีเลนส์ 6 ชิ้น เรียกว่าออกแบบมาให้ถ่ายรูปในที่ที่มีแสงน้อยทำได้ดี ส่วนแฟลชก็เป็น Dual LED หรือแฟลช 2 ดวงเหมือนไอโฟน 5S ดวงแรกจะยิงไปเพื่อวัดแสงก่อน ส่วนดวงที่สองจะคำนวณแสงที่เหมาะสมออกไปอีกครั้งเพื่อให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้หน้ากล้องเปิดค้างได้นาน 8 วินาที เรียกว่าเสียบกับขาตั้งกล้องถ่ายภาพไฟกลางคืนเป็นเส้นๆหรือถ่ายน้ำตกให้ได้ภาพที่แปลกตาออกไป

ลูกเล่นเพียบ

ไฮไลท์อีกอย่างของ OPPO N1 ก็คือ O-Touch หรือสั่งงานจิ้มจอจากฝาหลังได้ ซึ่งเค้าจะมี Touch Panel ขนาด 3 x 3 ซม. อยู่ตรงกลางฝาหลัง มีการพิมพ์ตารางสี่เหลี่ยมบางๆบอกไว้ ถ้าไม่เพ่งดีๆจะไม่เห็นเพราะเค้าใช้สีกลืนไปกับสีเคส เวลาใช้งานจริงไม่ต้องกลัวจิ้มผิดเพราะพื้นผิวส่วนนี้จะนูนขึ้นมาจากฝาหลังส่วนอื่นเล็กน้อยค่ะ เอานิ้วคลำๆดูก็รู้สึกได้

ลักษณะการทำงานก็คล้ายๆกับเครื่องเล่นเกม PS Vita คือสั่งงานจากฝาหลังเพื่อให้ใช้งานมือเดียวได้โดยไม่ต้องจิ้มจอ แอพที่รองรับการทำงานตอนนี้ก็มี กล้องถ่ายรูปที่จิ้มฝาหลังหนึ่งทีก็จะเป็นการโฟกัส หากจิ้มค้างไว้ก็จะเป็นการกดถ่ายรูปหรือวิดีโอ , Web browser จะใช้เป็นการเลื่อนหน้าจอขึ้นลงและซ้ายขวา , เวลาอ่าน Ebook ใช้เลื่อนเปลี่ยนหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ทาง OPPO ยังได้เตรียมชุดซอฟท์แวร์สำหรับพัฒนา (SDK) ให้คนทำแอพและเกมโหลดไปใช้ เพื่อให้แอพของตัวเองใช้งานกับ O-Touch ได้

อีกลูกเล่นนึงที่น่าสนใจก็คือ Gesture & Motion Control หรือการสั่งงานด้วยท่าทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำหน้ามือถือลงเพื่อตัดสาย, หมุนเครื่องจากแนวตั้งเป็นแนวนอนเป็นการสั่งเปิดกล้อง, เอาสองนิ้วแตะหน้าจอเพื่อควบคุม Volume เสียง และอื่นๆที่เราเคยเห็นในมือถือต่างยี่ห้อ OPPO ก็ใส่มาให้ด้วย แต่ที่ซีชอบที่สุดก็จะเป็นการสั่งงานตอนหน้าจอดับนี่แหละ ถ้าเราลากนิ้วเป็นเครื่องหมายที่ตั้งไว้มันก็จะเป็นทางลัด เปิดแอพที่ต้องการให้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอ เช่น ถ้าเราลากนิ้วเป็นวงกลม กล้องก็จะเปิดการทำงาน ถ้าเราลากเป็นตัว V ไฟฉายก็จะทำงานทันทีค่ะ

ลูกเล่นสุดท้ายคืออุปกรณ์เสริม OPPO N1 นอกจากหูฟังและที่ชาร์จแล้ว อุปกรณ์เสริมอีกชิ้นที่แถมฟรีมาให้ในกล่องก็คือ O-Click รีโมทบลูทูธสำหรับใช้งานคู่กับ OPPO N1 ขนาดมันก็ประมาณเหรียญ 10 บาทบ้านเรา เล็กกะทัดรัดห้อยกับพวงกุญแจได้สบายๆ เจ้ารีโมทตัวนี้ใช้เทคโนโลยี Bluetooth 4.0 ที่กินไฟน้อย รองรับการทำงานในระยะ 10-15 เมตร หน้าที่หลักๆของมันมีอยู่ 3 อย่าง อย่างแรกก็คือใช้เป็นรีโมทกล้องถ่ายรูป ส่วนข้อสองก็คือ ส่งสัญญาณไฟกะพริบช่วยเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้า และสุดท้ายก็คือใช้เป็นรีโมทสำหรับหาเครื่อง สมมติว่าคุณลืมมือถือไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ตรงไหน แค่กดปุ่มรีโมท เครื่องก็จะสั่นและส่งเสียงร้องออกมา

วางขายเมื่อไหร่? 

OPPO N1 มีสองสีให้เลือกคือสีขาวและสีเทาเงิน(ด้านหลังจะมีพิมพ์ลาย) สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,498 หยวนหรือประมาณ 17,500 บาท ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์แถวหน้าจากจีนที่มีราคาสูงสุดเลยล่ะ เค้าเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วที่จีนโดยจะได้รับเครื่องเดือนตุลาคม ส่วนบ้านเราจะเข้ามาช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ