ผู้ผลิตรถยนต์หลายๆค่ายต่างก็พยายามอย่างหนักในการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

หนึ่งในนั้นก็คือค่าย Ford ที่ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ  Fusion hybrid research vehicle เทคโนโลยีที่ช่วยเหลือคนขับภายในรถยนต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ ล่าสุดนี้ทาง Ford ได้พัฒนาเทคโนโลยีใส่เข้าไปอีกตัวเพื่อให้รถยนต์สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ด้วยตัวเอง  ระบบใหม่นี้จะเป็นเทคโนโลยีแบบกึ่งอัตโนมัติ ด้วยการทำให้รถยนต์สามารถรับรุ็ถึงสิ่งกีดขวางบนถนนและหลบหลีกได้อัตโนมัติ มันถูกออกแบบมาให้พวงมาลัยหมุนโดยอัตโนมัติเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง ต่อจากนั้นระบบเบรคก็จะทำงานอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการชน

นอกจากสิ่งกีดขวางบนท้องถนนแล้ว Ford บอกว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยไม่ให้รถชนในกรณีที่คันหน้าเหยียบเบรคหยุดกะทันหัน หรือชนรถคันหน้าที่ขับด้วยความเร็วช้ากว่ารถของเรา โดยระบบจะทำหน้ายึดการควบคุมพวงมาลัยจากคนขับทันทีเมื่อมันตรวจพบสิ่งกีดขวางโดยที่คนขับไม่ต้องทำอะไรเลย เทคโนโลยีนี้ถือเป็นหลักไมล์สำคัญของ Ford ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Fords Blueprint for Mobility ที่แสดงวิสัยทัศน์ของเทคโนโลยีอัตโนมัติและการใช้งานได้จริง

หลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้ก็คือการใช้เรด้าร์ 3 ตัว, เซนเซอร์อัลตราโซนิคและกล้องที่สามารถสแกนถนนด้านหน้าได้ไกลถึง 196 เมตร เมื่อระบบตรวจจับเจอสิ่งกีดขวางเบื้องต้นก็จะส่งสัญญาณไฟเตือนคนขับก่อน ต่อจากนั้นก็จะมีสัญญาณเสียงตามมา และระบบจะทำการควบคุมรถโดยอัตโนมัติหากคนขับไม่ได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ โดย Ford ได้ทำการสาธิตเทคโนโลยีหลบสิ่งกีดขวางนี้ด้วยการใช้ Ford Focus ในการทดสอบที่ความเร็วมากกว่า 38 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 61 กิโลเมตร/ชั่วโมงผลพบว่าระบบทำงานได้อย่างดีเยี่ยม

เซนเซอร์ที่ใช้ในระบบนี้ถือเป็นต้นแบบสำหรับรถยนต์อัตโนมัติไร้คนขับในอนาคต