เราเห็นการใช้อัตลักษณ์ของคนมาใช้ยืนยังตัวตนกันหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือ, ม่านตา, ใบหู และล่าสุดที่กำลังจะมีให้ใช้กันก็คือ เสียงนี่แหละค่ะ

SlickLogin ก็คือบริษัท Start-up ที่นำเสนอนวัตกรรมใหม่ในการใช้เสียงมาปลดเล็อคแทนรหัสผ่านที่เป็นตัวหนังสือแบบเดิมๆ ล่าสุด Google ก้ได้ทำการคว้าตัว ซื้อบริษัทนี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่น่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายักษ์ใหญ่เตรียมเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบยืนยันตัวตนมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

รหัสผ่านแบบตัวหนังสือที่เราใช้กันทุกวันนี้แม้จะได้รับความนิยม แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่มาก ซึ่งมันมักจะตกเป็นเป้าหมายของการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต ด้วยการใช้โปรแกรมง่ายๆอย่าง keylogger ในการดักจับสิ่งที่คุณพิมพ์ ในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นถึงความพยายามลดการใช้งานรหัสผ่านประเภทนี้ด้วยการนำ biometric ที่ปลอมแปลงได้ยากมาช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน

อีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้กันก็คือ การล็อกอินแบบใหม่ที่มีชื่อว่า two-step authentication หรือการใช้รหัสผ่านสองชั้น หลักการของ SlickLogin ก็จะคล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงที่ต้องมีอุปกรณ์ชิ้นที่สองร่วมด้วย ในกรณีนี้ก็คือสมาร์ทโฟน ซึ่ง SlickLogin จะใช้องค์ประกอบของเสียงมาเพิ่มระดับความปลอดภัยในการล็อกอินแต่ละครั้ง

หลักการทำงานก็คือเว็บไซต์ไหนที่สนับสนุน SlickLogin ก็จะส่งเสียงที่หูคนเราเกือบจะไม่ได้ยินออกมาทางลำโพงของคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนก็จะทำหน้าที่รับเสียงเหล่านี้และทำการวิเคราะห์ออกมา หลังจากนั้นก็จะส่งข้อความไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่ออนุญาตให้ล็อกอินเข้าไปใช้งานได้

SlickLogin บอกว่าเสียงที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นจะมีลักษณะเฉพาะตามผู้ใช้แต่ละคน จึงไม่สามารถแอบบันทึกแล้วมาเล่นภายหลังเพื่อปลดล็อคภายหลังได้แม้จะเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันก็ตาม จึงมั่นใจได้ว่าใช้งานได้อย่างปลอดภัย

แน่นอนว่าการทำงานน่าสนใจอย่างนี้ ทางกูเกิลก็เลยจ่ายเงินซื้อตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง SlickLogin ก็ได้ประกาศถึงเรื่องนี้เอาไว้บนหน้าเว็บไซต์ของตัวเองด้วย ซึ่งทั้งคู่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการในอนาคตที่จะทำร่วมกัน แค่ก็คาดว่ากูเกิลจะนำระบบนี้มาใช้กับบริการของตัวเองในเร็วๆนี้