Project Ara มือถือแบบถอดประกอบเริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แถมเราอาจจะได้ใช้มันเร็วกว่าที่คิด

6932602-projekt-ara

ATAP ทีมงานของ Motorola เริ่มเปิดเผยไอเดียสมาร์ทโฟนประกอบเองเมื่อราวๆ 4 เดือนก่อน ตั้งเป้าให้ลูกค้าสามารถสร้างมือถือที่ตรงกับการใช้งานของตัวเองได้โดยซื้อชิ้นส่วนที่ต้องการมาประกอบเข้ากับเฟรมหลัก อยากได้หน่วยความจำเยอะๆ ถ่ายรูปสวยๆ ก็ทำได้ตามใจชอบในงบที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณขยะ เพราะเลือกอัพเกรดเฉพาะชิ้นส่วนที่ต้องการไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ทั้งเครื่อง

แต่หลังจากที่ขาย Motorola ให้ Lenovo แล้ว โปรเจคนี้ก็ถูกโยกมาใต้การดูแลของกูเกิลแทน ซึ่งกูเกิลก็เริ่มเดินหน้าโปรเจคนี้เต็มที่ หลังจากที่มีการกำหนดงานประชุมสำหรับนักพัฒนาในเดือนเมษายนนี้แล้ว รวมถึงเปิดตัวเว็บไซต์อย่างเป็นทางการให้ผู้ที่สนใจเข้าไปอ่านรายละเอียด ทาง Paul Eremenko ผู้รับผิดชอบโปรเจคนี้ได้เปิดเผยรายละเอียดมากขึ้น ของแผนการต่างๆโดยเฉพาะเรื่องกรอบเวลา Eremenko บอกว่าทางทีมงานตั้งเป้าที่จะผลิตตัวเฟรมหลักของเครื่องในราคา $50 หรือประมาณ 1,650 บาท โดยจะทำจากอลูมิเนียมเพื่อความแข็งแรง ประกอบด้วยจอและต่อ Wi-Fi ได้เท่านั้น ซึ่งเฟรมนี้จะสามารถนำมาต่อกับโมดูลต่างๆที่ถอดประกอบด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เช่น กล้อง แบตเตอรี่

google_ara-720x420

นอกจากนี้ Eremenko ยังพูดถึง “mobile kiosks” สถานที่ที่ช่วยให้คุณสร้างมือถือของตัวคุณเองได้ พร้อมกับผู้ช่วยเสมือนจริงมาวิเคราะห์ฟีดบนสื่อสังคมออนไลน์ของคุณเพื่อช่วยแนะนำโมดูลที่ต้องการ สมมตว่าคุณเป็นคนชอบถ่ายภาพแล้วทำการโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำ เจ้าผู้ช่วยนี้ก็จะแนะนำโมดูลกล้องให้ แต่ถ้าคุณชอบถ่ายรุปในสภาพที่แสงน้อยมันก็จะระบุเฉพาะเจาะจงเข้าไปอีก แนะนำโมดูลกล้องที่เหมาะกับสภาพแสงน้อยๆให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

ทางกูเกิลเองได้จับมือกับ NK Labs ในการเตรียมพร้อมเครื่องมือด้านเครื่องยนต์กลไก, ไฟฟ้าและซอฟท์แวร์สำหรับโปรเจคนี้ เสริมทัพด้วยบริษัท 3D Systems ในการช่วยพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงที่ช่วยพิมพ์เฟรมของเครื่องออกมา

สิ่งที่หลายคนสงสัยอยู่ก็คือกูเกิลจะพร้อมวางจำหน่าย Project Ara ได้เมื่อไหร่ ทาง Eremenko บอกว่าโปรเจคนี้เดินหน้าได้ไวกว่าที่คิด ทางทีมวิศวกรรพัฒนาตัวต้นแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งจะเปิดตัวให้เห็นกันภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนเวอร์ชั่นขายจริงนั้นคาดว่าอาจจะเป็นช่วงไตรมาสแรกของปี 2015 ค่ะ
VIA digitaltrends