แม้รถยนต์ไร้คนขับจะมีประโยชน์ตรงที่ช่วยให้ขับได้ปลอดภัยขึ้น แต่ล่าสุดFBI เตือนว่าอาชญากรอาจนำรถยนต์ไร้คนขับไปใช้เป็นอาวุธก่อเหตุร้ายได้

62c91d08-35e8-4dbe-bd22-ed6000268dc9-460x276

 

รถยนต์ไร้คนขับของกูเกิล แม้จะยังเป็นแค่รถต้นแบบอยู่ซึ่งทาง FBI เชื่อว่ามันจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการขับรถไล่ล่าผู้ร้ายด้วยความเร็วสูงจะปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ทาง FBI ก็ยังมองเห็นภัยคุกคามอีกด้าน ที่รถไร้คนขับอาจจะถูกนำมาใช้เป็นอาวุธก่อหเตุได้

ในรายงาน public records request ของ FBI ทำนายว่าเมื่อรถยนต์ไร้คนขับออกสู่ตลาดมันจะเปลี่ยนทั้งการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงมาพร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาเกี่ยวกับสิ่งที่รถคันนี้ทำได้  รถยนต์ไร้คนขับจะใช้เลเซอร์และเซนเซอร์ต่างๆคอยวัดระยะ รวมถึงมีกล้องวิดีโอและเทคโนโลยี GPS เอาไว้สร้างแผนที่สามมิติของสิ่งที่อยู่รอบๆคันรถ ถนน, อาคาร, คนเดินเท้าและรถคันอื่นๆ มันสามารถตั้งโปรแกรมให้พาไปยังจุดหมายได้ปลอดภัยโดยไม่ชนอะไรเลย

ในหัวข้อ Multitasking เค้าชี้ให้เห็นว่าเหล่าร้าย งานที่ต้องเดิมทีใช้สองมือบังคับและตามองถนนตลอดเวลาจะไม่จำเป็นอีกต่อไป เค้ายกตัวอย่างเช่น การลอบยิงเหยื่อจากบนรถ ที่เดิมทีต้องอาจจะต้องใช้ทีมงานสองคน ต่อไปก็ลงมือคนเดียวได้เพราะรถขับเองไม่ต้องคอยบังคับ ,การขับรถสะกดรอยตามเป้าหมายง่ายขึ้น, หากคนร้ายสามารถแฮคระบบให้รถวิ่งโดยไม่สนใจไฟจราจรหรือทำความเร็วได้เกินกว่าที่จำกัดไว้ (ตอนนี้ตั้งไว้ที่ 40 กม./ชม.) ก็อาจนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำคาร์บอมบ์ได้

FBI เชื่อว่า รถยนต์ไร้คนขับต้องผ่านกฎหมายและความเห็นชอบจากสภาก่อนถึงจะนำมาใช้งานจริงบนท้องถนนได้ ซึ่งเราจะได้เห็นแน่ๆภายในเวลาไม่เกิน 5 – 7 ปีข้างหน้า

VIA theguardian