สมัยก่อนเวลาเราจะเชื่อมต่อส่งข้อมูลจากอีกเครื่องไปอีกเครื่องนึงสิ่งที่ไม่พ้นคือสาย Data ที่จะคอยส่งข้อมูลต่างๆ ไปยังสู่อุปกรณ์ที่เราต้องการ

1413442814908

แต่วิธีนี้สำหรับปัจจุบันเริ่มที่จะกลายเป็นสิ่งที่คนเราคิดว่า ยุ่งยากสายที่จะต่อเชื่อมข้อมูลเข้าหากันดูจะเยอะ หากต้องการเชื่อมต่อกันทีสองถึงสามเครื่อง สายคงโยงกันเป็นเถาวัลย์    Seagate     เลยลงมือทำการตลาดเพื่อสนองปัญหาที่เกิดขึ้นให้ใช้สบายและสะดวกยิ่งขึ้นกว่าแต่เดิม    เลยส่งเจ้า Seagate Wireless Plus ฮาร์ดดิสก์ไร้สายตัวที่สองลงสู่ตลาด หลังจากที่ปล่อยให้รุ่นพี่อย่างเจ้า Goflex ครองตลาดได้สักพักใหญ่ๆ ตามคอนเซปที่ว่า Mobile Wireless Storage

seagate_wireless_central

แต่การมาใหม่ในครั้งนี้ Seagate ใจป้ำทุ่มทุนสร้างขยายฐานการผลิตเต็มที่โดยการเพิ่มความจุเข้าไปอีก 1 เท่าตัวจากเดิม 500 GB. มาเป็น 1 TB. สนองความต้องการผู้ใช้ได้อย่างล้นหลาม ทั้งโหลดหนัง เพลง รูป ไฟล์เอกสารต่างๆคือเอาง่ายๆ คือใส่จนลืมว่าตอนนี้เหลือเนื้อที่เท่าไร

dsc09505

ลักษณะรูปทรงการใช้งานของเจ้า Wireliess Plus  ตัวนี้การใช้งานคล้ายกับ External Harddisk แต่ตัวเครื่องออกจะดูหนากว่าไม่มากเพราะภายในตัวเครื่องมี  Battery  แบบ  Lithium Ion  บรรจุอยู่ อีกทั้งยังใส่ระบบ Wi-fi สำหรับรับส่งข้อมูลแบบไร้สายไปยังตัวเครื่องทันทีที่เชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็น  Laptop , Pc   โดยเฉพาะหากเป็นพวก  Smartphone  ในระบบ – Android , IOS จะมี App ที่ชื่อว่า Seagate Media คอยช่วยเสริมระบบที่ส่งผ่านจาก Wireless Plus  มาถึงเ ครื่องได้แบบไร้สายทันที

PhotoGrid_1413443436645

สเปคและหน้าตา Wireless Plus

1. Wireless Plus  มาพร้อมด้วยการส่งและรับข้อมูลด้วยระบบ Wi-Fi แบบ 802.11 b/g/n (รองรับ WPA Security) และสามารถสตรีมมีเดียไฟล์ได้พร้อมๆกันหลายๆ Device ระยะห่างจากตัวเครื่องส่งไปยังจุดรับนั้นประมาณเมตรห้าสิบโดยประมาณ

2. บรรจุขนาดเนื้อที่มาด้วยจำนวนทั้งหมด 1 TB. และขนาดบอร์ดี้คือ กว้าง 3.5 มิลลิเมตร ยาว 127  มิลลิเมตร และน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 272 กรัม

3. ฮาร์ดดิสก์ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.0 และฮาร์ดดิสก์ยังมาพร้อมระบบ Seagate G-Force Protection สำหรับการป้องกันการตกกระแทกระหว่างใช้งาน บริเวณด้านซ้ายยังมีช่อง DC In สำหรับเชื่อมต่อกับ Adapter ไฟบ้านเพื่อชาร์จพลังงาน ส่วนด้านขวามือจะเป็นปุ่มกดเพื่อเปืด-ปิดฮาร์ดดิสก์

4. Battery ภายในตัวเครื่องนั้นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องราว 5 ชั่วโมง และแสตนบายการใช้งานได้ถึง 25 ชั่วโมง

5. แถบไฟการทำงานตรงสัญลักษณ์มุมขวาล่าง ด้านซ้ายนั้นจะเป็นไฟแสดงถึงสถานะแบต เขียวเต็ม ส้มกำลังชาร์จไฟ ส้มเข้าไปจนถึงแดง แบตใกล้หมด ต่อมาด้านขวาเป็นไฟแสดงสถานะของ Wi-Fi เขียวแสตนบาย ฟ้ากำลังเชื่อมต่อ เขียวกระพริบเชื่อมต่อเรียบร้อยพร้อมการใช้งาน

Seagate-Wireless-Plus-300ppi_575px

การใช้งานและการส่งและรับข้อมูลของ สามารถแบ่งการทำงานออกได้ทั้งหมด 3 ระบบใหญ่ ได้แก่

1. การเชื่อมต่อกับ Laptop , PC หรือ Mac Book ต่างๆ โดยผลิตภัณฑ์ที่ว่านั้นจะเชื่อมเข้ากับ Wireless Plus  ด้วยระบบ Wi-Fi หลังจากที่เชื่อมสัญญาณกันเสร็จ ทั้งสองจะคอยทำหน้าที่ทั้งรับและส่งข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการทำงานผ่านหน้า Web Browser

2. การเชื่อมต่อการทำงานแบบใช้สายผ่าน Port USB 3.0 ลักษณะการใช้งานคล้ายคลึงกับการใช้ External Harddisk คือจับลากใส่หรือลากข้อมูลใส่เข้าหากัน สามารถทำความเร็วส่งไฟล์ลงได้ประมาณ 22-25MB/s อีกทั้งยังสามารถอัพโหลดแบบไร้สายได้อีกด้วย ในส่วนของการเชื่อมผ่าน Mac นั้นทาง Seagate ได้ใส่โปรแกรม Paragon NTFS มาให้ฟรีๆ เพราะฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ได้รับการฟอร์แมตมาในรูปแบบ NTFS ซึ่งเป็นฟอร์แมตของ Windows และซอฟต์แวร์ Paragon NTFS จะช่วยให้ Wireless Plus  สามารถเข้าใช้งานร่วมกับแมคได้ครบทุกฟังก์ชัน

3. การเชื่อมต่อเข้ากับ Smart Device ต่างๆ เช่น Smartphone , Tablet , Ipad  และรอบรับการทำงานผ่าน App Seagate Media ที่จะคอยทำหน้าที่บอกถึงหมวดหมู่ที่เราต้องการใช้ได้อย่างสบาย เช่น Music , Video , Document

6

หลักการทำงานและหน้าที่ในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ

ทำงานผ่านหน้า Browser เพื่อดึงข้อมูลออกมาหรือใส่ข้อมูลเข้าไปนั้นหน้าตาของ Wireless Plus จะเปลี่ยนไปจากตัวรุ่นพี่ Goflex อย่างสิ้นเชิง การจัดหมวดหมู่ดูดีมีระเบียบขึ้นมาก ใช้งานง่ายเข้าถึงได้สะดวกมีแถบเมนูบอกทุกอย่างทั้งค่า ไฟล์ที่ต้องการ Upload

2

ค่าคงเหลือของ Battery , ช่องเครือข่ายสัญญาณ Wi-Fi (ซึ่งจุดนี้ทาง Seagate ได้แก้จุดบอดจากตัว Goflex ที่ไม่สามารถต่อ Internet ได้ในขณะที่เชื่อม Wi-Fi ซึ่งครั้งนี้ปรับปรุงใหม่ให้สามารถเป็นท่อเชื่อม Internet เล่นได้สองระบบพร้อมกันได้แล้ว)

5

 

4

บอกจำนวน User ที่ใช้งาน    ด้านการทำงานทั้งสามระบบนี้สามารถทำงานหรือเชื่อมต่อดูหนัง ฟังเพลง ได้พร้อมกันที่หลายๆ Device  และที่ทาง Seagate โฆษณามาคือ สามารถสตรีมไฟล์หนังระดับ HD (720P) ได้มากกว่า 1 เครื่องแถมลื่นไหลด้วยซิ พร้อมทั้งยังรองรับไฟล์ Media มาตรฐานได้อีกด้วย MP3 , MP4 , Motion-JPEG

 

หรือแม้กระทั้งไฟล์หนังประเภทที่นามสกุลแปลกเช่นพวก WMA , MKV หากพวกเครื่องของผู้ใช้มี App หรือ 3rd Party โปรแกรมที่สามารถเปิดไฟล์พวกนี้ได้ Wireless Plus  ก็จะสตรีมไฟล์ดูได้เช่นกันแต่ก็ต้องแลกมากับความหน่วงและช้ากว่าไฟล์มาตรฐานด้วยความที่ไฟล์พวกนี้เป็นไฟล์ที่ Bitrate สูงก็อาจทำให้เกิดอาการหน่วงๆ กระตุก เปิดช้ากว่าชาวบ้านได้เช่นกัน สำหรับไฟล์เอกสาร Microsoft Office , iWork , PDF ก็ทำงานได้เช่นกันเดียว

63627

 

7

ส่วนทางด้านการทำงานผ่าน App Seagate Media นั้นความสามารถใน App ไม่ได้แตกต่างไปจากในคอมพิวเตอร์สามารถเข้าถึงครบทุกโหมด Music , Video , Picture  อีกทั้งยังต่อ Wi-Fi และเล่น Internet พร้อมกันทั้งสองระบบอีกด้วย และยัง Stream Video ระดับ HD 720P ได้อีกด้วย

20141015_225630_1

สรุปการทำงาน

เหมาะมากสำหรับการทำงานในปัจจุบัน เป็น Gadget ใหม่ที่ถูกออกแบบมาได้เหมาะจริงๆ ไม่ต้องไปฝากไฟล์ในเวป ไม่ต้องกลัวว่าภาพที่โหลดไปจะไปหลุดที่ไหนหรือเปล่า ต่อให้หลุดจริงก็ตามตัวได้เพราะเราจะรับรู้หมดว่าใครใช้งานร่วมกับเราอยู่ ณ. ขณะนั้น และที่สำคัญคือความสามารถที่แชร์ข้อมูลกันได้หลายๆ เครื่องพร้อมกันนี้ซิจุดขายใหญ่ของ Seagate การถ่ายโอนข้อมูลทำหน้าที่ได้ดีการแชร์การส่งลื่นไหลดี อีกทั้งที่บอกกันถึงอุปสรรคเวลาเล่นพวกกราฟฟิคหนักๆ เช่น ดูวีดีโอระดับ HD พร้อมกัน ก็ไม่พบบัญหาใดๆ กลับลื่นไหลดีอีกต่างหาก

ข้อดี

1. แชร์ข้อมูลได้พร้อมกันหลายเครื่อง

2. แก้ไขเรื่องต่อ Internet ไม่ได้ในขณะที่เชื่อมต่อ Wi-Fi

3. กลายเป็นส่วนขยายของพวก Smartphone ที่ไม่สามารถเพิ่มความจุได้

4. ใช้ Port USB 3.0 ในการเชื่อมต่อข้อมูลช่วยให้มีความถี่รับส่งสูง

5. การใส่ส่วนจัดการผ่านเว็บบราวเซอร์มาให้ ทำให้ผู้ใช้สามารถนำจุดเด่นส่วนนี้ไปประยุกต์ใช้ในการเปิดไฟล์มีเดียร่วมกับแอปฯ 3rd Party ซึ่งแอปฯ พื้นฐานไม่รองรับได้

6. มีโปรแกรมรองรับการทำงานบนระบบ Mac แถมฟรีอีกต่างหากมาพร้อมในตัว GoFlex Satellite

7. สามารถสตรีมไฟล์วีดีโอระดับ HD ได้ลื่นไหลพร้อมกันได้มากกว่า 1 เครื่อง

ข้อเสนอแนะ

1. Battery ค่อนข้างหมดไวมาก

2. ในชณะที่ชาร์จ Battery อยู่นั้นจะไม่สามารถ ใช้งานได้

3. ราคายังสูงอยู่พอควร

 

 

บทส่งท้าย

โดยส่วนตัวคิดว่าน่าซื้อติดตัวไว้ใช้แน่นอนหากมีโอกาส เพราะคิดว่าสะดวกไม่ต้องพกสายให้เยอะ สายเดียวก็พอแล้วหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เทคโนโลยีจัดการในตัวให้เสร็จจบทีเดียว แต่ติดตรงเรื่องเราคาหากราคาไม่เกินซัก 4,500 บาท  (ถ้าเป็นไปได้) คิดว่ากำลังสวยและผู้บริโภคน่าจะหันมามองกันเยอะขึ้นเลยทีเดียว

Via: Seagate.com , Youtube , Notebookspec.com , Google, Engadget

ผู้เรียบเรียง : NuTty m00yAi