OPPO N1 นั้นถือว่าได้รับการยกย่องจากสื่อต่างๆ ทั้งนิตยสาร Stuff และ Cnet ว่าเป็นสมาร์ทโฟนแห่งนวัตกรรมของปี 2013 เรียกว่าใส่มาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะเรื่องกล้องถ่ายรูป จนทำให้กลายเป็นอีกแบรนด์ที่ต้องจับตา

IMG_1414

เมื่อจะออกรุ่นถัดมา ก็ย่อมเป็นที่สนใจว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆอะไรบ้าง  ปีนี้ OPPO รุ่นใหม่ๆที่จะวางขาย นั้นจะพร้อมกับแนวคิด “Design for Life” ออกแบบสำหรับการใช้ชีวิต เรียกง่ายๆว่าศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ว่าต้องการอะไร แล้วพัฒนาใส่ไปในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและการออกแบบที่ลงตัว

IMG_1409

วางตำแหน่งชัดเจน….เน้นถ่ายรูปแบบมืออาชีพ

เรื่องแรกที่ผู้บริหารพูดถึงสิ่งแรกบนเวที ก็คือ จุดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ก็คือกล้องหมุนได้ สลับเป็นกล้องหน้ากล้องหลัง ก็ได้ภาพที่ชัดและความละเอียดเท่ากัน ถูกใจคนที่ชอบเซลฟี่สุดๆ

ตัวกล้องของ N3 ฉลาดขึ้น จากเมื่อก่อนเวลาเราจะสลับการใช้งานก็ต้องเป็นแบบแมนนวลคือใช้มือเราเองนี่แหละหมุนเอา แต่ N3 นั้นจะ เพิ่มลูกเล่นใหม่กล้องหมุนเองได้ เวลาที่กดปุ่มสลับเป็นกล้องหน้า ตัวเครื่องจะหมุนกล้องให้เองอัตโนมัติ ความไวนั้นถือว่าต้องยกนิ้วให้เลย ใช้เวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง ส่วนองศาการหมุนก็เพิ่มขึ้นเป็น 206 องศา ช่วยให้สร้างสรรค์ภาพถ่ายในมุมมองมองแปลกได้หลายหลายขึ้น

IMG_1407

นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถสั่งหมุนกล้องได้โดยไม่จ้องไปบิดหมุนเอง  แค่เปิดแอปถ่ายรูปขึ้นมา

อยากหมุนกล้องเมื่อไหร่ก็ให้เอานิ้วแตะนิ้วที่หน้าจอ แล้วค่อยเลื่อนจากบนลงล่าง กล้องก็จะค่อยๆหมุนมาด้านหน้า อยากหยุดเมื่อไหร่ก็ยกนิ้วออก หรือจะสั่งงานผ่านเซนเซอร์สแกนนิ้วมือที่อยู่ด้านหลังก็ได้เหมือนกัน แต่สองวิธีนี้ไม่เหมาะกับการถ่ายแบบที่ต้องใช้ความไวนะ เพราะกล้องมันจะหมุนแบบช้าๆ หมายความว่าคุณอาจจะพลาดวินาทีสำคัญได้

IMG_1359

ในเรื่องของความละเอียดนั้นยังอยู่เท่าเดิมคือ 16 ล้านพิกเซล แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นไก็คือใช้เซนเซอร์ CMOS ที่ใหญ่ขึ้นเป็น 1/2.3 ช่วยให้รับแสงและถ่ายรูปได้สมบูรณ์ขึ้น เรียกว่าใหญ่เทียบเท่ากับกล้องคอมแพคหลายๆรุ่นทีเดียว

ตัวชิ้นเลนส์เองก็ได้ Schneider Kreuzach หนึ่งใน Top 3 จากประเทศเยอรมันมาผลิตให้ รับประกันได้ว่ารูปที่ถ่ายออกมาจะให้สีที่คมชัดสมจริง

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ ซอฟท์แวร์ด้านการถ่ายภาพ OPPO ก็ต่อยอด พัฒนา PI 2.0 ให้โดนใจคนที่ชอบถ่ายรูปมากขึ้น ไม่ว่าจะโหลดการถ่ายรูปแบบมือโปร ปรับแต่งค่าต่างๆได้เหมือนกล้อง DSLR

ปรับรูรับแสง/ความเร็วชัตเตอร์/ไวท์บาลานซ์ แถมยังบันทึกภาพเป็นไฟล์ RAW สำหรับนำไปแต่งต่อในคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอย่าง Lightroom

 

ส่วนโหมดที่น่าสนใจอื่นๆก็มี

– โหมด Ultra HD ขยายความละเอียดได้เป็น 64 ล้านพิเกซล (มากกว่า Find 7 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ทำไว้ 50 ล้านพิกเซล) ขยายภาพไปทำโปสเตอร์หรือบิลบอร์ดได้สบายๆ

– Vertical Panorama โหมดนี้จะเ็นการถ่ายรูปพาโนรามาแนวตั้ง โดยใช้ประโยชน์จากล้องหมุนเองได้

– โหมด Super Macro สำหรับถ่ายสิ่งของหรือวัตถุเล็กๆ และแมลง

– โหมดถ่ายก่อนแล้วค่อยเลือกโฟกัสที่หลัง ช่วยให้หมดปัญหาภาพเบลอ

 

เห็นฟีเจอร์หลายๆอย่างคง้องบอกว่าอาจจะทำให้หลายคนๆเปลี่ยนใจ เลิกพกกล้อง DSLR เพราะ OPPO N3 สามารถทำงานได้ระดับใกล้เคียงกัน ต่างที่ความสะดวกและไม่ต้องแบกน้ำหนักเยอะๆ

IMG_1370

สเปค

ใครที่ชอบบ่นว่า N1 เครื่องใหญ่ไปทำให้จับไม่ถนัด ทาง OPPO เองก็เข้าใจถึงหัวอกผู้ใช้ รุ่นใหม่ก็เลยปรับให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงกว่า N1 ทำให้ใช้งานมือเดียวได้ถนัดขึ้น

หน้าจอเล็กลงจาก 5.9 นิ้วเหลือแค่ 5.5 นิ้ว กะจกปิดหน้าจอเป็น Gorilla Glass 3 ที่ชัดแจ๋ว แถมยังทนทานป้องกันรอยขีดข่วนต่างๆได้เป็นอย่างดี หน้าจอจับการสัมผัสได้ดีขึ้น ใช้งานได้แม้จะมือเปียกน้ำเปียกเหงื่อหรือจะใส่ถุงมืออยู่ ซีพียูที่ใช้เป็น Qualcomm Snapdragon 801 ควอดคอร์ , RAM 2GB พื้นที่เก็บข้อมูล 32 GB

สนนราคาขายอยู่ที่ $649 หรือประมาณ 21,100 บาm โดยจะเริ่มวางขายในจีน, ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงออสเตรเลีย, บังคลาเทศ, อียิปต์, อินเดีย และ UAE เรียกว่า OPPO ตอนนี้เริ่มมองไกลไปถึงตลาดระดับโลกแล้ว

 

ดีไซน์

การออกแบบนั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก “Skyline” หรือเส้นขอบฟ้า ขอบด้านบนและล่างออกแบบให้มีความโค้งมน รับกับฝ่ามือ นอกจากนั้นเวลาที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ก็จะมีแสง Skyline Notification 2.0 สว่างวาบขึ้นมาเพื่อให้คุณเห็นได้จากทุกมุมมอง ซึ่งแสงนี้เลียนแบบแสงออโรราจากขั้วโลกค่ะ

 

VOOC

เทคโนโลยีโดนอย่าง VOOC จาก Find 7 ก็ถูกส่งต่อมายัง N3 มันสามารถช่วยให้ชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็มได้เร็วที่สุดในโลกตอนนี้ ชาร์จแค่ 30 นาทีก็ได้แบตเตอรี่ถึง 75% หรือชาร์จแค่ 5 นาที ก็สามารถใช้งานคุยสายต่อเนื่องได้ถึง 2 ชั่วโมง ทีเด็ดอยู่ที่อแดปเตอร์นั้น ย่อขนาดให้เล็กลงจาก Find 7 ช่วยให้พกติดตัวได้สะดวกขึ้น

 

O-click 2.0

ในส่วนของรีโมท O-Click นั้น OPPO ก็อัพเกรดความสามารถให้ทำงานได้หลายหลายยิ่งขึ้นฟังก์ชั่นเดิมๆก็ำได้อยู่ ทั้งเป็นรีโมทกล้องหรือเป็นพวงกุญแจบลูทูธส่งสัญญาณเตือน กันลืมมือถือทิ้งไว้ ฟีเจอร์ใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาก็คือ สั่งให้กล้องหมุนได้ , ใช้เป็นบลูทูธรับสายโทรเข้า รวมถึงใช้เป็นรีโมทควบคุมการเล่นเพลงบน N3

 

ทั้งหมดนี้เป็นฟีเจอร์การทำงานสำคัญที่มาพร้อมกับ OPPO N3 เดี๋ยวเข้าไทยเมื่อไหร่ทาง Dailygizmo รีวิวแบบจัดเต็มแน่นอน