ราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้โอกาสในการจับจองเป็นเจ้าของทำได้ยากขึ้นตามไปด้วย แต่ผู้ประกอบการค้าทองคำ ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบการออมทอง เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย วันนี้เราจะไปเทียบฟอร์มโปรแกรมออมทองของแต่ละเจ้ากัน ว่ามีจุดขายกันอย่างไร

1.ฮั่วเซ่งเฮง ร้านทองเจ้าใหญ่สุดในไทย

ร้านทองเบอร์ 1 ของประเทศ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 60 ปี ก็มีโปรแกรมออมทองนะ หลายคนอาจไม่รู้ โดยลักษณะการออมของเค้า มีให้เลือก 2 แบบ คือการเลือกออมตามใจ เป็นรายวัน อันนี้ใครเชี่ยวชาญมีความรู้เรื่องทอง และจับจังหวะราคาดีๆ น่าจะชอบ เพราะสามารถเก็บได้ในช่วงที่ราคาต่ำๆ เลือกเวลา และราคาซื้อขาย ตามราคาสมาคมค้าทองคำ ผ่าน Line @hshsocial หรือ Line Today Money และชำระเงินผ่าน Mobile Application ธนาคาร และรองรับการชำระเงินแบบพร้อมเพย์

อีกรูปแบบคือการออมแบบรายเดือน เหมาะสำหรับคนที่รักการออม และต้องการซื้อทองอย่างสม่ำเสมอ ซื้อทองคำสะสม เดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันทำการที่ 2 ของเดือน โดยจะตัดผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ทุกวันทำการที่ 1 ของเดือน ทั้ง 2 แบบ สามารถเริ่มออมได้จากยอดออมขั้นต่ำ 1,000 บาท

โดยจะขายได้เมื่อออมทองมาแล้ว 3 เดือนขึ้นไป และหากต้องการแลกรับทอง ต้องออมทองคำให้ได้ 1 สลึงขึ้นไป โดยจะมีค่ากำเหน็จ
รายละเอียด https://www.huasengheng.com/goldsaver#gscheck

2.โกลเบล็ก ไถ่ถอนได้ไม่เสียกำเหน็จ

บริษัทย่อยของ “โกลเบล็ก กรุ๊ป” บริษัทหลักทรัพย์ ก็มีโครงการออมทองเช่นกัน โดยจะใช้วิธีการเฉลี่ย ซื้อทองคำสะสม แบบรายเดือน ทำได้โดยเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง และสัญญาออมทอง มีรอบสัญญารวม 12 เดือน จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,500 บาท / เดือน (และเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณที่ 500 บาท โดยไม่มีกำหนดขั้นสุูง) สามารถยกเลิกโครงการออมทองก่อนครบกำหนดสัญญา โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน โดยโครงการจะตัดเงินออมทองผ่านระบบ ATS ในวันทำการแรกของเดือน เวลา 10.00 น.ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาออมทอง

สามารถขอรับทองคำแท่งคืน เมื่อสะสมครบจำนวน 5 บาททองคำ (ขั้นต่ำ 5 บาททองคำ) กรณีเหลือเศษทองคำ สามารถขายเศษทองคืน หรือซื้อเศษให้ครบเต็มจำนวน 5 บาททองคำ แม้ทองน้ำหนักจะสูง แต่มีจุดเด่นคือเรื่องฟรีค่ากำเหน็จในการของรับทองคำ

รายละเอียด https://www.globlexgold.com/product.php?pg_id=1

3.ออสสิริส เฉลี่ยเงินซื้อทองได้ทุกวัน

“ออสสิริส” ผู้ประกอบการออมทองรายใหญ่ มีวิธีการที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งคือ นำเงินของผู้ออมในแต่ละเดือนที่หักจากบัญชี มาหารเฉลี่ยเพื่อทำการซื้อทองทุกๆ วัน ช่วยให้มีการกระจายความเสี่ยงเพราะราคาทองที่เราซื้อได้ จะเป็นราคาเฉลี่ยของเดือนนั้นๆ โดยออมขั้นต่ำ 1,000 บาท/เดือน  ถึงสิ้นเดือนมีใบรับรองสถานะทองคำส่งมาทางอีเมล หากราคาทองคำครบ 1 กรัมสามารถเลือกแลกรับทองจริงได้เลย

รายละเอียด http://www.ausiris.co.th/content/index/saving.html

4.Hello Gold  ชูจุดเด่น 10 บาทก็ออมได้

สตาร์ทอัพสัญชาติมาเลเซีย ที่เข้ามาลงทุนในไทย เปิดตัวระบบไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยโดดเด่นด้วยรูปแบบการซื้อขายที่เป็นแอปพลิเคชั่น นำเงินฝากเข้า HelloGold Wallet และเริ่มใช้บริการออม และซื้อขายได้ทันที แต่จะมีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 2 % ของมูลค่าธุรกรรม เช่น 1,000 บาท ก็จะคิด 20 บาท และคิดค่าธรรมเนียมในการเก็บรักษาทองคำ 2 % ต่อปี และสามารถไถ่ถอนออกมาเป็นทองคำได้

ซึ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือ วงเงินขั้นต่ำในการออมเพียง 10 บาท และสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ต่อวัน

รายละเอียด https://www.hellogold.com/th/home/

ทั้งหมดนี้คือรูปแบบแพลทฟอร์มในการออมทองในปัจจุบัน ที่มีทั้งออมผ่านไลน์ ออมผ่านแอป และออมผ่านระบบตัดชำระเงินอัตโนมัติ โดยมีผู้ประกอบการทั้งไทย และจากต่างประเทศที่เข้ามาให้บริการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่ทำการออมทอง ก็ควรที่จะพิจารณา และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเองด้วยว่า แพลทฟอร์มไหนที่มีความเหมาะสมกับเรามากที่สุด ทั้งในเรื่องความมั่นคงของผู้ให้บริการ, การไถ่ถอนทองคำที่มีความสะดวก หรืออาจเป็นวงเงินเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก เป็นต้น