HUAWEI เผยไทยเป็นผู้นำ 5G ในอาเซียน  ตั้งเป้าสร้างอีโคซิสเต็ม 5G ในไทย หนุนให้เกิดการใช้งานจริงทุกภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และผลักดันเศรษฐกิจไทย

ไทยถือเป็นผู้นำด้าน 5G หลังจากเปิดประมูลไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่การพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้งาน 5G นั้นถือว่าเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ในเวลาแค่ 6 เดือนเราเห็นการนำ 5G ไปใช้ประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะการแพทย์ที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะการนำ AI มาใช้คัดกรองผู้ป่วยจาก CT Scan จนไปถึงรถไร้คนขับสำหรับส่งเวชภัณฑ์ ส่งผลให้ไทยสามารถควบคุมการระบาดของ COVID-19 ได้ดีเป็นอันดับต้นๆของโลก

นอกจากนั้นสถานการณ์ COVID-19 ยังทำให้พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไปหลายอย่างเพราะคนอยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้การใช้งานอินเทอรืเน็ตเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ Work From Home และการศึกษาออนไลน์ ในเรื่องของความบันเทิงมีการใช้งานบริการ Streaming/Game Online มากขึ้น การไลฟ์สดงานต่างๆจนไปถึงการใช้งาน AR/VR   สิ่งเหล่านี้ทำให้มีการใช้งานเครือข่ายมากขึ้นซึ่ง 5G จะช่วยให้การใช้งานได้ประโยชน์มากขึ้นจากคามเร็วที่สูงขึ้นกับความหน่วงที่น้อยลง

นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานสัมมนาสำหรับสื่อมวลชนภายใต้หัวข้อ“ 5G อีโคซิสเต็มและอนาคตของประเทศไทย” ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี  5G ในระดับแนวหน้าโดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ช่วยผลักดันภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในทุกด้าน

การมาถึงของ  5G  จะช่วยพัฒนาทั้งคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานทั่วไปรวมทั้งยกระดับสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยี  5G ไม่เพียงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานทั่วไป แต่จะช่วยยกระดับสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบอีกด้วยซึ่งประเทศไทยนับว่ามีความก้าวหน้าอย่างมากเพราะเป็นหนึ่งในประเทศแรกของอาเซียนที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้แล้ว

สร้างอีโคซิสเต็ม 5G

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี (ประเทศไทย) มองว่าไทยมีศักยภาพสูงโดยเฉพาะการนำไปใช้ในภาคของอุตสาหกรรม ที่จะสร้างให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สิ่งสำคัญคือการสร้างอีโคซิสเต็ม 5G โดยเน้น 4 ด้านคือ

  1. สร้างนวัตกรรมในภาคธุรกิจ สร้างบริการใหม่ๆที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งฟากของ B2C และ B2B
  2. สร้างพันธมิตรในท้องถิ่น เน้นสร้างเครือข่ายพันธมิตรให้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ทั้งผู้ให้บริการเครือข่าย, Solution Provider, ผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรม, ผู้ให้บริการด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เป็นต้น เอาความถนัดของแต่ละฝ่ายมาช่วยพัฒนา
  3. เน้นการใช้งานจริง เพื่อให้เห็นประโยชน์ที่จับต้องได้ กระตุ้นให้เกิดการใช้งานในวงกว้างขึ้น
  4. นำเคสที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลกมาปรับใช้กับประเทศไทย

ตัวอย่างการนำ 5G มาใช้ในไทย

5G ไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อเท่านั้น แต่เมื่อมาทำงานร่วมกับ Cloud ,AI และ Big data จะช่วยให้ระบบมีความฉลาดมากขึ้น นำไปต่อยอดใช้งานจริงได้ในหลายอุตสาหกรรมทั้งการผลิต , การแพทย์, บันเทิงจนไปถึงเมืองอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับประเทศไทย

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยโปรโมทภาคการท่องเที่ยวของไทย

ตัวอย่างของการนำ 5G มาโปรโมทภาคการท่องเที่ยวก็คือการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติเพื่อชมการเกษตรแบบอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ใน 3 รูปแบบพร้อมกัน ได้แก่ ช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตทางด้านการเกษตรที่ดีขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม Smart Farm และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรจากการเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น

เทคโนโลยี 5G ยังสามารถนำมาเสริมการท่องเที่ยวในประเทศได้โดยผ่านมัลติมีเดียใหม่ เพื่อสร้าง Immersive Experience สร้างคอนเทนท์โปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม หรือร้านอาหารต่างๆ ในรูปแบบ VR/AR ร่วมกับยูทูบเบอร์ชื่อดังและผู้ผลิตคอนเทนต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างประสบการณ์ Unseen Thailand ใหม่ๆ และการท่องเที่ยวที่แตกต่างให้แก่นักท่องเที่ยว เสริมการใช้ชีวิตวิถีใหม่ และยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเกิดความต้องการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

การประยุกต์ใช้ 5G เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยว

ประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยว ด้วยการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เช่น เพิ่มช่องทางการวินิจฉัยโรคทางไกลแบบ Telemedicine ให้กับแพทย์ และใช้โซลูชัน AI เพื่อช่วยแพทย์วินิจฉัยผู้ป่วยโควิด-19ได้เร็วขึ้น ด้วยมาตรฐานการคัดกรองที่ทันสมัย ร่วมกับศักยภาพของทีมแพทย์ที่มีผลงานอยู่ชั้นแนวหน้าของภูมิภาคนี้ นับว่าช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

“อีกรูปแบบการใช้งานคือการนำเครือข่าย 5G มาปรับใช้ในโซลูชั่น Smart Airport เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและช่วยให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วขึ้น” นายวรกานกล่าวสรุป

ทั้งนี้ หัวเว่ย ประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการผลักดัน 5G ในประเทศไทย เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่  การเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัล (Digital Transformation) และการสร้าง 5G อีโคซิสเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบัน หัวเว่ยเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้าน 5G ในระดับโลก ซึ่งมีลูกค้าและพาร์ทเนอร์ชั้นนำด้าน 5G ทั้งในไทยและต่างประเทศ และยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับโอเปอเรเตอร์ทุกรายในไทยในการส่งมอบเครือข่าย 5G ระดับคุณภาพที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเกิดการลงทุนและพัฒนาด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง