หนึ่งในภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในการปฏิรูปการศึกษา คือการสร้างห้องเรียนต้นแบบแห่งศตวรรษที่ 21 โดยให้แต่ละโรงเรียนไปตีโจทย์ว่าจะปรับการเรียนการสอนอย่างไร เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตและทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน

วันนี้ทางทีมงานได้มีโอกาสเยี่ยมชมห้องเรียนต้นแบบของโรงเรียนสงวนหญิง โรงเรียนประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2472 ปัจจุบันเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตั้งแต่ปีที่ 1- 6 โดยมีนักเรียนทั้งหมด 2,800 คน

ทางโรงเรียนสงวนหญิงนั้นมีการเริ่มเปิด English Program (EP) มาตั้งแต่ปี 2004 เริ่มสอนในชั้นมัธยมปีที่ 1-3 ระดับชั้นละ 2 ห้อง จุดเด่นของโครงการคือการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนในด้านต่างๆ ให้พร้อมกับศตวรรษที่ 21 ชูจุดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาควบคู่ไปกับความรู้และทักษะภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี

เด็กที่เข้าร่วมโครงการนี้คอมพิวเตอร์ประจำตัวคนละหนึ่งเครื่อง ซึ่งเครื่องนี้จะเป็นเครื่องของเด็กเองเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทุกวิชา ไม่ต้องมาจองใช้ที่โรงเรียน ไม่ต้องสลับเครื่องไปมาระหว่างที่บ้านและโรงเรียน รวมถึงฝึกความรับผิดชอบให้ดูแลรักษาของให้เป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก

คุณครูสุพรรณชาติ แปลงเงิน ครูที่ปรึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษและผู้ริเริ่มโครงการ นั้นได้ทำพูดคุยปรึกษาหารือร่วมกันทั้งครู ผู้ปกครอง รวมไปถึงนักเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในเรื่องของการจำเป็นที่นักเรียนต้องมีคอมพิวเตอร์ประจำตัวคนละเครื่อง โดยช่วงแรกนั้นทางผู้ปกครองแต่ละคนก็จะไปหาซื้อคอมพิวเตอร์มาเอง

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนสงวนหญิง ตรัยพงษ์ เข็มเพ็ชร เล่าให้ฟังว่า แนวทางการการเรียนการสอนของโรงเรียนสงวนหญิง คือ “ทันสากล-เก่งภาษา-เชี่ยวชาญเทคโนโลยี” ด้วยการบูรณาการการเรียนรู้ ผสมผสานทักษะด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะด้านความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกันผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กๆ สำหรับโครงการ EP  เด็กจะได้ฝึกทักษะด้านภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้โรงเรียนยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ อาทิ โครงการแลกเปลี่ยน ทั้งการไปเรียนซัมเมอร์ที่ประเทศสิงคโปร์และออสเตรเลีย มีการนำหลักสูตรของต่างประเทศมาสอน เพื่อให้เด็กได้สัมผัสกับประสบการณ์การเรียนการสอนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังมีการทดสอบความรู้อยู่เสมอ และผลที่ออกมาอยู่ในระดับดีเยี่ยม เรามั่นใจว่าเด็กของเราเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและผ่านคุณสมบัติที่รัฐบาลได้วางไว้อย่างแน่นอน”

ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาใช้ Macbook ของ Apple คือ เวลาที่นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานแล้วนำผลงานไปโชว์ต่างประเทศนั้นจะติดปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์โปรแกรม ไม่สามารถนำเสนอผลงงานได้ทำให้ต้องถอนตัว เพราะเด็กบางคนซื้อเครื่องเปล่าแต่เอาไปลงโปรแกรมเองทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ, โปรแกรมเสริมอย่างการพิมพ์งาน, นำเสนองานหรือตัดต่อวิดีโอ  ทำให้ทางโรงเรียนจึงต้องมองหาทางเลือกอื่นๆ

จากนั้นในปี 2005 ทางโรงเรียนจึงเริ่มตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์ Mac เนื่องจากมองเห็นข้อดีหลายด้าน เริ่มตั้งแต่ระบบปฏิบัติการที่มีความเสถียร รวมถึงมีโปรแกรมหรือแอปที่จำเป็นในการเรียนรู้มาให้ครบ ไม่ต้องไปหาลงเพิ่มทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพิมพ์งาน ตัดต่อวิดีโอ พรีเซ็นต์งาน แถมยังใช้งานง่าย มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริการหลังการขายที่ครบ ทั้งเรื่องของการช่วยแก้ปัญหาและการฝึกสอนการใช้งานให้ทั้งคุณครูและนักเรียน ส่วนทาง Apple เองก็มีหน่วยงานคอยช่วยเหลือด้านการศึกษาโดยเฉพาะ  เรียกว่าตอบโจทย์ทุกโครงการไทยแลนด์ 4.0 ที่ทางรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ หลังจากนั้นในปี 2007  นักเรียนในโครงการ EP เปลี่ยนมาใช้ Macbook ของ Apple ทั้งหมด

ห้องเรียนศตวรรษที่ 21

นอกจากอุปกรณ์ที่ทันสมัยกับการเรียนรู้แล้ว ทางโรงเรียนเองก็มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Wi-Fi ที่ครอบคลุมพื้นที่ในโรงเรียนให้กลายเป็นที่เรียนรู้ได้, ห้องคอมพิวเตอร์โครงการ EP ที่ใช้ iMac ทุกเครื่อง, เครื่องพิมพ์สามมิติเปิดให้เด็กๆสร้างสรรค์ชิ้นงานได้ตามจินตนาการ
ส่วนทางอาจารย์ผู้สอนก็ใช้ Macbook เป็นสื่อในการสอน มีการใช้ Apple TV ในการส่งภาพบนจอ Macbook ขึ้นไปบนจอในชั้นเรียน รวมถึง
มีคลาสพิเศษสำหรับเนื้อหาที่เด็กๆสนใจให้มาเรียนเพิ่มนอกเวลาปกติได้  เช่น การเรียน Coding เขียนแอปด้วย Swift, ภาษาต่างประเทศ เน้น 4 ประเทศคือ อังกฤษ จีน เกาหลีและญี่ปุ่นโดยเรียนกับคุณครูเจ้าของภาษา
นอกจากนั้นการออกแบบการเรียนการสอนก็จะเน้นไปเรื่องของการลงมือปฎิบัติจริงเพื่อสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และทักษะการแก้ปัญหา (Ploblem solving) ที่เป็นสิ่งจำเป็นในศตวรรษที่ 21 เริ่มตั้งแต่ชั้นม.1 นั้นจะเริ่มให้นักเรียนทำ Portfolio และสิ่งพิมพ์ขนาดเล็ก พอขึ้นชั้น.2 จะเพิ่มวิชา Public Speaking โดยใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างชิ้นงานเพื่อช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้การใช้หลายทักษะพร้อมๆกัน

ความเห็นของผู้ปกครอง

นายชัยยุทธ พลเสน หนึ่งในผู้ปกครองของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ EP บอกว่า ช่วงแรกนั้นทางผู้ปกครองหลายคนรู้สึกหนักใจเพราะว่าราคา Macbook นั้นค่อนข้างสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป ยิ่งเขามีลูกสาวสองคนทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่เมื่อลองศึกษาอย่างจริงจังก็พบว่า Macbook นั้นมีจุดเด่นหลายด้าน เริ่มตั้งแต่เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีแอปที่จำเป็นต่อการเรียน ติดตั้งมาให้พร้อม ทั้งพิมพ์งาน พรีเซ็นงาน ตัดต่อซึ่งช่วยให้เด็กต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ แถมแอปเหล่านี้จะมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ในด้านของความปลอดภัยนั้น Macbook นั้นจะมีไวรัสน้อยกว่า ไม่ต้องมาคอยนั่งแก้ปัญหาจนส่งผลต่อการเรียน ที่สำคัญคือความคุ้มค่าในการใช้งานซึ่งเครื่องนึงสามารถใช้งานได้จนจบมหาวิทยาลัย เมื่อเทียบกับแล็ปท็อปทั่วไปแล้วจะใช้ได้แค่ 2-3 ปีแล้วตกรุ่น ต้องจ่ายเงินซื้อใหม่

หลักจากที่ให้ลูกได้ใช้งาน คุณพ่อพบว่า “ช่วงม.1 เป็นช่วงการเรียนรู้การใช้งานต่างๆ พอขึ้นม.2 เมื่อเด็กใช้งานได้คล่องๆก็จะมาช่วยต่อยอดจินตนาการและการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ลูกสวาสามารถช่วยงานคุณพ่อ ในการใช้โปรแกรมผลิตสื่ออย่างโปสเตอร์และแอนิเมชั่นได้มีคุณภาพไม่แพ้มืออาชีพเลย และคุณพ่อมั่นใจว่าที่โรงเรียนสงวนหญิงสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับลูกๆ เมื่อเขาออกไปเจอกับคนข้างนอก เขาจะเป็นเด็กที่มีความมั่นใจและโดดเด่นกว่าที่อื่น”

ความเห็นนักเรียนในโครงการ

นอกจากนี้ทางทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องไอย์รดา จิตรอารีรักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2  และ น้องธนภัทร ศรีไทย ชั้ยมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ที่เข้าร่วมโครงการ EP

” น้องทั้งสองคนเคยใช้แล็ปท็อปรุ่นอื่นมาก่อนซึ่งการเปลี่ยนมาใช้ MacBook ก็ต้องมีการปรับตัวบ้าง ในเรื่องของคำสั่งและคีย์ลัดต่างๆ แต่เมื่อใช้คล่องแล้วทั้งคู่รู้สึกว่าใช้งานง่ายกว่าระบบปฏิบัติการอื่น

ตัวระบบปฎิบัติการมีความลื่นไหล พกพาสะดวก รวมถึงตอบสนองการทำงานได้ครบ แถมยังมีไวรัสน้อย ส่วนโปรแกรมในเครื่องนั้นมีครบสามารถใช้งานได้ตอบโจทย์ความคิดสร้างสรรค์

ในฟากของการเรียนก็ช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดจำนวนหนังสือเรียน เพราะหนังสือหลายวิชาอยู่ในรูปแบบไฟล์ PDF, การบ้านก็ให้มาเป็นไฟล์ ทำงานร่วมกันผ่านออนไลน์ได้ การทำงานกลุ่มง่ายขึ้น สามารถรับส่งไฟล์ได้ผ่าน AirDrop ไม่ต้องเสียเวลาส่งเมลไปมา

แม้จะใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักแต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ทิ้งทักษะการเขียน  อีกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญและแบ่งเวลาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นปัญหาต่อการเรียนและการใช้ชีวิตเลย ตอนนี้รู้สึกชื่นชอบและมีความสุขกับการเรียนด้วย MacBook มากๆ”