Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟท์แวร์ของ Apple ให้สัมภาษณ์กับ Fast Company เผยรายละเอียดความปลอดภัยของ Apple Intelligence ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ AI

ปัญญาประดิษฐ์ถือเป็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมตอนนี้ เมื่อหลายๆบริการเริ่มนำมาใช้มากขึ้น แต่สิ่งที่ถูกเถียงกันก็คือเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้จะมั่นใจได้อย่างไรว่าบริษัท AI ขนาดใหญ่ที่หิวโหยข้อมูลจะไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้

เมื่อ Apple ก็ต้นทานกระแสไม่ไหว ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) Apple ก้าวเข้าสู่การแข่งขัน AI เป็นครั้งแรกด้วย Apple Intelligence นำ Generative AI มาใช้ แทนที่จะเป็นแชทบอทหรือ AI สร้างภาพ แต่ Apple Intelligence คือเลเยอร์ของ AI ที่จะฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการหลักได้แก่ iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia การบูรณาการนี้ทำให้ AI ของ Apple ผสมผสานเข้ากับพื้นหลังได้อย่างไร้รอยต่อ เมื่อคุณต้องการใช้งานมันและมองไม่เห็นเมื่อคุณไม่ต้องการ

แต่สิ่งที่น่าทึ่งของ Apple Intelligence คือความเป็นส่วนตัว Apple Intelligence อาจรู้จักคุณมากมาย แต่ Apple จะไม่รู้อะไรเลย เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อให้ Apple ไม่สามารถทำได้ กล่าวคือ Apple Intelligence เป็นเจ้าแรก แพลตฟอร์ม Generative AI ที่ออกแบบตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ทาง Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวเหล่านี้ รวมถึง AI จะส่งผลต่อ Apple ผู้ใช้ และอุตสาหกรรมอย่างไรในอนาคต

APPLE INTELLIGENCE คือ คลื่นลูกใหญ่

หน้าที่หลักของ Craig Federighi คือ ดูแลการพัฒนา iOS ระบบปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงระบบปฏิบัติการ macOS ที่สำคัญทั้งหมดที่ขับเคลื่อน Mac

“ AI เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เช่นเดียวกับที่อินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ตโฟนเคยเป็น มันเป็นหนึ่งในคลื่นลูกใหญ่ และจะสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปอีกหลายปี” ซึ่งต่างจากคลื่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าๆ เช่น เทคโนโลยีไมโครโปรเซสเซอร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการต่อเนื่องเป็นเวลานาน (ฝั่ง Apple การมาของไมโครโปรเซสเซอร์นำไปสู่ ​​​​Macintosh คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของโลกที่ใช้งานง่ายสำหรับคนทั่วไป, iMac ทำให้ ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และ iPhone กำหนดมาตรฐานใหม่อุปกรณ์พกพา)”

ขณะนี้ ด้วย Apple Intelligence บริษัทกำลังสร้างประสบการณ์ที่เป็นมิตรและเป็นส่วนตัวมากขึ้นระหว่าง AI และผู้คน ซึ่งผู้คนพบว่ามีประโยชน์และใช้งานง่าย และยังเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบ AI และ LLM กำเนิดอื่น ๆ ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแน่นอน

การมาของ Apple Intelligence ทาง Apple ได้เลือกสร้างประสบการณ์ที่เป็นมิตรและเป็นส่วนตัวมากขึ้นระหว่าง AI และผู้คน สิ่งนั้นก็คือ ซึ่งผู้คนรู้ว่ามีประโยชน์และใช้งานง่าย และยังเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบ Generative AI และ LLM อื่นๆ ยังไม่เป็นที่รู้จักแน่ชัด

แนวทางปฏิบัติในการจัดการของบริการ AI และแชทบอทนั้นแตกต่างกันอย่างมาก บางบริการก็มีการรับประกันแบบจำกัด “เราต้องการสร้างมาตรฐานที่แตกต่างไปจากเดิม เรามองว่ามันเป็นพื้นฐานและเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นในการเสนอให้บริการผู้ช่วยส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลยังคงเป็นของคุณทั้งหมดและอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ และไม่มีใครเลยแม้แต่ Apple ที่มองเห็นข้อมูลนั้นได้ แม้ว่าจะประมวลผลผ่าน Data Center ของเราจะก็ตาม”

APPLE INTELLIGENCE รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

การประมวลผล AI ต้องใช้พลังการประมวลผลจำนวนมาก ซึ่งสมาร์ทโฟนหรือพีซีส่วนใหญ่ขาดไป เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บริษัท AI ส่วนใหญ่จึงใช้ AI บนเซิร์ฟเวอร์ที่ทรงพลังในระบบคลาวด์ ซึ่งผู้ใช้จะต้องส่งข้อมูลและคำขอของตน ส่งไป วิเคราะห์และประมวลผลกลับมา แต่ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆของ Apple จะมีชิป Apple Silicon ที่สามารถประมวลผลได้ในอุปกรณ์ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์ นั่นหมายความว่า Apple ไม่มีทางรู้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ได้

บางงานที่ซับซ้อนนั้น ชิปจะไม่สามารถประมวลผลได้ จะส่งไปประมวลผลผ่านคลาวด์ของ Apple ซึ่งจะใช้กระบวนการที่ต่างออกไปจาก OpenAI และ Google

Apple ใช้วิธี Private Cloud Compute (PCC) โดยจะส่งข้อมูลน้อยที่สุดที่มีการเข้ารหัสจากอุปกรณ์เพื่อไปประมวลผลบน cloud เมื่อประมวลผลเสร็จข้อมูลจะถูกทำลายทำให้ไม่มีใครเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ ซึ่งบริษัทได้ให้นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระเข้าถึงการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ Apple Intelligence เพื่อตรวจสอบว่าการอ้างสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของ PCC ว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่

ทาง Fast Company ได้ถาม Federighi ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าในอนาคต ชิปบนอุปกรณ์จะทรงพลัง จน PCC ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

“ผมไม่สามารถกำหนดเรื่องนั้นได้ ฉันคิดว่าคุณคงคาดหวังการใช้งาน วบางครั้งอุปกรณ์ของคุณจะเข้าถึงความรู้ที่อยู่นอกอุปกรณ์เพื่อให้บริการตามคำขอของคุณ ตัวอย่างเช่น คุณจะอยากรู้ว่า เวลาเปิดทำการของร้านอาหารมีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลที่ LLM บนอุปกรณ์อาจไม่มี ดังนั้นในอนาคตนั้น ฉันคิดว่าจะมีบทบาทในการติดต่อบริการภายนอก”

ความร่วมมือกับ CHATGPT

Federighi บอกว่า Apple Intelligence ออกแบบให้เป็นระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล ปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้ โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลในอุปกรณ์ เช่น รูปภาพ รายชื่อติดต่อ ข้อความ และอีเมล เพื่อทำงานเฉพาะตัวสำหรับคุณโดยเฉพาะ เช่น ฉันสามารถสั่งงานได้ Apple Intelligence เพื่อ “ส่งอีเมลถึงครอบครัวใหญ่ของฉันเพื่อเตือนพวกเขาว่างานวันเกิดครบรอบ 90 ปีของพ่อ งานเริ่มที่ร้านอาหารตอนเที่ยง และอย่าลืมระบุเส้นทางไปร้านอาหารด้วย” ทั้งหทดนี้ AI จัดการให้เอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องบอก ครอบครัวของฉันเป็นใครหรือฉันกำลังพูดถึงร้านอาหารไหน (ระบบรู้เรื่องนี้แล้วจากข้อมูลในอุปกรณ์ของฉัน)

Federighi ยอมรับว่า LLM ที่มีอยู่ซึ่งมีความรู้มากมายเกี่ยวกับข้อมูลสาธารณะ เช่น ChatGPT ก็มีข้อมูลนั้นใช้อยู่ “โมเดลขนาดใหญ่เหล่านี้มีความสามารถที่น่าสนใจซึ่งผู้ใช้บางคนชื่นชอบ เราเห็นว่าการบูรณาการเข้ากับประสบการณ์ของเราอาจทำให้ความสามารถเหล่านั้นเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่พวกเขาให้บริการอยู่”

ด้วยเหตุนี้ Apple จึงร่วมมือกับ OpenAI เพื่อนำเสนอ AI ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบนแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า ChatGPT ของ OpenAI ไม่ได้ขับเคลื่อน Apple Intelligence ทั้งสองอย่างแยกจากกันโดยสิ้นเชิง Apple Intelligence ขับเคลื่อนโดย LLM และโมเดล AI ของ Apple โดยเฉพาะ

จุดที่ ChatGPT ของ OpenAI เข้ามามีบทบาทคือเมื่อผู้ใช้มีคำขอ AI ในงานที่ซับซ้อนมากขึ้น บางคนสามารถใช้ Mac หรือ iPhone เพื่อส่งข้อความค้นหาไปยัง ChatGPT หากพวกเขาต้องการให้ ChatGPT เขียนสคริปต์ภาพยนตร์ให้พวกเขา

Apple ออกแบบการผสาน ChatGPT โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก โดยจะไม่มีการส่งข้อมูลผู้ใช้ไปยัง OpenAI หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้ ก่อนที่จะส่งคำขอใดๆ ไปยัง ChatGPT เพื่อประมวลผล ผู้ใช้จะต้องยืนยันด้วยตนเองก่อนว่าต้องการดำเนินการ แม้ว่า Federighi จะอธิบายว่า Apple ร่วมมือกับ OpenAI เนื่องจากปัจจุบัน GPT-4o เป็น LLM ที่ดีที่สุดในโลกในด้านความรู้ในวงกว้าง แต่ในอนาคต Apple อาจร่วมมือกับผู้ให้บริการ LLM อื่นๆ โดยอนุญาตให้ผู้ใช้เลือกใช้ผู้ให้บริการ LLM ภายนอกที่ต้องการใช้ได้.

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าฉันเป็นหมอ สักวันหนึ่งฉันอาจต้องการนำแบบจำลองทางการแพทย์เข้ามา หรือหากฉันเป็นทนายความ ฉันอาจมีแบบจำลองที่ได้รับการขัดเกลาสำหรับงานด้านกฎหมาย ท้ายที่สุดแล้วเป็นสิ่งที่มาช่วยส่งเสริมสิ่งที่เราทำด้วย personal intelligence

ปัจจัยด้านประเทศจีน

สิ่งหนึ่งที่ Apple ไม่ได้พูดใน WWDC เกี่ยวกับ Apple Intelligence คือ จีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ Apple และเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุด แต่จีนมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผู้พัฒนาที่ไม่ใช่บริษัทจีน

“เราต้องค้นหาวิธีที่จะนำความสามารถด้านผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดทั้งหมดของเราไปสู่ลูกค้าของเราทุกคน เขายอมรับ ว่า ในบางภูมิภาคของโลก มีกฎระเบียบที่จำเป็นต้องดำเนินการ เราไม่มีเวลาที่จะประกาศในขณะนี้ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องการทำอย่างแน่นอน” แต่ Federighi ยืนยันว่า Apple ได้เริ่มกระบวนการดังกล่าวแล้ว

APPLE จะกลายเป็นบริษัท AI ที่ใหญ่สุดในโลก?

ผู้ใช้ Apple, ผู้เฝ้าดูอุตสาหกรรม และ Wall Street ต่างก็รอคอยการเข้าสู่ตลาด AI อย่างเป็นทางการของ Apple หลายคนกล่าวว่า Apple มาช้าในเกม ปล่อยให้คู่แข่งอย่าง Google และ Microsoft ได้เข้ามาภายในไม่กี่เดือนหลังจากที่ ChatGPT เข้ามาครองโลกในช่วงปลายปี 2022

แต่ Apple ใช้ AI ในผลิตภัณฑ์ของตนมาหลายปีด้วยชื่ออื่นเช่น Machine Learning การเปิดตัว Apple Intelligence ที่เน้นความเป็นส่วนตัว พร้อมเปิดให้นักพัฒนาใช้งานในรูปแบบเบต้าและจะพร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ สิ่งเหล่านี้บอกว่า Apple กำลังก้าวไปข้างหน้า เมื่อ iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia พร้อมให้ดาวน์โหลดไปยังอุปกรณ์หลายสิบล้านเครื่องที่มีอยู่ทั่วโลกในฤดูใบไม้ร่วงนี้ Apple อาจจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัท AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Craig Federighi มองต่างออกไป “ผมไม่คิดว่าเราตีกรอบตัวเองด้วยการเป็นบริษัท เทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุด แต่เราคือบริษัทที่ส่งมองผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ผู้ใช้ นั่นคือสิ่งที่เราโฟกัส เราตัดสินตัวเองจากประสบการณ์ที่ส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา และวิธีที่เราปกป้องลูกค้าและผลประโยชน์ของพวกเขา เขากล่าวว่า AI เป็นเพียง “หนทางสู่ปลายทาง” เท่านั้น

ที่มา https://www.fastcompany.com/91139412/apple-craig-federighi-apple-intelligence-ai-security-privacy-chatgpt-china