ตอนนี้หลายองค์กรเปิดให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งบางบริษัทก็ให้พนักงานลงโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจจับการใช้งาน นั่นจึงทำให้มีคนหัวใสพัฒนาอุปกรณ์เพื่อหลอกโปรแกรมเหล่านี้ แสร้งเหมือนว่าเราทำงานอยู่ตลอดเวลา

หลังจากโควิด 19 ผ่านไป บริษัทต่างๆก็ปรับตัวการทำงานแบบไฮบริด ให้พนักงานบางส่วนทำงานจากที่ไหนก็ได้ แต่ฝั่งนายจ้างก็จะมีการติดตั้งเครื่องมือที่เรียกว่า “tattleware” หรือ “bossware” บนอุปกรณ์ของบริษัท เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน

ล่าสุดทาง Wells Fargo ธนาคารยักษ์ใหญ่รายใหญ่ของสหรัฐได้ไล่พนักงานมากกว่า 12 คนออก หลังจับได้ว่าพนักงานเหล่านี้ใช้อุปกรณ์ในการหลอกระบบติดตามของบริษัทว่าทำงานอยู่ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ก็มี mouse jigglers ซึ่งเป็นแก็ดเจ็ตที่จำลองการทำงานของเมาส์คอมพิวเตอร์

ตัวช่วยเหล่านี้หาซื้อได้ง่ายมาใน Amazon ราคาแค่ 11.86 ดอลลาร์หรือประมาณ 435 บาท ซื้อมาแล้วไม่ต้องกลัวใช้ไม่เป็นเพราะใน TikTok และ YouTube เองก็มีการสอนวิธีใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อย่างละเอียด

หลักการทำงานคือ มันจำลองการคลิกและเคลื่อนไหวของเมาส์เพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมด Sleep หรือโหมดสแตนด์บาย เวลาที่เราไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่หลายคนอาจจะไปแอบงีบหรือทำงานบ้าน พนักงานของ Wells Fargo ถูกไล่ออกบอกว่า การใช้ตัวช่วยเหล่านี้เพื่อสร้างความประทับใจว่าเป็นพนักงานที่ขยันทำงาน

ทางผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์เรียกการติดตามแบบนี้ ว่า“productivity theatre” ซึ่งพนักงานบางคนแสร้งทำตัวเหมือนงานยุ่ง แต่จริงๆไม่ได้ทำอะไรเชิงสร้างสรรค์เลย

มีการสำรวจในสหรัฐฯ พบว่า ฝั่งนายจ้างมีความต้องการใช้ซอฟต์แวร์ติดตามพนักงาน – ระบบที่ติดตามกิจกรรมผ่านการตรวจสอบเดสก์ท็อป การติดตามการกดแป้นพิมพ์ และแม้แต่ตำแหน่งพิกัด GPS เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดโรคระบาด จากรายงานของ Harvard Business Review (HBR) บริษัทการตลาดโซเชียลมีเดียแห่งหนึ่งในฟลอริดา ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของพนักงานซึ่งจะจับภาพหน้าจอเดสก์ท็อปทุกๆ 10 นาที

นั่นจึงทำให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างว่า การใช้เวลาอยู่หน้าจอและการคลิกบนคีย์บอร์ดนั้นเป็นเกณฑ์มาตรฐานเพียงพอต่อการวัดประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์มองว่า การติดตามการทำงานของพนักงานก็มีความเสี่ยง เพราะพนักงานที่ถูกติดตามมีแนวโน้มที่จะหยุดพักโดยไม่ได้รับอนุมัติ เพิกเฉยต่อคำแนะนำ สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินในที่ทำงาน ขโมยอุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงตั้งใจทำงานอย่างช้าๆ

ฝั่งของ A.J. Mizes ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษา Human Reach กล่าวว่า การใช้การติดตามนั้นแสดงให้เห็นถึง วัฒนธรรมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยตัวชี้วัดมากกว่าประสิทธิภาพชิ้นงาน แทนที่จะกระตุ้นนวัตกรรมและความไว้วางใจ การใช้วิธีเฝ้าระวังนี้จะผลักดันให้พนักงานค้นหาวิธีใหม่ๆที่จะแสดงว่าตัวเองทำงานยุ่งอยู่

ที่มา https://www.scmp.com/lifestyle/gadgets/article/3267209/hybrid-work-hack-mouse-jigglers-fool-employee-monitoring-software-bosses-fight-back