หลังจากแนะนำวิธีประหยัดแบตด้วยการปิดบางฟีเจอร์ของ iOS 7 กันไปแล้วเมื่อสองวันก่อน ดูเหมือนจะโดนใจหลายๆ คนที่กำลังปวดตับกับปัญหาปวดใจแบตหมดไวฝุดๆ วันนี้ซีมีวิธีใหม่ๆ มานำเสนอเพิ่มเติมกันค่ะ 😀

1. ปรับแสงสว่างหน้าจออัตโนมัติ (Auto-brightness) ฉลาดแต่เปลืองแบตฯ

ปกติฟีเจอร์ฉลาดๆ ของมือถือจะมาพร้อมกับการทำงานที่บริโภคแบตฯมากกว่าปกติ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ต่างๆ เพิ่มเติมด้วย อย่างเช่น คุณสมบัติการปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ เพื่อให้เราได้เห็นหน้าจอที่ชัดเจนในสภาวะแสงต่างๆ ซึ่งการปิดคุณสมบัตินี้แล้วมาตั้งค่าสว่างด้วยตนเอง เวลาที่ต้องการดูหน้าจอในที่แสงสว่างกว่าปกติ หรือลดความสว่างลงในสภาพแวดล้อมที่แสงสว่างภายนอกไม่มากนัก จะช่วยให้แบตฯ อยู่ได้นานขึ้นค่ะ โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไปปิดค่าดังกล่าวได้ที่ Settings -> Wallpapers & Brighness

2. ลดแจ้งเตือนแบบ Push ประหยัดฝุดๆ เลยนะเธอ

การที่แอพหลายๆ ตัวพยายามจะ push แจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบในเรื่องต่างๆ นั่นหมายถึง การที่อุปกรณ์จะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์แอพเหล่านี้ อย่างเช่น เกมยอดฮิต Candy Crush ที่คงไม่จำเป็นต้องให้มันคอยแจ้งเตือนด้วยมั้งคะ หรือแอพอื่นๆ ซึ่งการปิดการแจ้งเตือนของแอพที่ไม่จำเป็น เท่ากับเป็นการประหยัดแบตไปในตัว เพราะอุปกรณ์ไม่ต้องมีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของแอพเหล่านี้บ่อยๆ ค่ะ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปลดการแจ้งเตือนแบบ Push ได้ที่ Settings -> Notification Center แล้วเลื่อนหน้าจอไปยังเซคชั่น Include

3. ปิดฟังก์ชัน Parallax หรือแบคกราวด์เคลื่อนไหว

หากจำกันได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซีได้รายงานข่าวที่ว่า iOS 7 ทำให้เกิดอาการคล้ายเมารถได้ ซึ่งสาเหตุมาจากเทคนิคการแสดงผลแบบ 3D บนหน้าจอที่เรียกว่า Parallax ในกรณีทีเพื่อนๆ ไม่ได้เห็นว่า มันเท่ หรือจำเป็น การปิดฟังก์ชันนี้จะช่วยลดการใช้แบตเตอรี่ได้ แถมยังไม่ทำให้ผู้ใช้บางท่านทีมีอาการปวดหัว หรือมีคล้ายเมารถเนื่องจากการจ้องจอที่มีเอฟเฟกต์นี้อีกด้วย สำหรับข้้นตอนการปิดฟีเจอร์นี้ให้เข้าไปที่ Settings -> General -> Accessibility -> Reduce Motion on อ้อ…อันนี้ซีรวมถึงการใช้แบคกราวด์ภาพเคลื่อนไหวด้วยนะคะ เปลืองโดยใช่เหตุค่ะ

4. ตั้งค่าการเช็คเมล์ใหม่เป็น Push หรือ Manual

ปกติ iOS จะมีการเช็คเมล์ใหม่ 3 วิธีด้วยกันคือ Push, Fetch และ Manual ซึ่งวิธีแมนวลน่าจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายอยู่แล้ว ดังน้้นซีว่า เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างวิธีการเช็คเมล์ใหม่ด้วย Fetch กับ Push กันดีกว่านะคะ จริงๆ แล้วทั้งสองคำนี้จะหมายถึงวิธีทีอีเมล์ของเพื่อนๆ จะเข้าไปอยู่ใน iPhone หรือ iPad นั่นเองค่ะ โดยถ้าเป็นวิธี Fetch อุปกรณ์ของเราจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อเข้าไปเช็คเมล์ใหม่บนเซิร์ฟเวอร์ แล้วดาวน์โหลดมา แต่ถ้าเป็น Push ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เมล์จะทำหน้าที่แจ้งเตือนไปยัง iPhone หรือ iPad ของเพื่อนๆ เวลาที่มีอีเมล์ใหม่เข้ามายังเซิร์ฟเวอร์ค่ะ นอกจากเรื่องของวิธีติดต่อที่แตกต่างกันแล้ว โดยพื้นฐานการเช็คเมลด้วยวิธี Fetch จะมีการตั้งเวลาที่จะให้อุปกรณ์ทำการเช็คเมล์ใหม่บนเซิร์ฟเวอร์ ในขณะที่วิธี Push จะเช็คเมล์แบบเรียลไทม์ พอมีเมล์ใหม่ เซิร์ฟเวอร์ก็จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ เพื่อผลัก(push) เมล์ใหม่เข้ามาในเครื่องนั่นเอง ถ้าพิจารณากันตามนี้ Fetch จะใช้แบตฯมากกว่า และเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตหมดเร็วกว่า เนื่องจากมันทำให้อุปกรณ์ต้องมีการเชื่อมต่อ เพื่อเช็คเมล์บนเซิร์ฟเวอร์ตามคาบเวลาที่กำหนด (ทุก 15 นาที 30 นาที หรือทุกๆ ชั่วโมง) ในขณะที่ Push จะมีการเชื่อมต่อก็ต่อเมื่อเซิร์ฟเวอร์มีเมล์ใหม่ แล้วติดต่อแจ้งเตือนมายังอุปกรณ์ของเรา กรณีที่แบตฯใกล้หมดการเลือกใช้วิธีเช็คเมล์เป็น Push จะดีกว่า Fetch ค่ะ อีกตัวเลือกหนึ่งก็ประหยัดดีเหมือนกันนั่นก็คือ Manual เพราะมันจะมีการเชื่อมต่อ และดาวน์โหลดเมล์เมื่อเราเปิดแอพเมล์เท่าน้้นค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆ มีเมล์ใหม่เข้ามาบ่อย การเช็คแบบ Push จะทำให้แบตหมดไวได้เหมือนกัน เนื่องจากอุปกรณ์จะมีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้งที่เมล์ใหม่เข้ามา เช่นถ้ามีเมล์ใหม่เข้ามา 5 ฉบับในเวลาที่แตกต่างกันเล็กน้อย อุปกรณ์ก็จะมีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ถึง 5 ครั้ง หากคุณอยู่ในเงื่อนไขนี้การเลือกเป็น Fetch เพื่อให้มันเช็คเมล์ทุกๆ ชั่วโมงแล้วโหลดเมล์มาพร้อมกันในคราวเดียวน่าจะประหยัดแบตฯได้ดีกว่าการเริ่มต้นเชื่อมต่อเน็ตหลายๆ ครั้งค่ะ ยังไงก็เลือกตั้งค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานของเพื่อนๆ ก็แล้วกันนะคะ  สำหรับวิธีเข้าถึงการตั้งค่าเช็คเมล์ใหม่ Settings -> Mail, Contacts and Calendar -> Push (Fetch หรือ Manual)

5. Siri กระซิบข้างหู แค่ให้ได้ยินก็พอ

ไม่แน่ใจว่า ครั้งสุดท้ายๆ เพื่อนๆ ใช้ Siri เมื่อไรคะ ซีแอบใช้อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน เพราะอยากรู้ว่าเธอจะเป็นเลขาได้ดีแค่ไหนค่ะ แต่ถึงแม้ใครหลายคนจะไม่ค่อยได้ใช้ ครั้นจะไล่เธอออกไปจากชีวิตก็กระไรอยู่นะคะ ข่าวดีคือ เพื่อนๆ ยังคงสามารถประหยัดแบตได้โดยที่ยังมีเธออยู่ใกล้ๆ เพียงแค่ให้เธอกระซิบข้างหูแทนพูดเสียงดังไปทั่วห้อง ซึ่งขั้นตอนการเปิดฟีเจอร์นี้ให้เข้าไที่ Settings -> General -> Siri -> Rais to Speak แต่ถ้าหมดรักเธอแล้ว ไม่อยากเห็นหน้าก็ปิดการทำงานของเธอไปก่อนก็ได้ค่ะ คิดถึงเมื่อไร หรือแบตเตอรี่ล้นเหลือ แล้วอยากทักทายเธออีกครั้งค่อยเปิดการทำงานใหม่อีกทีก็ได้ (Settings -> Generl -> Siri)

6. AirDrop เท่ แต่ถ้าไม่ใช้ก็ปิดซะ

การปิดฟังก์ชันเท่ๆ ที่บางทีไม่ค่อยได้ใช้ จะช่วยให้เพื่อนๆ ประหยัดแบตไว้ทำอย่างอื่นได้ค่ะ แม้ซีจะแนะนำฟังก์ชันแชร์ไฟล์ระหว่างไอโฟน หรือกับไอแพดด้วย AirDrop เข้าไปในคลิปล่าสุด แต่การปิดฟังก์ชันพวกนี้ เนื่องจากไม่ได้ใช้งานจะช่วยประหยัดแบตฯได้มากโขทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ การปิด Wi-Fi ในกรณีที่คุณไม่ต้องการเชื่อมต่อ หรือไม่มีไวไฟให้ใช้ แต่เราก็เปิดมันไว้ ซึ่งระบบก็จะพยายามหาสัญญาณ เพื่อการเชื่อมต่อ อันนี้กินแบตสุดๆ เหมือนกันค่ะ ปิดดีกว่าไหมคะ รวมถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth ด้วยค่ะ บางทีการลดการเชื่อมต่อซะบ้าง เพื่่อจะได้มีแบตให้ใช้นานขึ้น โดยเฉพาะกรณีแบตใกล้หมด แล้วไม่มีแบตสำรอง แถมยังรอสายเรียกเข้าที่จำเป็น ปิดฟีเจอร์พวกนี้ไปก่อนดีกว่าค่ะ ทั้งหมดนี้สามารถปิด (หรือเปิดเมื่อต้องการ) ได้ผ่านทาง Control Center เพียงแค่ใช้นิ้วลากจากด้านล่างของหน้าจอขึ้นมาเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในคลิป iOS 7 มีอะไรเด็ด…ซีจัดให้นะคะ 😀

7. ปิดแอพที่กำลังรันอยู่ซะบ้าง

การเปิดแอพที่ไม่ใด้ใช้งานค้างไว้บน iPhone นอกจะทำให้แอพอื่นๆ ช้าได้แล้ว (หากเปิดแอพค้างไว้เยอะเกิน) มันยังทำให้แบตหมดเร็วอีกด้วย เนื่องจากแอพเหล่านี้อาจจะมีการตอบสนองการทำงานอื่นๆ อยู่ด้านหลังค่ะ ใน iOS 7 เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบแอพที่เปิดใช้งานอยู่ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่กดสองครั้งบนปุ่ม Home แล้วใช้นิ้วดีดแอพที่ไม่ต้องการให้รันออกไป หมดได้ทุกตัวยิ่งประหยัดแบตค่ะ

8. ปิดเลยไม่ต้องรอให้หน้าจอล็อคอัตโนมัติ

พยายามฝึกปิดหน้าจอของ iPhone ให้ติดเป็นนิสัย แทนที่จะรอให้มันปิดเองโดยอัตโนมัติ แม้เพียงแค่จะเปิดขึ้นดูหน้าจอ เพื่อเช็คเวลา (ซีพบว่า หลายคนใช้มือถือแทนนาฬิกาในระหว่างวัน) การปล่อยให้หน้าจอเปิดค้างไว้ 1 – 3 นาทีก่อนให้มันปิดหน้าจอเอง เปลืองแบตโดยแท้ค่ะ แนะนำให้ปิดหน้าจอทุกครั้งที่เลิกใช้ หรือตั้งเวลาดับหน้าจอโดยอัตโนมัติให้เร็วขึ้นจะช่วยประหยัดแบตได้ดีเหมือนกันค่ะ

หวังว่า วิธีประหยัดแบตฯให้ iOS 7 ทั้ง 8 วิธีที่นำมาฝากกันเช้านี้ คงจะถูกใจเพื่อนๆ กันนะคะ ยังไงก็อย่าลืมติดตามอีก 4 วิธีที่ซีได้แนะนำไปก่อนหน้านี้ด้วยก็แล้วกันนะคะ 😛

via theweek