สื่อสิ่งพิมพ์จากอิสราเอล Calcalist.co.il ได้รายงานข่าวว่า แอปเปิ้ลได้ทำการซื้อบริษัท PrimeSense ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใส่ใน Kinect รุ่นแรกของไมโครซอฟท์ด้วยมูลค่าเกือบๆ 345 ล้านดอลล่าร์

ข่าวนี้ตรงกับที่ทางรองผู้บริหารอาวุโสของ PrimeSense ได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงานแผนกวิศวกรรมของแอปเปิ้ลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การซื้อกิจการครั้งนี้ของแอปเปิ้ลเป็นการบอกใบ้ถึงการเพิ่มอินเตอร์เฟซและวิธีการสั่งงานใหม่ๆให้กับทีวีและผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ด้วยการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของร่างกายและมือ

ทาง Calcalist ได้รายงานข่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า แอปเปิ้ลได้ยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อกิจการของ PrimeSense เป็นจำนวนเงิน 280 ล้านดอลล่าร์ แต่ตอนนั้นทาง PrimeSense ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ โผล่มาอีกทีก็เกือบตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2011 แอปเปิ้ลก็ได้ซื้อบริษัทผู้ผลิต Flash chip ของอิสราเอลชื่อว่า Anobit ด้วยเงินไม่ต่ำกว่า 400 ล้านดอลล่าร์ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลในอิสราเอลไปแล้ว

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวออกมาว่าแอปเปิ้ลกำลังซุ่มพัฒนาอินเตอร์เฟซสามมิติสั่งงานด้วยท่าทาง ซึ่งอาจจะมีการขอลิขสิทธิ์เทคโนโลยีจากบริษัทนี้ รวมถึงบริษัทอื่นๆที่เป็นคู่แข่ง การจ่ายเงินมูลค่ามหาศาลเพื่อซื้อกิจการเชื่อว่า แอปเปิ้ลคิดดีแล้วว่าจ่ายเงินซื้อแล้วได้ทั้งสิทธิบัตรและเทคโนโลยีน่าจะคุ้มกว่า รวมถึงเป็นการกีดกันคู่แข่งในอนาคตด้วย แอปเปิ้ลเองก็มีการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีสามมิติที่คล้ายกันเอาไว้แล้ว รวมถึงพัฒนาระบบปฏิบัติการสั่งงานด้วยท่าทางของตัวเองด้วย

ไมโครซอฟท์ได้ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ PrimeSense พัฒนาลงไปใน Kinect ตัวแรกภายใต้ชื่อโปรเจคเดิมว่า Project Natal แต่มันถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี 3D body mapping และ 3D movement ที่ไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นเอง.

นอกจากนี้ PrimeSense เองก็เคยร่วมงานกับ Asus ในการพัฒนา WAVI Xtion ระบบควบคุมสื่อภายในบ้าน รวมถึงพัฒนาชิพให้มีขนาดเล็กลงจนสามารถนำมาใส่ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้สบายๆ นี่น่าจะเป็นอีกข้อนึงที่ทำให้แอปเปิ้ลตัดสินใจซื้อกิจการบริษัทนี้

VIA 9to5mac