ผู้ปกครองหลายคนมักจะกังวลเรื่องที่ลูกเอามือถือและแท็บเล็ตไปใช้ชื้อ in-app purchases กว่าจะรู้ก็เมือบิลเรียกเก็บเงินปลายเดือนแล้ว
remove-android-devices-from-google-play
ไม่ใช่แค่เพียงแต่คุณที่กังวลเท่านั้น ทั้งแอปเปิ้ลและกูเกิลก็เป็นเป็นห่วงเรื่องนี้เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้มีคดีฟ้องร้องจากกรณีแบบนี้มาหลายเคสแล้ว โดยให้เหตุผลว่าไม่มีคำแจ้งเตือนและระบบป้องกันที่แน่นหนาพอจนทำให้เด็กกดซื้อของต่างๆได้อย่างง่ายดาย อย่างกรณีล่าสุดกูเกิ้งเพิ่งถูกฟ้องจากคุณแม่รายนึงในนิวยอร์ค หลังจากที่ลูกกดเงินซื้อของในเกม Marvel Run Jump Smash! เป็นเงินจำนวน $65.95 หรือเกือบสองพันบาท ทางกูเกิลก็เลยตัดสินใจเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นใน Play Store

ปกติเวลาซื้อเกมหรือแอพใน Play Store เราจะต้องใช้รหัสผ่าน แต่หลังจากนั้นก็จะมีช่องว่าง 30 นาทีในการซื้อแอพ/เกมหรือ in-app purchases อื่นๆได้โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านซ้ำอีก นั่นจึงทำให้เด็กๆสามารถกดซื้อของต่างๆได้ง่ายดาย ฟังก์ชั่นนี้ก็ยังคงใช้งานได้อยู่ค่ะสำหรับคนที่ยังไม่มีลูกๆหลานๆ แล้วก็ขี้เกียจใส่รหัสผ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก คนที่ไม่ชอบคุณสามารถปิดฟังก์ชั่นนี้ได้ และตอนนี้กูเกิลได้ทำการเพิ่มการตั้งค่าใหม่ให้หน้าต่างใส่รหัสผ่านเด้งขึ้นมาทุกครั้งเมื่อคุณต้องการซื้อของใน in-app purchase ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองมากๆ

คุณสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ในหน้า settings ของ Play Store  และนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวนะ เค้ายังปรับปรุง Play Store บอกข้อมูลชัดเจนว่าแอพไหนมี in-app purchases บ้าง ส่วนใครที่ใช้ iOS สามารถไปปิด  in-app purchases ได้ในส่วนของ Restriction ได้ ส่วนรายละเอียดวิธีทำซีเขียนไว้ใน บล็อกนี้ ค่ะ

ประเด็นนี้ถือว่าส่งผลต่อทั้ง Google และ Apple ล่าสุดทางคณะกรรมาธิการยุโรปได้เตรียมถกเรื่องมาตรการของ freemium games และ in-app purchases หลัจากที่อังกฤษเอาจริงเอาจังไปแล้ว

VIA digitaltrends