Apple เพิ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังจากพบบั๊กใน iMessage ที่ทำให้คุณไม่ได้รับ SMS ถ้าหากคุณย้ายค่ายเปลี่ยนจากไอโฟนไปใช้แอนดรอยด์หรือ Windows Phone ทั้งที่ยังคงใช้เบอร์เดิม

images

ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมาตั้งแต่ iMessage เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2011 ล่าสุดแอปเปิ้ลได้ออกแถลงการณ์ว่าได้แก้ปัญหาบั๊กนี้ในส่วนของเซิร์ฟเวอร์แล้ว แต่ในส่วนของซอฟท์แวร์นั้นจะทำการแก้ไขในการอัพเดทซอฟท์แวร์ครั้งต่อไป ส่วนใครที่ไม่อยากรอ ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ดังนี้

Screen Shot 2014-05-30 at 10.17.11 AM

วิธี 1: ปิดการทำงานของ iMessage

อันนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แค่เข้าไปปิดการทำงานของ iMessage ก่อนที่จะเปลี่ยนเครื่องไปใช้แอนดรอยด์หรือ Windows Phone ในการปิดก็เข้าไปที่หน้า Settings เลื่อนลงไปที่ Messages กดเข้าไปแล้วเลื่อนปุ่มให้เป็น ‘off’ หลังจากนั้นก็ให้ลองส่งข้อความไปหาเพื่อนดูเพื่อให้มั่นใจว่า iMessage ถูกปิดเรียบร้อยแล้ว

วิธีที่ 2: รีเซ็ต Apple ID password

ถ้าคุณขายไอโฟนไปแล้ว ไม่มีเครื่องให้ปิด iMessage ได้ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือทำการรีเซ็ทรหัสผ่าน Apple ID ของคุณ

เริ่มต้นให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของแอปเปิ้ลคลิกที่  “reset your password” สิ่งสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ ห้ามล้อกอินเข้าไปยังบัญชีผู้ใช้ของคุณหลังจากรีเซ็ทรหัสผ่านแล้ว ต่อจากนั้นให้ใช้มือถือแอนดรอยด์หรือ Windows Phone ส่ง SMS พิมพ์คำว่า “STOP” ส่งไปที่เบอร์ 48369 หลังจากนั้นคุณจะได้รับข้อความตอบกลับจากแอปเปิ้ลบอกว่า ประสบความสำเร็จในการเลิกใช้บริการ  iCloud  แต่กระบวนการการตอบกลับจากแอปเปิ้ลอาจจะต้องใช้เวลา

วิธีที่ 3: โทรหา AppleCare

ถ้าลองวิธีด้านบนแล้วไม่ได้ผล ยังไม่ได้รับ SMS อยู่ดี วิธีสุดท้ายก็คือโทรหาแอปเปิ้ลโดยตรงเลยค่ะ ถ้าเป็นบ้านเราก็ต้องโทรไปโน่นสิงคโปร์เลย ถ้าใครไม่อยากเสียเงินก็ลองใช้แอพแชทอย่าง Line หรือ Whatsapp ส่งข้อความหากันไปก่อน รอให้แอปเปิ้ลอัพเดท iOS แก้ไขในเวอร์ชั่นต่อไป

VIA CNET