เปิดตัวไปแล้วกับ iPhone รุ่นใหม่ แต่ผลิตภัณฑ์ที่มาแย่งความสนใจของงานปีนี้ก็คือ iPad Pro ที่มาพร้อมหน้าจอเรตินา 12.9 นิ้ว ถือเป็นจอใหญ่ที่สุดที่แอปเปิ้ลเคยทำมา ว่าแต่ไอแพดรุ่นนี้จะมีดีอะไรเราไปเจาะลึกกัน

iPadPro-34-AllColors_iOS9-LockScreen-PRINT

iPad Pro มาพร้อมกับหน้าจอเรติน่า 12.9 นิ้วที่ความละเอียด 5.6 พิกเซล (2732 x 2048) เรียกว่าหน้าจอละเอียดที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ iOS แน่นอนว่าผลที่ตามมาก็คือให้ภาพที่คมชัด สีสันสวยงามสมจริงขึ้นไปอีก ส่วนด้านการทำงานก็เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการใส่ชิพ A9X ชิพ 64-bit รุ่นใหม่ ที่ทำงานได้ไม่แพ้พีซีแบบพกพาเลยทีเดียว แตกต่างตรงที่ตัวเครื่องมีความบางและเบา พกพาสะดวกกว่า แถมแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง เรียกว่าพอเพียงต่อการใช้งานตลอดทั้งวัน ตัวเครื่องใช้ชิพไร้สายตัวใหม่ รองรับการเชื่อมต่อ LTE ที่เร็วขึ้น นอกจากนั้นยังออกแบบลำโพงใหม่ถึง 4 ตัวให้เสียงที่สมจริงขึ้นทั้งการดูหนัง ฟังเพลงและเล่นเกม

จุดเด่นของ iPad Pro คือถูกออกแบบมาให้ใช้ทำงานอย่างจริงๆจังๆ ไม่ว่าจะเป็น Office ที่ปีนี้จับมือกับไมโครซอฟท์ ทำให้สามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะงานเอกสาร, excel หรือ PowerPoint จัดเต็มใช้งานได้เหมือนบนพีซีเลยล่ะ ที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ที่หลายคนรอมานานนั่นก็คือ Split screen สำหรับทำงานแบบ Multitask แบ่งการทำงานเป็นสองหน้าจอ ช่วยให้ใช้ประโยชน์จากหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างเต็มที่

นอกจากนั้นยังมีแอปที่ออกแบบมาให้ทำงานบนไอแพดโดยเฉพาะอีกกว่า 850,000 แอปให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแอปเกี่ยวกับการทำงานหรือแอปเฉพาะทางอย่างการออกแบบ, วาดภาพประกอบ, การศึกษา, วิศวกรรม,การแพทย์ รวมถึงแอปเพื่อความบันเทิงและเกมต่างๆ

iPadPro_Pencil_Lifestyle2-PRINT iPadPro_Pencil_Lifestyle2-PRINT

iPad Pro ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมตัวใหม่ล่าสุดจาก Apple นั่นก็คือ Apple Pencil (ไม่ได้แถมมากับตัวเครื่อง แต่ต้องซื้อแยกในราคา $99 หรือประมาณ 3,600 บาท) Apple Pencil จะช่วยให้การสั่งงานไอแพดโปรดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูงๆที่นิ้วมือยังทำได้ไม่สมบูรณ์ เช่น การสเก็ตช์หรือวาดภาพ การออกแบบโมเดลสามมิติ ที่ต้องการเก็บดีเทลเยอะๆ Apple Pencil จะช่วยทำงานเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น เพราะมีการฝังเซนเซอร์จับแรงกดและองศาของหัวปากกา ทำให้ตอบสนองต่อการวาดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล แถมยังรองรับการใช้งานแอปอื่น อย่าง Mail, Notes, Procreate และ Office 365 ภายใน Apple Pencil จะมีแบตเตอรี่ในตัว ซึ่งจะมีพอร์ต lightning ซ่อนอยู่ที่ท้ายปากกา สามารถดึงปลอกออกมาแล้วนำไปชาร์จกับไอแพดโปรได้ทันที (ชาร์จ 15 วินาทีสามารถใช้งานได้ถึง 30 นาทีเลยนะ)

อุปกรณ์เสริมอีกหนึ่งชิ้นก็คือ Smart Keyboard เคสสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ iPad Pro ด้วยคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบ พิมพ์แม่นยำ เหมือนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ แถมยังบางและทนทาน ช่วยให้พกพาไปทำงานนอกสถานที่ได้สะดวก ยิ่งทำงานคู่กับ QuickType ฟีเจอร์ใหม่บน iOS 9 จะช่วยให้ทำงานได้เร็วและง่ายขึ้น

Smart Keyboard เรียกว่าออกแบบมาอย่างสวยงาม มาพร้อมกับพอร์ตใหม่ Smart Connector สำหรับเชื่อมต่อกับไอแพดโปร จึงไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ ไม่ต้องมีสวิตช์เปิด/ปิด รวมถึงลดความยุ่งยากในการจับคู่ผ่านบลูทูธ เรียกว่าต่อปุ๊บใช้งานได้ทันที

Screen Shot 2015-09-15 at 10.29.15 AM

ราคาของ iPad Pro จะเริ่มต้นที่ $799 (ประมาณ 28,800 บาท) สำหรับความจุ 32GB รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ส่วนรุ่นท็อปใส่ซิมได้ความจุ 128GB ราคาขายอยู่ที่ $1079 (38,900) ส่วนสีตัวเครื่องมีให้เลือกสามสีคือสีเงิน, สีทองและสีเทา space gray ส่วนอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil ราคาจะอยู่ที่ $99 (3,600 บาท) และ Smart Keyboard ราคา $169 (6,100 บาท)โดยจะเริ่มวางขายพฤศจิกายนนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Apple