หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้ iPhone ที่เริ่มเก่าแล้วเจอเป็นประจำก็คือ แบตเตอรี่ วันนี้ลองมาดูปัญหาที่เจอเป็นประจำและวิธีแก้เบื้องต้นกันค่ะ

ปัญหาของแบตเตอรี่ในเครื่องที่ใช้งานมาพักใหญ่ๆจะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ แบตหมดไวทำให้เวลาใช้งานน้อยลง, เครื่องดับโดยไม่ได้ตั้งใจและเครื่องร้อนเวลาชาร์จ

แบต iPhone หมดไว

เป็นเรื่องปกติของมือถือทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่ใช้งานไปสักพักแล้ว แบตเตอรรี่จะหมดไวขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมาครั้งแรกเพราะแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ไอโฟนเองก็เป็นเหมือนกัน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือหาสาเหตก่อนว่าเกิดจากอะไร ให้เราเข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > Battery ในหัวข้อ Battery Usage เราจะเห็นรายชื่อแอปต่างๆและจำนวน % ว่าแต่ละแอปใช้แบตไปมากน้อยแค่ไหนในรอบ 24 ชั่วโมงหรือ 7 วัน จากนั้นก็ลองเช็คว่าแอปไหนเปิดการทำงานอยู่เบื้องหลังและใช้งานพิกัดบ้างเพราะมันจะทำงานตลอดเวลาแม้คุณจะไม่ได้เปิดแอปก็ตาม ให้เราเข้าไปปิดสองส่วนนี้ในการตั้งค่าก็จะช่วยลดการทำงานและมีแบตเตอรี่ให้ใช้งานมากขึ้น แต่ถ้าแอปไหนเราไม่จำเป็นต้องใช้ก็ลบทิ้งซะ

อีกวิธีนึงก็คือให้เข้าไปปิดการทำงานของ “Hey Siri” เพราะถ้าเปิดไว้มันจะทำงานตลอดเพื่อคอยฟังคำสั่งคุณนั้นเอง วิธีปิดให้ไปที่  Settings > Siri แล้วปิด “Hey Siri

เครื่องดับเอง

หลายคนคงเคบเจอปัญหาเครื่องดับเอง ทั้งๆที่แบตเตอรี่ยังไม่หมดจนถึง 0% ซึ่งปัญหานี้ยากที่จะวิเคราะห์เองว่าเกิดจากอะไร ซึ่งวิธีแก้นั้นทำได้ดังนี้

1. เช็คว่ามีซอฟท์แวร์อัพเดทรึเปล่า

สาเหตุแรกอาจเกิดจากตัวระบบปฏิบัติการ iOS เอง ลองไปดูว่า Apple ได้ปล่อยอัพเดทอะไรเพื่อช่วยแก้ปัญหามั้ย ให้เราเข้าไปที่ Settings > General > Software Update

2. Restore หรือ factory reset

ถ้าคุณอัพเดท iOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วแต่ยังแก้ไม่หาย ให้เราลองทำการรีสโตร์เครื่องจากข้อมูลที่คุณแบคอัพไว้ใน iTunes หรือ iCloud ถ้ายังไม่หายอีกก็จำเป็นต้องทำ factory reset ให้เข้าไปที่ Settings > General > Reset แล้วกด Erase All Content and Settings. แต่ก่อนทำอย่าลืมสำรองข้อมูลเอาไว้ก่อนนะ

3. ติดต่อศูนย์บริการ

ถ้าทำวิธีข้างต้นแล้วยังไม่หาย แสดงว่าแบตเตอรี่ของคุณมีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ ลองเอาเครื่องส่งศูนย์ให้ช่างที่มีประสบการณ์ช่วยเช็คดูดีกว่า

iPhone

แบตร้อนเวลาชาร์จ

แบตเตอรี่ร้อนเวลาชาร์จส่วนนึงเกิดจากปัญหาที่คุณไม่ได้ใช้อแดปเตอร์หรือที่ชาร์จของ Apple แต่เลือกใช้ของราคาถูกที่มีขายทั่วไป ซึ่งบางยี่ห้อนั้นไม่ได้ผ่านการรับรองจาก Apple ซึ่งมันจะไม่ได้มีวงจรภายในคอยควบคุมกระแสไฟฟ้า ทางแก้ก็คือเปลี่ยนมาใช้อแดปเตอร์ของแท้หรือจากผู้ผลิตที่มีเครื่องหมาย Made for iPhone/iPad/iPod บนกล่องค่ะ

VIA Cnet