นี่คืออีกกรณีศึกษาที่ช่วยเราตัดสินใจได้ว่าจะซื้ออุปกรณ์สวมใส่มาใช้งานรึเปล่า เมื่อสาวอเมริกันคนนึงได้ซื้อ Apple Watch มาใช้จากจุดขายเรื่องสุขภาพ เมื่อใส่ไปแล้วทำให้เธอรู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคหัวใจเต้นเร็ว (supraventricular tachycardia)

สถานีโทรทัศน์ ABC 11 news รายงานว่า  Beth Stamps อาชีพพยาบาลรับจ้างดูแลคนตามบ้าน เธอสังเกตเห็นอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ดูแลผู้ป่วย หลังจากนั้นเธอจะรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งวิ่งมาราธอนมา แม้จะพักผ่อนแล้วอัตราการเต้นของชีพจรก็ยังไม่ลดลง

ในขณะที่ยืนนิ่งๆนั้น Apple Watch แสดงให้เห็นว่าชีพจรของเธอเต้นสูงผิดปกติถึง 177 bpm เมื่อเพื่อนร่วมงานของเธอสังเกตเห็นจึงได้เรียกรถฉุกเฉินทันที สุดท้ายแพทตย์ต้องใช้เวลาตรวจร่างกายเธอถึง 2 วันเลยทีเดียว ผลพบว่าเธอป่วยเป็น supraventricular tachycardia หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวใจห้องบน

หัวใจเต้นเร็วที่เกิดในหัวใจห้องบน (Supraventricular Tachycardia) เกิดจากความผิดปกติหรือความผิดพลาดของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หัวใจห้องบน ซึ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ภาวะหัวใจเต้นเร็วอาจทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เนื้อเยื่อหรืออวัยวะในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจมีอาการต่าง ๆ เช่น รู้สึกอ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก หายใจตื้น และหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือบางรายอาจมีอาการเฉพาะเวลาออกกำลังกายเท่านั้น (ข้อมูลจาก www.pobpad.com )

Heart rate monitor

Stamps เล่าว่าเธอเคยมีอาการแบบนี้ในอดีต แต่เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆจากนั้นก็หายไป การที่ Apple Watch ช่วยระบุตัวเลขชีพจรให้เห็นได้ชัดนั้น ทำให้เธอตัดสินใจได้เร็วขึ้น ตอนนี้เธอเข้ารับการรักษาเพื่อแก้ไขอาการหัวใจเต็นเร็วอยู่

เรียกว่า Apple Watch นั้นได้ช่วยชีวิตผู้ใส่มาหลายเคสแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่วยเรียก 9110 ได้รวดเร็วจากปุ่มด้านข้าง, ช่วยขอความช่วยเหลือในกรณที่ผู้สูงอายุล้มลง จนมาถึงเคสนี้ ถือว่าซื้อมาใช้ประโยชน์แล้วแล้วช่วยให้อุ่นใจขึ้นด้วย

VIA 9to5mac