อย่างที่รู้กันว่า Apple ประกาศจัดงาน It’s show time ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ลองมาดูกันว่างานนี้เราน่าจะเห็นอะไรบ้าง

Apple It's show time

งานนี้จะจัดขึ้นที่ Steve Jobs theater ใน Apple Campus ซึ่งชื่องาน “It’s show time” ก็น่าจะเป็นการบอกใบ้ว่าน่าจะเป็นงานเกี่ยวกับความบันเทิง ข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็คือการเปิดตัวบริการใหม่ที่ถือเป็นหัวหอกในปีนี้กับบริการสตรีมมิ่งที่จะออกมาแข่งขันกับ Netflix ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในตอนนี้ ในส่วนของอุปกรณ์นั้นไม่น่าจะมีของใหม่มาโชว์ตัวในงานนี้ เพราะทาง Apple ได้ทยอยปล่อยผลิตภัณฑณ์ใหม่ออกมาเซอร์ไพรซ์ก่อนงานเปิดตัว เริ่มด้วย iPad 2 รุ่นใหม่ที่รองรับ Apple Pencil รุ่นแรก, iMac เวอร์ชั่นอัพเกรดชิปและกราฟฟิกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและตัวสุดท้ายก็คือ AirPods รุ่นที่สองที่มาพร้อมเคสรองรับการชาร์จไร้สาย

ของที่ปล่อยออกมานั้นจะเห็นว่าเป็นการอัพเกรดแบบ Minor Change ปรับปรุงสเปคให้ทำงานได้ดีขึ้น ไม่ได้มีฟีเจอร์ใหม่ๆให้ร้องว้าว จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า Apple ให้ความสำคัญกับตลาด Hardware น้อยลงรึเปล่า  ถ้าหากเราดูจากผลประกอบการปี 2018 ของ Apple จะเห็นว่ากำไรในส่วนของการขายอุปกรณ์ลดลง เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยสู้ดี ราคาขายที่แพงขึ้น รวมถึงตลาดหลักอย่างจีนก็ทำยอดขายไม่เข้าเป้า นอกจากนั้นยังเจอคู่แข่งจากแบรนด์จีนตีตลาด ด้วยราคาเครื่อถูกกว่าแต่ฟีเจอร์จัดเต็มกว่า

รุกตลาดใหม่ด้วย Content และบริการ

ถ้าเรามามองในส่วนของธุรกิจบริการนั้นเรียกว่าเติบโตสวนทางตลาด ในไตรมาสที่ 4 ปี 2019 นั้นรายได้จากธุรกิจบริการนั้นสูงถึงเกือบ 10,000 ล้านดอลล่าร์ เรียกว่าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2017 นั้น เติบโตถึง 27% เลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่ทาง Apple จะหันมาเน้นเรื่องของบริการมากขึ้น ซึ่ง งาน It’s show time ก็จะมีบริการใหม่มาเปิดตัวดังนี้

Straeming Service

ไฮไลต์ของงานนี้ก็คือ บริการ Straeming Service ที่จะออกมาแข่งกับบริการอื่นๆอย่าง Netflix ตอนนี้ทาง Apple ได้เตรียมคอนเทนท์เฉพาะของตัวเองไว้มากกว่า 25 รายการ ครอบคลุมทั้งละคร, สารคดี รายการเด็ก จากคนดังอย่าง Oprah Winfrey, Jennifer Aniston, Reese Witherspoon, Jennifer Garner และ Steve Carell มาร่วมด้วย รวมถึงได้ผู้กำกับ J.J. Abrams และ Stephen Spielberg มาร่วมงานด้วย ซึ่งบางคนได้รับเชิญมาร่วมงานนี้ด้วย นอกจากนั้นทาง Apple ยังพยายามดึงพันธมิตรอย่าง  Showtime, HBO และ Starz ให้มาเข้าร่วม เพื่อเสริมคอนเทนท์ให้แข็งแกร่ง โดยไม่ได้เน้นคอนเทนท์ของตัวเองอย่างเดียว

Apple หันมาใช้ผลิตคอนเทนท์ของตัวเองเพื่อให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้ใช้งานฟรีบางส่วน คนที่อยากดูคอนเทนท์อื่นๆเพิ่มเติมก็มีบริการสมัครสมาชิกรายเดือนเพิ่มเติม รวมถึงสามารถลงชื่อใช้บริการที่เป็นพันธมิตรกับ Apple อย่าง Showtime ผ่านทางแอป TV ได้ด้วย แน่นอนว่าสมรภูมินี้ไม่ง่ายเพราะต้องมาฟาดฟันกับคู่แข่งเจ้าเดิมอย่าง  Hulu, Amazon Video และ Netflix ที่ประกาศชัดว่าไม่เข้าร่วมแน่นอน รวมถึงน้องใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง Disney

ในส่วนของคอนเทนท์ที่ยังไม่มีให้ดูแน่นอนก็คือ คอนเทนท์ด้านกีฬาที่ยังไม่มีแผนขอลิขสิทธิ์ มาเผยแพร่ ซึ่งทาง Eddy Cue รองประธานอาวุโสของ Apple ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับ Sports Illustrated เอง 

บริการ News & Magazine Subscription

นอกจากบริการสตริมมิ่งแล้ว อีกบริการที่คาดว่าเปิดตัวพร้อมกันก็คือ บริการสมัคร Subscription สำหรับอ่านข่าวจาก หนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังหลายเจ้าให้อ่านแบบบุพเฟ่ จ่ายค่าบริการรายเดือนราวๆ 9.99 ดอลล่าร์หรือประมาณ 300 บาทนิดๆ โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะไปเพิ่มอยู่ในแอป News ซึ่งใน iOS 12.2 นั้น มีการพบว่าไอคอนมีการออกแบบใหม่ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเปิดตัวในอีเวนท์นี้

เมื่อต้นปี 2018 ทาง Apple ได้ไปซื้อกิจการของ Texture แอปอ่านนิตยสารในรูปแบบของ Netflix มีนิตยสารออนไลน์ชื่อดังรวมอยู่มากกว่า 200 หัว ครอบคลุมหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Rolling Stone, People, Forbes, Vanity Fair, Vogue, Entertainment Weekly, Sports Illustrated และ Macworld ทาง Apple เองก็พยายามดึงสื่อรายใหญ่ๆมาเข้าร่วมบริการ Subscription  แต่ก็มีปัญหาเรื่องเจรจาผลประโยชน์กันไม่ลงตัว

แน่นอนว่าทั้งบริการสตรีมมิ่งและ Subscription นั้นจะแยกจากกัน ถ้าอยากใช้ทั้งสองบริการต้องจ่ายแยก แต่ทาง Apple วางแผนที่จะมอบส่วนลดให้สำหรับคนที่สมัครใช้หลายๆบริการ เพื่อดึงให้คนหันมาใช้บริการมากขึ้น

Apple Pay

Credit Card

ในฝั่งของธุรกิจด้านการเงิน ทาง Apple ก็มีบริการ Apply Pay อยู่แล้วสำหรับจ่ายเงินผ่านออนไลน์และร้านค้าออฟไลน์ต่างๆที่รองรับ แต่ปัญหาก็คือ ยังไม่สามารถใช้งานได้ทุกประเทศ จึงเป็นเรื่องลำบากในการที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ให้มากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมคนทั่วไปยังนิยมใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่มีความสะดวกมากกว่า

ทางสื่อ BloomBerg รายงานในงาน It’s Showtime ครั้งนี้ ทาง Apple จะจับมือกับ Goldman Sachs Group Inc. ออกบัตรเครดิตมา เค้าไปค้นพบว่าใน iOS 12.2 นั้น มีข้อมูลหลุดออกมาว่าสามารถเชื่อมต่อบัตรเครดิตที่ Apple จับมือกับ Goldman Sachs ผูกเข้าไปกับ Apple Pay ในแอป Wallet

แหล่งข่าววงในบอกว่าโครงการนี้มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “Project Cookie” โดยมี David Stark ผู้บริหารของ Goldman Sachs พร้อมทีม 30-40 คนมาคุมบังเหียนโครงการนี้ โดยทำงานร่วมกับทีมของ Apple Pay ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2019

ทั้งหมดนี้คือข่าวที่สื่อต่างๆที่รายงานออกมาก่อนหน้านี้ ส่วนข้อมูลอย่างเป็นทางการนั้น รอวันงานค่ะ

VIA

https://www.cnet.com/news/apple-event-march-25-what-to-expect-how-to-watch-apple-tv-streaming/

https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-03-13/apple-races-to-get-studios-signed-up-for-new-streaming-service