Apple Silicon รุ่นแรกในชื่อว่า ชิป M1 เปลี่ยนผ่าน Mac สู่ยุคใหม่ ให้มีประสิทธิภาพการทำงาน และประหยัดพลังงาน ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม

ชิป M1 นั้นเรียกว่าเป็น SOC ที่รวมทุกอย่างเอาไว้ในชิปตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็น CPU, GPU, Neural Engine,   หน่วยความจำ, ความปลอดภัยเป็นต้น ตัวบนสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตรที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์มากถึง 16,000 ล้านตัวทำให้การประมวลผลเร็วขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนั้นยังมีการใช้ UMA (Unified Memory Architecture) ช่วยลดเวลาในการส่งข้อมูลระหว่างชิปภายในแต่ละตัวเพราะมีการใช้หน่วยความจำร่วมกัน ทำให้ชิปทุกตัวใช้ข้อมูลร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องก็อปปี้ข้อมูลส่งไปมาให้เสียเวลาส่งผลให้ทำงานได้เร็วขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง

ตัวชิปจะเป็นแบบ 8 คอร์ ประกอบด้วย 4 คอร์สำหรับทำงานประมวลผลสูงๆและอีก 4 คอร์สำหรับทำงานประหยัดพลังงานมาดูประสิทธิภาพทำงานเร็วขึ้นกว่ารุ่นเก่า 2x แต่ใช้พลังงานแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น

ส่วนกราฟิกนั้นจะเป็น GPU แบบ 8 คอร์  ทำงานเร็วขึ้น 2x  แต่ใช้พลังงานแค่ 1 ใน 3  ฟากของ Neuro Engine นั้นจะให้มา 16 คอร์ สามารถประมวลผลด้าน AI ได้สูงถึง 1,100 ล้านคำสั่งต่อวินาที ซึ่งทาง Apple เคลมว่าชิปนี้ว่าเป็น CPU Performance per Watt ที่ดีที่สุดในตอนนี้

macOS Big Sur ปรับแต่งการทำงานเข้ากับ M1
ตัว macOS Big Sur มีปรับแต่งให้ทำงานกับ M1 เพื่อรีดประสิทธิภาพออกมาสูงสุด การทำงานเร็วขึ้นเริ่มตั้งแต่การปลูกเครื่องจาก Sleep
เปิดแอปเร็วขึ้น, Safari ทำงานเร็วขึ้น 1.5x การทำงานต่างๆตอบสนองเร็วขึ้น 1.9 เท่า
ในส่วนของแอปนั้นมีการเปลี่ยนผ่านไปเป็น Universal App ทำงานได้ทั้งบนชิปของแอปเปิลและอินเทล รวมถึงสามารถใช้งานแอปของ iPhone และ iPad มาทำงานบน  Mac ได้แล้ว ส่งผลให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอปลง iOS และ macOS
นอกจากนั้น Big Sur ยังปรับแต่งการทำงานของ Metal และ Core ML ให้ดีขึ้น โดย Metal ทำงานเรนเดอร์ 3D ประมวลผลวิดีโอ 4K เร็วขึ้น 6 เท่า ในส่วนของ Power management ก็ปรับให้ทำงานเงียบขึ้น ประหยัดแบตมากขึ้น