วันนี้ ข่าวร้าย ข่าวลือ และข่าวลวง ว่อนไปทั่วเน็ต หลายข่าวไม่มีที่มา แต่มีที่ไป บางทีแค่โพสต์ข้อความสั้นๆ เกี่ยวกับมัลแวร์ ฟิชชิ่ง หรือคอมเมนต์บนยูทูบ ก็กลายเป็นเรื่องได้แล้ว ดูอย่างแอพแมวพูดได้ยังตกเป็นจำเลยอยู่ในเฟซบุ๊คข้ามปีกันเลยทีเดียว

talking-angela-app-hoax-on-facebook

Talking Angela แอพฟรีบนมือถือ iOS และ Android เจ้าแมวแสนสวย Angela ที่เป็นเพื่อน”คุย”ของเด็กๆ โดยแอพตัวนี้ได้รับการโปรแกรมการทำงานด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence  (AI) แบบพื้นฐาน เพื่อให้เจ้าแมวสามารถตอบคำถามง่ายๆ กับเด็กๆ ได้ และถ้ายอมให้แอพใช้งานกล้องบนมือถือ หรือแท็บเล็ตได้ ตัวแอพยังมีความสามารถในการรู้จำใบหน้า และท่าทางต่างๆ ของผู้เล่นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยความฉลาดเล็กๆ น้อยๆ ของแอพตัวนี้ ทำให้มันถูกตั้งข้อสงสัยจากใครบางคน (ที่ก็ไม่รู้ว่าใคร?) บนเฟซบุ๊ค และถูกโพสต์ซ้ำ ส่งต่อ และแชร์ไปอย่างกว้างขวางว่า Talking Angela แมวน้อยคอมพิวเตอร์บนหน้าจอที่ว่ามันใช้ความฉลาดเทียมที่เกิดจากชุดคำสั่งโปรแกรม แท้จริงแล้วมันเป็นการสนทนาที่มาจากพวกล่อลวง เพื่อล่วงละเมิดเด็ก (อ่านรายงานชิ้นนี้แล้วทำให้นึกถึง แผนซ้อนแผนที่นักพัฒนาได้สร้างเด็กหญิงวัย 13 ปีในโลกดิจิตอลมาหลอกจับคนพวกนี้ ผ่านโปรแกรมสนทนาที่ทำงานร่วมกับเว็บแคม) ข้อกล่าวหายังไม่หมดแค่นั้น ข่าวลือที่ปล่อยบนเฟซบุ๊คยังบอกอีกว่า กล้องบนมือถือที่ถูกเรียกใช้งานโดยแอพตัวนี้จะถูกใช้สำหรับการสอดส่องเป็นสปายสายลับ เพื่อดูหน้าตาเด็ก และบริเวณภายในบ้านด้วย โอ้ว…โดนสองกระทงอย่างนี้ใครจะกล้าโหลดให้ลูกเล่นล่ะเนี่ย

talking-angela-app-hoax-on-facebook-2

ตัวอย่างข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊คเตือนว่า “รีบเอาแอพตัวนี้ (Talking Angela) ออกจากมือถือของคุณด่วน เพราะคุณกำลังเปิดประตูให้กับพวกล่อลวงล่วงละเมิดเด็กๆ ตำรวจบอกว่า พวกเขาเห็นวิธีการคล้ายกันนี้มาแล้ว แค่นี้คงไม่ต้องสงสัยอะไรกันอีกแล้ว” ประเด็นคือ มีผู้โหลดแอพตัวนี้ไปเล่นทั่วโลกหลายล้านคนแล้ว แต่ข่าวลือนี้ก็ยังว่อนอยู่บนเฟซบุ๊คมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งข่าวลือที่เป็นกระแสพูดกันมากๆ จนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องจริง อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยมือที่สามได้ เช่น แฮคเกอร์อาจส่งอีเมล์เตือนเรื่องนี้ เพื่อให้คุณเปิดเมล์ฉบับดังกล่าว แล้วโหลดแอพ หรือโปรแกรมอันตรายเข้าไปในเครื่องโดยไม่รู้ตัว การใช้เบ็ดล่อเหยื่อด้วยความกลัว (หรือสงสัย) ในลักษณะนี้ได้ผลมานักต่อนักแล้ว Sophos บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยแนะนำให้ผู้ใช้สงสัยไว้ก่อน เวลาที่พบเห็นข้อความส่งต่อกันในเฟซบุ๊ค หรือเมล์ลูกโซ่ โดยเฉพาะข้อความที่สะกดผิดเยอะๆ หรือมีการใส่เครื่องหมายเน้นย้ำ ตกใจเต็มไปหมด (บิลท์อารมณ์กันไปเรื่อย) อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวนี้ข่าวลวงบางทีเขียนได้ดีกว่าข่าวจริงซะอีก ความจริงบางเรื่องกลับถูกมองเป็นข่าวลวงซะงั้น แต่ก่อนที่จะแชร์ หรือโพสต์ซ้ำข้อความดังกล่าวออกไป ถามตัวเองก่อนว่า “ทำไมเราต้องเชื่อเรื่องนี้ด้วย?” ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลที่ดีพอที่เราจะต้องส่งต่อมันออกไป เราก็ไม่ควร และถ้าไม่แน่ใจก็ลองโหลดมาเล่นเองดู ถ้าเห็นว่า มันไม่ดีไม่งาม ก็ไม่ต้องให้ลูกๆ เล่น อย่าแค่เชื่อในสิ่งที่อ่านเท่านั้น Sophos ยังสรุปอีกด้วยว่า การตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับ ก่อนส่งต่อ แชร์ หรือรีโพสต์ นอกจากจะช่วยให้สังคมออนไลน์ดีขึ้นแล้ว มันยังไม่ทำให้เราเป็นหนึ่งในผู้ส่งต่อเรื่องราวโกหกนั้นออกไปอีกด้วย สำหรับซีแล้ว เวลาอ่านข้อมูลบนออนไลน์ จะให้เวลาในการคิดพิจารณา ตลอดจนสืบค้น และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนส่งต่อค่ะ

via sophos