Internet of Things (IoTs) เรียกว่าเป็นเทรด์ของวงการไอที เมื่ออินเตอร์เน็ตจะไปอยู่ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆรอบตัวเรา ทำให้ฉลาดขึ้น ทำงานได้หลากหลายขึ้น

DSCF2711

เราก็ใช้งานหลายๆอยู่แต่บางคนยังไม่รู้ว่านั่นคืออุปกรณ์ IoTs ไม่ว่าจะเป็นตู้ ATM ที่เชื่อมโยงเครือข่ายธนาคารเข้าด้วยกัน ช่วยให้เราเบิกถอนเงินหรือทำธุรกรรมบางอย่างได้หน้าตู้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปธนาคาร ที่ใกล้ตัวกว่านั้น คือ สมาร์ทโฟน ที่เหมือนคอมพิวเตอร์พกพา ท่องเว็บหาข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา นาฬิกาอัจฉริยะ สายวัดสุขภาพและการออกกำลังกาย  หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เพิ่มความสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ช่วยให้เราดูสถานะและสั่งงานได้จากทุกที่ทุกเวลา

ตอนนี้มีหลายๆปัจจัยที่ส่งเสริมที่ทำให้เกิด IoTs

1. อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆที่มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชิพ เซนเซอร์ กล้อง ทำให้เราพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆได้ใราคาที่ถูกลงมาก

2. ซอฟท์แวร์แบบ Open source ทำให้ประหยัดต้นทุนในการพัฒนา แถมไม่จำเป็รต้องเริ่มเขียนโปรแกรมจากศูนย์

3. ระบบ Cloud ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการเก็บข้อมูลและประมวลผลต่างๆ

Internet of Things นอกจากการสื่อสาร เชิ่อมโยงระหว่างอุปกรณ์แล้ว  ยังนำมาใช้เก็บข้อมูล นำมาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆที่เราเจอ ซึ่งทางภาคธุรกิจและหน่วยงานของรัฐในหลายๆประเทศเริ่มนำมาใช้มากขึ้น

DSCF2706

ภาคธุรกิจนำ IoTs มาใช้ประโยชน์ได้หลายช่องทางเช่น ในกระบวนการผลิต เชื่อมโยงข้อมูลจุดต่างๆมาวิเคราะห์ว่า มีปัญหาน่าจะเกิดจากจุดไหน เพื่อคิดหาทางป้องกันก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น ช่วยให้การทำงานไปอย่างราบรื่น รวมถึงลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น รวมถึงสร้างงานและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆที่อิงกับเทคโนโลยี ที่เห็นได้ชัดก็คือ บริษัท Start-ups ที่เกิดใหญ่ขึ้นมามากมายทั่วโลก

ด้านพนักงานเองก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งทำงานในออฟฟิซตลอดเวลา เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง มีเวลาเหลือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

แน่นอนว่าผลกระทบของ IoTs ก็มีเช่นกัน หลายๆบริษัมก็ต้องปรับตัว หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น บริษัทไหนปรับตัวได้ช้าอาจจะหมายถึงความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงไป พนักเองก็ต้องปรับตัว ต้องเพิ่มศักยภาพตัวเองให้พร้อมกับแนวโน้มธุกิจที่เปลี่ยนไป

 P1400863

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของงาน Internet of Things World Forum ที่จัดขึ้นโดยบริษัท CISCO ร่วมกับพันธมิตร เพื่อโชว์เคสการนำ IoTs ไปใช้งานจริงแล้วประสบความสำเร็จ และมุมมองปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการรวมกลุ่มระหว่างบริษัทชั้นนำวางมาตรฐานของ เพื่อทำให้ IoTs ได้ถูกใช้งานในวงกว้างต่อไป

DSCF2709

งานปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สาม ที่ดูไบ ประเทศ UAE ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่ชูจุดแข็งด้าน Smart City นำ IoTs มาใช้บริหารจัดการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงเปิดข้อมูล Oper Data เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปพัฒนาต่อยอด ซึ่งเค้าตั้งเป้าภายในปี 2017 ดูไบจะต้องกลายเป็นเมืองที่ฉลาดที่สุดในโลก

Smart City ทำงานภายใต้แพลตฟอร์ม Smart+Connected Communities ของทาง CISCO มาทำงานร่วมกับข้อมูลจากเซนเซอร์และ Solution ต่างๆที่ติดตั้งไว้ทั่วเมือง เราลงไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

P1400848

  • Connected Law Enforcement

Dubai ถือว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย อัตราการเกิดอาชญากรรมน้อยมาก ซึ่งทาง Dubai Police เองก็ได้นำ IoTs มาใช้ในการดำเนินงาน โดยใช้อุปกรณ์หลายๆอย่างร่วมกัน ซึ่งในรถตำรวจจะมีทั้ง Labtops , สมาร์ทโฟน , GPS สำหรับเก็บพิกัด และกล้องวงจรปิด ช่วยเก็บข้อมูลแบบ Real-time ส่วนตัวตำรวจเองก็ใส่ชุด Exoskin สำหรับตรวจจับสัญญาณชีพของผู้ใส่ว่าพร้อมปฏิบัติงานแค่ไหน

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยัง Operations Center สำหรับประมวลผลและสื่อสารกลับไปยังตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนเองก็ได้รับความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน

DSCF2687

  • Connected Lighting and Parking

อันนี้เป็นยังโปรเจคทดลองนำร่องของกระทรวงคมนาคมดูไบอยู่ค่ะ ด้วยการติดเซนเซอร์และกล้องเอาไว้ที่เสาไฟฟ้า เซนเซอร์ที่ใช้จะมีทั้งเซนเซอร์จับแสงสว่างสำหรับใช้เปิดปิดไฟอัตโนมัติตามสภาพแสงภายนอก รวมถึงเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวซึ่งไปจะปิดเมื่อตรวจไม่พบการเคลื่อนไหว อย่างเช่นคนหรือรถวิ่งผ่าน ซึ่งเซนเซอร์นี้จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าและลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้

ในส่วนของกล้องนอกจากจะเป็นกล้องวงจรปิดแล้ว ยังสามารถนำมาใช้สอดส่องที่จอดรถได้ด้วย ทำให้เรารู้ว่าตรงไหนเต็ม ตรงไหนจอดได้ ไม่จำเป็นต้องวนหาให้เสียเวลา โดยข้อมูลทั้งหมดจะส่งไป Operations Center ในการสอดส่องดูแล ส่วนประชาชนสามารถเช็คผ่านแอปบนมือถือได้ทันที

DSCF2689

  • Connected Bus and Bus Shelter

ดูไบนำ IoTs มาใช้ในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้เราสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยรถทุกคันจะเชื่อมต่อกับศูนย์กลางแล้วส่งข้อมูลกลับมายังป้ายรถเมล์เพื่อแสดงข้อมูลแบบ Real-time เราสามารถรู้ได้ว่ารถสายที่ต้องการอยู่ตรงไหน ใช้เวลารอกี่นาที รวมถึงใครเป็นคนขับด้วย นอกจากนั้นเวลาที่เรามีปัญหาก็สามารถกดที่ป้ายติดต่อกับ Call Center ได้ทันที

P1400862

นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถเช็คข้อมูล เส้นทางเดินรถ รวมถึงจ่ายเงินผ่านแอปได้ด้วย เวลาใกล้ถึงป้ายที่เราจะลงก็แอปก็จะเด้งแจ้งเตือนให้เพื่อไม่ให้เราเลยป้าย

  • Connected Aviation

ทางสายการบิน Emirates สายการบินแห่งชาติของดูไบ ได้นำเซนเซอร์ไร้สายไปติดตั้งในอุปกรณ์ต่างๆบนเครื่องบิน เพื่อเช็คสถานะแบบ Real-time ว่าอุปกรณ์ต่างๆยังอยู่ครบและพร้อมใช้งานหรือไม่ เช่น เสื้อชูชีพ ถังออกซิเจน เป็นต้น เมื่อมีข้อมูลพนักงานจะทำงานดูแลและบำรุงรักษาได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น ช่วยให้ย่นเวลาในการตรวจสอบ นำเครื่องบินได้เร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการจอดเครื่อง ผู้โดยสารก็ไม่จำเป็นต้องรอเครื่องนาน

  • Connected Classroom

ดูไบได้นำ IoT มาใช้ในการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัย การนำ VDO Call มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่  รวมถึงเพิ่มคอร์สการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน

DSCF2772

Dubai Design District (D3)

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำไปใช้ก็คือย่าน Dubai Design District (D3) ที่ทางดูไบตั้งใจจะใช้เป็นสถานที่โชว์เคสการนำ IoT ไปใช้ในชีวิตจริง ซึ่ง D3 เป็นเมืองขนาดย่อมๆ แบ่งเป็นหลายตึก ใช้เป็นที่รวมตัวสำหรับครีเอทีฟและนักออกแบบเพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

DSCF2780

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การนำ Smart+Connected Communities มาบริหารจัดการทั้งโซน แสดงข้อมูลแบบ Real-time เป็นสถิติและกราฟที่เห็นได้ชัดและเข้าใจง่าย

การบริหารห้องเช่า เราสามารถรู้ได้เลยว่าห้องไหนว่าง ห้องไหนมีคนเช่า ,การควบคุมการเข้าออกโดยใช้การสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ เก็บเป็นฐานข้อมูลม ,การสอดส่องสภาพแวดล้อมในพื้นที่ การรดน้ำต้นไม้โดยใช้เซนเซอร์วัดความชื้น ไม่จำเป็นต้องใช้คนงานอีกต่อไป ,การบริหารจัดการขยะ รู้ว่าถังไหนใกล้เต็มจะได้ วางแผนการเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการการบริหารที่จอดรถ มีระบบจ่ายเงินผ่านแอป ระบบแผนที่นำทางไปที่จอด เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นภาพรวมว่า Internet of Things จะมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการใช้ชีวิตเราได้อย่างไร เพื่อที่จะเตรียมตัวรับสิ่งใหม่ๆและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ

ขอบคุณบริษัท CISCO สนับสนุนการเดินทาง