เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา กับ Samsung Galaxy Note 8 รุ่นล่าสุด ที่หลายคนรอคอย ไปดูกันค่ะว่ารอบนี้ เค้าจัดเต็มฟีเจอร์อะไรน่าตื่นเต้นบ้าง

Galaxy Note 8

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง Samsung ประเทศไทยได้เชิญสื่อและบล็อกเกอร์มาร่วมชมการถ่ายทอดสดงาน Galaxy UNPACKED 2017 ส่งตรงมาจากนิวยอร์กเพื่อชมงานเปิดตัว  Samsung Galaxy Note 8 หลังถ่ายทอดสดนั้นก็มีเครื่องจริงให้ทดสอบใช้งานกันด้วย ลองไปพรีวิวเบื้องต้นกันว่ารุ่นนี้น่าใช้ยังไง

S-Pen

แน่นอนว่าจุดเด่นของ Note 8 คือ ปากกา S-Pen การกลับมาคราวนี้เพิ่มฟีเจอร์การใช้งานสนุกขึ้นเพื่อใช้ด้านความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงช่วยให้การสื่อสารลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตัวหัวปากกา S-Pen นั้นก็ปรับให้มีขนาดเล็กลงเหลือเพียงแค่ 0.7 มิลลิเมตรเท่านั้น พัฒนาให้ละเอียดและแม่นยำขึ้น ส่วนหัวก็เปลี่ยนวัสดุใหม่ช่วยให้ใกล้เคียงกับเขียนบนกระดาษมากขึ้น ทำให้เวลาที่วาดภาพระบายสีนั้นเราใช้ปากกามาช่วยผสมสีให้สมจริงยิ่งขึ้น ส่วนฟีเจอร์เด่นๆก็มี

  • Live Message ที่ไม่ใช่ให้เราแค่เขียนข้อความธรรมดา แต่ยังใส่อารมณ์ความรู้สึกผ่านการเคลื่อนไหวเข้าไปได้ ด้วยการเปลี่ยนลายมือธรรมดาของเราภาพเคลื่อนไหวแบบไฟล์จิฟ (GIF) เหมือนเห็นเราเขียนตั้งแต่ต้นจนจบแต่เพิ่มเติมเอฟเฟคฟรุ้งฟริ้งเข้าไป แถมเลือกฝังลงในรูปถ่ายเราได้สบายๆ พอทำเสร็จส่งให้เพื่อนได้ทันทีทางไลน์ หรือเฟซบุ๊ก
  • IP68 ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องที่กันน้ำเท่านั้น แต่ปากกา S-Pen ก็กันน้ำกันฝุ่นได้ด้วยมาตรฐาน IP68ให้เราเขียนโน้ตได้แม้หน้าจอจะเปียก ช่วยให้เราใช้คิดงานได้ทุกสถานการณ์โดยที่ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องจะเป็นอะไรไป
  • Screen Off Memo ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้เราพร้อมจดไอเดียใหม่ได้ตลอดเวลา เพราตอนนี้เราสามารถใช้ S-Pen เชียนบนหน้าจอที่ล็อคอยู่ได้เพียงแค่ดึงปากกาออกมาก็ใช้งานได้ทันที ไม่ใช่แค่เขียนได้หน้าเดียวนะแต่ยังสามารถเขียนเรียงต่อลงไปด้านล่างเรื่อยๆ ได้มากกว่า 100 หน้า ช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาปลดล็อคหน้าจอเพื่อจดไอเดียใหม่ๆที่เพิ่งคิดออก

  • แอป Coloring อันนี้สำหรับคนที่วาดภาพไม่เก่งแต่อยากทำงานศิลปะ เค้าก็มีเทมเพลตให้เหมือนกับสมุดระบายสีที่เราใช้ตอนเด็กๆ เลือกรูปที่ชอบจากแบบต่างๆมากกว่า 200 แบบมาลงสีฝึกฝีมือหรือจะใช้ฆ่าเวลาเพลินๆก็ได้นะ แถมระบายเสร็จแล้วก็สั่งพิมพ์ออกมาได้ทันที ซึ่งสีบนจอกับสีที่พิมพ์ออกมาจะใกล้เคียงกันมาก
  • Translate เพียงแค่คุณนำปากกาไปลากตรงข้อความก็จะช่วยแปลภาษาให้ทันที ประโยคยาวๆก็แปลได้หมด ต่างจากของเก่าที่แปลได้เป็นคำๆเท่านั้น นอกจากนั้นยังสามารถใช้แปลงหน่วยวัดต่างๆได้ด้วย เช่นการเปลี่ยนค่าเงิน เปลี่ยนฟุตเป็นเมตร

Camera

ในส่วนของกล้องเองต้องบอกว่าเป็นกล้องที่ดีที่สุดเท่าที่ซัมซุงเคยทำออกมา แนวคิดจำง่ายก็คือ Dual ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 4 ด้านคือ

  • Dual Pixel ซึ่งใช้กับ S8 เป็นรุ่นแรก โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยให้โฟกัสได้คมชัดยิ่งขึ้น
  • Dual Camera ถือเป็นรุ่นแรกของซัมซุง ที่ใช้กล้องหลังเป็นเลนส์คู่ ความละเอียด 12 ล้าน แบ่งเป็นเลนส์ wide (f 1.7) และเลนส์ telephoto (f 2.4) จับภาพได้ทั้งมุมกว้างและมุมแคบ แถมซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า แถมด้วยโหมดใหม่ 2 โหมดที่รับรองหลายคนน่าจะชอบ นั่นก็คือ Live focus ที่ช่วยให้เราปรับความชัดลึดชัดตื้นของรูปได้ สำหรับคนที่ชอบถ่ายแบบละลายหนังรุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ แถมยังให้เราเลือกปรับได้ทั้งก่อนถ่ายและหลังถ่ายไปแล้ว แต่ข้อเสียที่พบก็คือจะมีปัญหาคล้ายกับ Portait Mode เวอร์ชั่นเบต้า นั่นก็คือ เวลาถ่ายต้องมีระยะห่างของมือถือกับสิ่งที่ต้องการถ่ายถึงจะใช้งานได้ นอกจากนั้นบางภาพเมื่อปรับเบลอฉากหลังแล้วจะยังดูหลอกๆตา โบเก้ยังไม่เนียนเหมือนถ่ายด้วยกล้อง DSLR
  • Dual OIS เนื่องจากมีเลนส์สองตัว ทางซัมซุงก็จัดเต็มใส่ OIS หรือระบบกันสั่นมาให้เลนส์ทั้งคู่เลย ผลที่ได้ก็คือถ่ายภาพและวิดีโอได้นิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

  • Dual Capture มีเลนส์สองตัวแล้วก็ต้องเอามาใช้ประโยชน์เต็มที่ โหมดนี้จะช่วยให้เราไม่พลาดโมเมนต์สำคัญในชีวิต ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะถ่ายมุมแคบดีหรือมุมกว้างดี ตัดสินใจไม่ถูกแบบนี้เค้าก็เลยให้กดชัตเตอร์ทีเดียว แต่เก็บภาพมาให้พร้อมๆกัน 2 ใบในความละเอียดสูง คุณก็ไปเลือกเองว่าอยากได้มุมแคบหรือมุมกว้าง ไปเลือกใช้กันเอาเองเลย

Bixby

ผู้ช่วยอัฉริยะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกแล้ว เปิดให้ใช้งานการสั่งงานด้วยเสียง ช่วงต้นนี้รองรับแค่ภาษาอังกฤษและเกาหลีเท่านั้น ใครที่สั่งงานด้วยเสียงบ่อยๆก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Quick Commard ช่วยให้เราสั่ง Bixby เรียกเปิดแอปหรือการตั้งค่าได้อย่างรวดเร็วด้วยการตั้งคีย์เวิร์ดไว้ เช่น Food Photo ก็จะเป็นการเปิดกล้อง เรียกใช้งานโหมดถ่ายภาพอาหาร หรือ Good night จะเป็นการปรับโหมดหน้าจอเป็น Night shift แถมไปปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดได้ตามความชอบของเราคือดีอ่ะ  

นอกจากนั้นยังต่อไปสามารถสั่งเปิดเพลงจากบริการสตรีมมิ่ง Spotify ได้ด้วย

ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่นๆก็มาแบบจัดเต็มทั้ง Samsung DEX ก็มาครบ นอกจากนั้นยังเพิ่มเคสเกรดเดียวกับที่ใช้ในวงการทหาร รับประกันความแข็งแรงทนทาน

Spec

Note 8 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2960 เน้นความเพียวบางแต่ก็ยังออกแแบให้ใช้งานมือเดียวได้ แต่ถ้าใครมือเล็กก็อาจจะเอื้อมกดไอคอนแถวซ้ายไม่ค่อยถึง ในส่วนดีไซน์นั้นยังคงใช้ Infinity Display เพื่อให้การทำงานต่างๆมีพื้นที่มากขึ้น ดูหนังฟังเพลงได้อรรถรส มาดูส่วนของ CPU นั้นจะใช้ Exynos 8895  เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มาพร้อม RAM 6 GB และพื้นที่เก็บข้อมูง 64 GB สามารถเพิ่มการ์ด MicroSD ได้ แบตเตอรี่ 3,300 mAH

ส่วนเมืองไทยอดใจรอไม่นานค่ะ รอบนี้เข้าเปิดตัวเร็วกว่าที่คิด แต่จะเป็นเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่นั้นต้องติดตามกันค่ะ เดี๋ยวซัมซุงประเทศไทยจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกทีค่ะ