เริ่มแล้วกับงาน WWDC 2018 ที่รวมเหล่านักพัฒนาจากทั่วโลกเพื่อประกาศทิศทางของซอฟท์แวร์ของ Apple ว่าปีนี้เราจะได้ใช้งานอะไรใหม่ๆบ้างและนี่คือรวม ไฮไลท์เด่นๆของ iOS 12

WWDC 2018

งานปีนี้มีนักพัฒนามาเข้าร่วมงานจาก 77 ประเทศทั่วโลกถือว่ามากกว่าทุกปี ตอนนี้นักพัฒนาของแอปเปิ้ลมีมากกว่า 20 ล้านคนแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมา App Store ก็มีอายุครบ 10 ปีถือเป็น marketplace ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีคนเข้ามาใช้งานสัปดาห์ละ 500 ล้านคน รวมถึงสร้างงานสร้างอาชีพให้นักพัฒนา ซึ่งแอปเปิ้ลได้จ่ายเงินให้นักพัฒนาไปมากกว่า 100,000 ล้านดอลล่าร์ ในส่วนของการพัฒนาแอปก็มี Swift และ Swift Playground ที่ช่วยให้เขียนแอปได้ง่ายขึ้น รวมถึงได้กลายเป็นหลักสูตรสอนในโรงเรียนต่างๆ

iOS 12

ตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้คือ Apple เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น ตอบสนองเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า ส่วนเครื่องรุ่นเก่าเปิดแอปเร็วขึ้น 40 %, Keyboard ตอบสนองเร็วขึ้น 50% เปิดแอปกล้องเร็วขึ้น 70%  มีการปรับแต่งการทำงานของ CPU ให้เพิ่มสูงขึ้นได้เวลาที่จำเป็น รวมถึงลดการทำงานลงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อให้ประหยัดแบตเตอรี่

อุปกรณ์ที่รองรับ iOS12 ก็คือรุ่นที่ใช้งาน iOS 11 ได้นั่นก็คือ iPhone 5S หรือใหม่กว่า ,iPhone SE ส่วนไอแพดรองรับ iPad เจน 5, iPad mini 2 หรือใหม่กว่า, iPad Air หรือใหม่กว่า,iPad pro ทุกรุ่น รวมถึง iPod touch เจน 6

AR

ทาง Apple ได้ร่วมกับ pixar ในการพัฒนาไฟล์ AR ในฟอร์แมตใหม่ชื่อว่า USDZ ที่มีขนาดเล็ก แชร์ได้ง่าย แถมยังได้พันธมิตรรายใหม่ร่วมพัฒนา เช่น Adobe, Autodesk, Sketchfab, ptc, Quixel

ในงานก็มีการโชว์การนำ AR ไปใช้ในรูปแบบใหม่ๆ เช่น แอป measure วัดระยะ วัดได้ทั้ง 2 มิติและ 3 มิติ, การนำ USDZ ไปผนวก AR เข้ากับเว็บ เราสามารถแตะรูปที่อยู่ในเว็บแล้วให้แสดงเป็น AR ซ้อนทับลงไปบนโลกแห่งความจริงได้ทันที เราสามารถหมุนดูรายละเอียดได้ทุกมุมมอง

iOS 12 มาพร้อม ARKit 2 ที่พัฒนาความสามารถในการตรวจจับใบหน้าให้ดีขึ้น, เรนเดอร์โมเดลสามมิติได้สมจริงขึ้น, ตรวจจับวัตถุ 3 มิติ, ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นรวมถึงแชร์ได้ง่ายขึ้นด้วย

Photos

เพิ่มแท็ปใหม่ For You แนะนำภาพในอดีต ฟิลเตอร์การแต่งภาพ เป็นต้น เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Search Suggestions แนะนำการค้นหารูปที่ต้องการได้เร็วขึ้น, การค้นหาสถานที่อย่าง ร้านค้าหรือสถาที่สำคัญๆ, ค้นหาตามเหตุการณ์ รวมถึงปรับปรุงคำสำคัญช่วยให้ค้นหารูปที่ต้องการได้แม่นยำขึ้น

แนะนำรูปที่จะแชร์ แชร์ให้ใครได้บ้าง รวมถึงแนะนำให้เพื่อนแชร์กลับมาหาเราในอัลบัมเดียวกันได้เลย ทั้งหมดนี้ใช้ AI ในการช่วยและเสริมความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสแบบ End-to-End Encrytion

สิริ

  • Add to Siri เราสามารถเพิ่มคำสั่งเสียงลัดเพื่อสั่งให้สิริทำงานบางอย่างได้ที่เราทำเป็นประจำได้ เช่น สั่งให้หากุญแจ, สั่งกาแฟ เป็นต้น
  • Siri Shortcut เชื่อมต่อการทำงานกับแอปอื่นๆโดยสิริจะนำเสนอข้อมูลหรือบริการที่คาดเดาว่าคุณต้องการใช้งานในช่วงเวลานั้นของวัน เช่น ถ้าเราไปดูหนังไว้ก็จะส่งการแจ้งเตือนให้เปิดโหมดสั่น หรือแจ้งเตือนให้รู้ว่าถึงวันเกิดของคนสำคัญ หรือถ้าคุณทำกิจกรรมอะไรซ้ำเวลาเดิมทุกวัน สิริก็จะรู้จากนั้นมันก็จะเสนอคำแนะนำให้ก่อนถึงเวลานั้นๆได้ ที่สำคัญมันสามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์ม ไอโฟน ไอแพด Apple Watch และ HomePod ได้ เรียกว่าตามไปทุกอุปกรณืที่เราใช้งาน

App ใหม่

  • Apple news ปรับโฉมใหม่เพิ่ม Side bar ด้านข้าง ปรับหน้าฟีดให้เนื้อหาตรงกับความสนใจของเรามากขึ้นจากแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ เพิ่ม Top stories เรื่องน่าสนใจจากทีมงานของ Apple แท็บการค้นหาใหม่พร้อมแสดงหัวข้อและชาแนลข่าว ช่วยให้หาเรื่องที่สนใจอ่านได้ง่ายขึ้น
  • Stocks: เพิ่มตารางและกราฟหุ้นแสดงแนวโน้มของหุ้นตลอดทั้งวัน แถมยังดึงข่าวมาจาก Apple News ที่เกี่ยวกับหุ้นนั้นๆมาช่วยเสริมข้อมูล เปิดอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอป
  • Voice memos: เก็บบน Cloud เพื่อให้เข้าถึงได้ทุกอุปกรณ์
  • Books: เพิ่ม store และฟีเจอร์ Reading Now แนะนำหนังสือเล่มก่อนหน้าที่คุณยังอ่านค้างอยู่
  • Carplay รองรับแอปนำทาง third-party อย่าง Google Maps

แอปกลุ่ม focus 

  • Do not Disturb During Bedtime แสดงหน้าจอใน dark mode หน้าจอจะไม่สว่างจนไปรบกวนการนอน
  • Notification – เราสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน ได้บนหน้าจอเลยไม่ต้องมาปลดล็อคเครื่องก่อน, เพิ่ม Group Notification ลดการรกของหน้าจอด้วยการรวมการแจ้งเตือนต่างๆเข้าด้วยกัน เค้าไม่ได้จัดเรียงตามประเภทแอป แต่ใช้วิธีเรียงตามหัวข้อเดียวกันแทน
  • Screen Time- ควบคุมการใช้งานหน้าจอ รายงานการใช้งานว่าเราใช้งานไปกับมือถือมากน้อยแค่ไหน ดูรายละเอียดปลีกย่อยได้เป็นวันเป็นชั่วโมง เป็นรายแอป เพื่อเอาข้อมูลหล่านี้มาปรับปรุงการใช้งานของเราให้เหมาะสม
  • App Limits – ถ้าแอปไหนเราใช้งานมากเกินไปก็สามารถตั้งค่าจำกัดเวลาใช้งานได้ เลือกเป็นรายแอปได้

แอปกลุ่มสื่อสาร 

  • Messages Animoji เพิ่ม Tongue Detection แลบลิ้นได้ เพิ่มอีโมจิใหม่ 4 ลายคือ โคอาล่า ,ผี,เสือและทีเร็กซ์ และสิ่งที่หลายคนรอคอยก็มา นั่นก็คคือ MeMoji สร้างอีโมจิใบหน้าของตัวเองได้ง่ายๆและรวดเร็ว สามารถเลือกปรับสีผิว สีผิวและทรงผม รวมถึงรานละเอียดต่างๆเพื่อให้ใกล้เคียงกับตัวเรามากที่สุด

  • Facetime เพิ่มความสามารถ Group Facetime ได้สูงสุด 32 คนพร้อมกัน ใคนที่มี Group chat อยู่แล้วก็สามารถเปิดได้เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาเชิญสมาชิกมาเข้าร่วมใหม่