ยอมรับเลยว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเรา น่ากลัว น่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกที เราไม่มีทางรู้หรอกว่า วันไหนที่เราจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นบ้าง ซึ่งเราก็จำเป็นที่ต้องหาอุปกรณ์ที่คอยจะช่วยเราได้ แน่นอน 1 อุปกรณ์ที่ทุกคนมี และขาดไม่ได้เลย คือ มือถือวันนี้จะมาบอกวิธีการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นในยามฉุกเฉิน

แน่นอน..เชื่อว่าหลายคนที่ใช้ไอโฟนมักมองข้าม ฟีเจอร์อย่าง Medical ID หรือ ฟีเจอร์อย่าง Emergency SOS เพราะแรกๆ ก็รู้สึกว่าไม่รู้จะต้องใช้ตอนไหน หรือไม่ก็ไม่มีความจำเป็นหรอก ตอนนี้ขอแนะนำเลยว่า ใครที่ใช้ iPhone สาวก iOS ทั้งหลายควรตั้งค่าพวกนี้ไว้ก่อน อย่าละเลยเลย

อย่างแรกเข้าไปที่ Setting เลือกที่ Emergency SOS เลย ที่นี้จะเจออยู่ทั้งหมด 3 ฟีเจอร์ที่เขาจะให้เราเลือกเปิดหรือปิด: Call with Side Button , Auto Call และ Countdown Sound แต่ฟีเจอร์ของ Countdown Sound จะโผล่มา หากคุณเปิด Auto Call 

มาเริ่มต้นเลย…อย่างแรกแนะนำให้คุณ เปิด ไว้ทั้ง Call with Side Button และ Auto Call

เพราะว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน อยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน คุณสามารถกดปุ่มด้านข้างหรือปุ่มพาวเวอร์ รั่วๆ ประมาณ 5 ครั้งติด มือถือคุณจะเข้าโหมดฉุกเฉินและจะโทรออกหา 191 ทันที

อีกวิธีทีสามารถเรียกโหมด Emergency SOS ออกมาใช้งานได้ คือการกดปุ่มพาวเวอร์ค้างไว้พร้อมกับปุ่มเพิ่มหรือลดเสียง คล้ายๆการกดปิดเครื่องนั้นแหละคะ ก็จะมีหน้าขึ้นมาให้คุณสไลด์ที่ Emergency SOS

แต่ถ้า คุณไม่ได้เปิด Auto Call แล้วคุณกดรั่ว มันก็จะเด้งเข้าหน้าเหมือนตอนเราปิดเครื่อง คุณต้องสไลด์ Emergency SOS อีกที ถึงจะโทรออกหา 191 ดังนั้นเปิด Auto Call ไว้นะคะ จะได้ทันท่วงที หากมีอะไรเร่งด่วนจริงๆ มันก็โทรให้เลย

หลังจากโทรเสร็จ มือถือเราจะส่งข้อความพร้อมโลเคชั่นที่เราอยู่ ให้กับคนที่เราตั้งไว้ว่าให้ติดต่อเวลาฉุกเฉิน ไม่ต้องห่วงว่าเราปิด Location Service อยู่หรือเปล่า เพราะว่ามือถือจะเปิดอัตโนมัติชั่วคราว และถ้าโลเคชั่นที่คุณอยู่เปลี่ยน มันก็จะส่งอัพเดตไปให้คนที่เราตั้งไว้

อันสุดท้าย Countdown Sound เป็นการที่มือถือจะส่งเสียงดังเพื่อให้คนรอบข้างได้ยินและมาช่วย ถามว่าควรเปิดไหม? อันนี้แนะนำยาก เพราะว่า มันแล้วแต่สถานการณ์จริงๆ หากคุณเกิดหกล้มแล้วต้องการความช่วยเหลือ แบบนี้ก็ควรเปิด แต่ถ้าคุณอยู่ในเหตุการณ์ที่ต้องหลบซ่อนตัว อันนี้ก็ไม่ควรเปิด ดังนั้น เราไม่สามารถคาดเดาได้ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าป้องกันไว้ก่อน ก็ไม่มีเสียงดีกว่า

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่คุณควรจะทำเลย คือการตั้ง Medical ID ไว้ คือการกรอกข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้นของคุณเช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด กรุ๊ปเลือด แพ้ยาอะไรบ้าง โรคประจำตัวมีอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งค่าคนที่สามารถติดต่อได้ตอนฉุกเฉิน ใส่ไว้เลยคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ มือถือจะได้ส่งไปบอกคนเหล่านี้ เขาก็จะช่วยเราได้ทันที