อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน WWDC  ทุกปีคือการสนับสนุนการเขียนโค้ดให้กับนักเรียน/นักศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ๆ ด้วยการจัดการแข่งขัน Swift Student Challenge เปิดให้สร้างแอปผ่าน Swift Playgrounds โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะได้เข้าร่วมงาน WWDC 

จุดเด่นของ Swift Playgrounds การใช้งานค่อนข้างง่าย คนทั่วไปสามารถใช้งานได้ เพียงแค่ 3 นาทีก็สามารถสร้างฉากแบบอินเทอร์แอ็คทีฟได้แล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่กับไอเดียว่าจะนำไปต่อยอดใช้งานอะไร โดยปีนี้มีคนสนใจเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 350 คนจาก 41 ประเทศ/ภูมิภาค ซึ่งเด็กไทยที่ผ่านการคัดเลือก 2 คน คือ น้องพอใจ รางศรี และ น้องภูมิ เพ็งหิรัญ

แอปช่วยเหลือผู้พิการสื่อสาร

น้องพอใจ รางศรีกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนวารี เชียงใหม่  น้องมีความสนใจด้านเทคโนโลยีมาตั้งแต่ 9 ขวบ โดยเริ่มจากการต่อแผงวงจรที่บ้าน และเริ่มศึกษาด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง พออาจารย์ที่ปรึกษาเห็นว่าน้องมีความสนใจด้านนี้จึงแนะนำให้ไปเข้าร่วม Young iOS developer ซึ่งในค่ายมีการสอนพัฒนาแอปโดยใช้ Swift ทำให้เกิดความชอบด้านการพัฒนาแอปขึ้นมา
เมื่อได้ข่าวเรื่องการชิงทุนโครงการ Swift Student Challenge ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ร่วมงาน WWDC 2020 ซึ่งน้องมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้เจอกับวิศวกรของ Apple และนักพัฒนาเก่งๆจากทั่วโลก เธออยากรู้ว่าคนเก่งๆเหล่านี้มีมุมมมองความคิดอย่างไร รวมถึงเทคนิคที่ใช้เพื่อเอามาพัฒนาแอปของตัวเองให้ดีขึ้น จึงได้สมัครเข้าร่วมในปีนี้

การที่น้องพอใจผ่านการคัดเลือกในปีนี้มาจาก 2 ปัจจัย คือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และผลกระทบที่มีประโยชน์กับสังคม ผลงานของน้องคือแอป HappHear ที่ช่วยให้ผู้พิการทางการพูดสื่อสารกับคนทั่วไปได้ โดยได้แรงบันดาลใจจากการเข้าไปใช้บริการร้านสะดวกซื้อ ที่มีผู้พิการทางการได้ยินเป็นพนักงานคิดเงิน ซึ่งจะให้บริการช้ากว่าช่องอื่นเพราะมีปัญหาด้านการสื่อสาร

แต่น้องมองต่อว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นอย่างการเจ็บป่วยหรืออาชญากรรมขึ้นมาจะช่วยให้คนกลุ่มนี้สื่อสารกับคนทั่วไปได้ยังไง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าใจภาษามือได้ น้องมองกว่าตอนนี้ทุกคนมีมือถืออยู่แล้ว น่าจะใช้มาเป็นสื่อกลางที่สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ภายในแอปจะมีไอคอนรูปภาพต่างๆให้ผู้พิการเลือก โดยกดเรียงเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น เกิดอุบัติเหตุ เรียกรถฉุกเฉิน เมื่อเลือกเสร็จสามารถกดเล่นเพื่อให้เปลี่ยนภาพเป็นเสียงพูดออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือได้รวดเร็วและทันเวลา
ส่วนเรื่องการพัฒนาแอปนั้น น้องพอใจใช้เวลาเรียนพื้นฐานการเขียนโค้ดราว 1-2 เดือน จากนั้นใช้เวลาพัฒนาแอปอีก 2 สัปดาห์หลังจากที่ประกาศเรื่องการแข่งขันออกมา
คาดว่าแอปจะปล่อยให้ใช้งานใน App Store เร็วๆนี้ ส่วนแผนการณ์ในอนาคตจะพัฒนาแอปให้สมบูรณ์ขึ้น ด้วยการเพิ่มพิกัด GPS รวมถึงโทรแจ้งหน่วยงานฉุกเฉินได้ทันที รวมถึงต่อยอดให้ใช้งานบน Apple Watch ได้ด้วย นอกจากนั้นน้องพอใจบอกว่าสนใจเรื่องการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้สังคมดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงด้านการแพทย์

แอปวางแผนสร้างตารางเรียนสุดฉลาด

น้องภูมิ เพ็งหิรัญเพิ่งจบการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อายุ 22 ปี ปัจจุบันทำงานเป็น iOS Developer อยู่ในบริษัทซอฟท์แวร์แห่งหนึ่ง มีความสนใจการพัฒนาแอปบน iOS ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 รวมถึงมีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ที่เคยได้รับทุน WWDC Scholarship คนแรกของประเทศไทย ทำให้เกิดแรงบันดาลใจลงแข่ง Swift Student Challenge  ซึ่งตอนอยู่ปี 2 น้องภูมิเคยส่งประกวดครั้งนึงแต่ไม่ได้รับการคัดเลือก จึงกลับมาฝึกฝนพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เพิ่มเติมจากอาจารย์
ส่วนที่มาของการพัฒนาแอป University Registration Planner โปรแกรมจัดตารางเรียนนี้เกิดจากประสบการณ์ตรงในมหาวิทยาลัย ที่เปิดกว้างให้นักศึกษาเลือกลงทะเบียนวิชาที่ต้องการและจัดตารางเรียนเองได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ วิชานึงมีให้เลือกหลายคลาส หลายอาจารย์ผู้สอน หลายช่วงเวลาจึงทำให้เกิดความยากในการจัดตารางให้ลงตัว
น้องภูมิเลยพัฒนาโปรแกรมสำหรับช่วยสร้างตารางเรียนขึ้นมาเพื่อให้ง่ายขึ้นด้วยการใช้ algorithm ที่ดัดแปลงมาจาก depth first search เพื่อให้การคำนวณออกมาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงแค่เราใส่วิชาที่ต้องการเรียนเข้าไป ตัวโปรแกรมจะคิดวิเคราะห์ทุกรูปแบบความเป็นไปได้ออกมาให้  เพื่อให้เราเลือกตารางที่ถูกใจมากที่สุดก่อนลงทะเบียนเรียน
ขั้นตอนในการพัฒนาแอป ช่วง 1-2 เดือนแรก จะเป็นขั้นตอนการเตรียมตัว หาแนวคิดของแอป และออกแบบ Flow การทำงาน จากนั้นใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการพัฒนาโปรแกรม ส่วนแผนการณ์ในอนาคต น้องภูมินั้นมีความสนใจศึกษาต่อด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อนำมาสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ