ข่าวลือเรื่อง Apple จะผลิตชิปของตัวเองนั้นมีออกมาหลายปี ก่อนที่เราจะเห็นชิป Apple M1 ในปีที่ผ่านมา ล่าสุดอดีตวิศวกรของ Apple ได้ออกมาเผยว่าชิปนี้นั้นใช้เวลาพัฒนาเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อนที่เราจะได้ใช้งานจริง

คนที่ออกมาเผยข้อมูลนี้ก็คือ Shac Ron อดีตวิศวกรตำแหน่ง Senior Kernel Engineer ที่ทำงานกับ Apple ตั้งแต่ปี 2007 – 2017 เปิดเผยความเป็นมาของการพัฒนาชิปของตัวเองเพื่อมาใช้แทนที่ชิปของ Intel ผ่านทางทวิตเตอร์ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการโต้ตอบกับทวีตของ David Kanter ผู้เชี่ยวชาญด้าน machine learning ที่บอกว่าประสิทธิภาพของชิป M1 นั้นมีใช้ประโยชน์จากการจัดการ cache มากกว่าสถาปัตยกรรม

ทาง Ron ได้อธิบายว่า โปรเจค M1 เริ่มต้นเมื่อปี 2010 ซึ่งเวลานั้นทาง Apple ได้ทำสัญญากับ ARM เพื่อที่จะต้องการผลิตชิป 64-bit โดยใช้ instruction set architecture (ISA) ของ ARM มาใช้บนอุปกรณ์ของตัวเอง แต่ ณ เวลานั้นทาง ARM ยังออกแบบชิปของตัวเองไม่เสร็จ จึงทำได้แค่ให้ลิขสิทธิ์กับบริษัทต่างๆนำไปพัฒนาต่อยอด

เมื่อ Apple ออกชิป 64-bit ของตัวเองออกมาในปี 2013 นั่นก็คือชิป A7 ที่มาพร้อม iPhone 5S ฟากคู่แข่งอย่าง Samsung และ Qualcomm ก็ยังไม่ตระหนักถึงประสิทธิภาพของชิป Apple มากนัก เพราะชิป A7 เป็นชิป 64-bit ตัวแรกที่เป็น system-on-a-chip (SoC) ในตลาดสมาร์ตโฟน ซึ่งเวลานั้นสามารถทำงานเร็วขึ้น 2 เท่า กราฟิกทำงานเร็วขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับชิป A6 ตัวเก่า

Ron เผยว่าทาง Apple ยืนหยัดที่จะใช้สถาปัตยกรรม “OoO” (out-of-order) ที่มีประสิทธิภาพสูงแม้จะมีความเร็วนาฬิกาที่ไม่สูงมาก แต่มีศักยภาพในการเพิ่มจำนวนคอร์ให้มากขึ้นเพื่อชดเชยแทน  ทาง Ron บอกว่าประสิทธิภาพของชิป M1 ไม่ได้เป็นเพราะ ARM ISA แต่เป็นผลมาจากประสิทธิภาพ core ที่ Apple วางแผนมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี ก่อนเคลื่อนไหวครั้งใหญ่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการไอที

ที่มา Mashable