ซีเชื่อว่า เพื่อนๆ ต้องเคยเผชิญกับปัญหามือถือ หรือแท็บเล็ต Android ทำงานช้าลงเมื่อใช้งานไปสักระยะเวลาหนึ่ง ไม่เหมือนตอนได้เครื่องมาใหม่ๆ ความจริงมันมีสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้น พร้อมทั้งวิธีแก้ไขที่คุณเองก็ทำได้ค่ะ

speed-up-your-android-devices-new

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์โมบาย Android เท่านั้นนะคะ เพราะมีรายงานว่า ใครที่ได้ลองใช้ iOS 7 บน iPad 3 ก็จะได้อารมณ์เดียวกันค่ะ – -” แต่ต้องยอมรับว่า ผู้ใช้ Android มีมากกว่า ปัญหานี้จึงถูกพูดถึงมากกว่าตามไปด้วย เกริ่นมาเยอะแล้ว เรามาดูต้นตอของปัญหากันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง?

speed-up-your-android-devices-2

โอเอสใหม่ แอพใหม่ ตัวใหญ่ใช้ทรัพยากรระบบเยอะ

ระบบปฏิบัติการ Android บนมือถือ หรือแท็บเล็ตจะได้รับการอัพเกรดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบางทีโอเอสตัวใหม่อาจจะไม่ได้รับการปรับแต่งการทำงานให้เหมาะกับอุปกรณ์รุ่นที่เพื่อนๆ ใช้อยู่ และนั่นอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้มือถือ Android ของเราทำงานช้าลงได้ หรือไม่บางทีผู้ให้บริการ ตลอดจนผู้ผลิตได้เพิ่มแอพลิเคชันที่เรียกว่า bloatware app (แอพที่ผู้ผลิต หรือโอเปอเรเตอร์มือถือติดตั้งเข้าไปในเครื่อง โดยที่เราแทบไม่ได้ใช้พวกมันเลย บางตัวลบทิ้งไม่ได้ เปลืองหน่วยความจำ สตเรจ และแบตฯ โดยใช้เหตุ) ซึ่งหากพวกมันแอบทำงานอยู่ด้านหลัง (background) ก็อาจส่งผลให้มือถือของเราทำงานช้าลง หรือหน่วงได้เช่นเดียวกันค่ะ แม้ว่า เพื่อนๆ จะไม่ได้อัพเดทโอเอส แต่มือถือกลับทำงานช้าลง บางทีแอพหลายๆ ตัวที่กำลังทำงานอยู่บนมือถือของคุณอาจเป็นเวอร์ชันใหม่สุดๆ ที่เพิ่งออกมาหลังจากปล่อยให้คุณได้ใช้เวอร์ชันแรกนานนับปี ประเด็นคือ โดยทั่วไปแอพใหม่มักจะมีการทำงานที่หนักเครื่องกว่าเดิม เนื่องจากนักพัฒนาต้องการให้มันสามารถใช้ฮาร์ดแวร์ที่เร็วขึ้นของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้นั่นเอง ยิ่งพวกเกม หรือแอพบางตัวจะได้รับการปรับแต่งให้ทำงานบนมือถือรุ่นใหม่ที่แรงเร็วขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่า พวกมันเป็นสาเหตุที่ทำให้มือถือเครื่องเก่าของเราทำงานช้าลงนั่นเอง ซีว่า อันนี้ไม่ใช่เฉพาะ Android หรอกนะคะ แต่น่าจะเป็นทุกแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ ยิ่งนับวัน เว็บไซต์ต่างๆ ก็มีการพัฒนาให้หนักขึ้นทั้งกราฟิก วิดีโอ และอื่นๆ อีกสารพัด จะว่าไปทิศทางของมันไม่ได้ต่างจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึนกับโปรแกรม และเกมบนเดสก์ทอปพีซีที่เวอร์ชันใหม่จะต้องการสตอเรจ และหน่วยความจำ (RAM) ตลอดจนประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล

speed-up-your-android-devices-3

สำหรับวิธีแก้ปัญหานี้ อาจจะต้องบอกว่า มีทางเลือกให้เพื่อนๆ ไม่มากนัก ถ้าโอเอสที่ทำงานบนมือถือ Android ของคุณเริ่มช้าอืดหนืดหน่วง แนะนำให้ลองแฟลช ROM ใหม่ที่ได้รับการรีดไขมันส่วนเกินที่ไม่จำเป็นออกไปอย่างเช่น CyanogenMod ที่มันจะไม่มีพวก bloatware และสกินของผู้ผลิต (ตัวทำให้ Android ทำงานอืด) แต่ถ้าเป็นแอพทำงานช้าลง แนะนำให้ลองหาดาวน์โหลดแอพตัวอื่นที่ขนาดเล็กกว่า แต่ทำงานได้เหมือนกันไปใช้แทนค่ะ

กระบวนการทำงานด้านหลัง (Backgroud process)

หลายคนมักจะสรรหาแอพใหม่ๆ มาติดตั้งใช้งานกันอยู่เสมอ ซึ่งเพื่อนๆ อาจไม่ทราบว่า แอพบางตัวเมื่อเริ่มเปิดใช้งาน มันจะมีการทำงานอยู่ด้านหลังด้านหลังด้วย แม้จะปิดแอพไปแล้วก็ตาม โดยกระบวนการทำงานด้านหลังของแอพพวกนี้ จะไปเพิ่มภาระให้กับโพรเซสเซอร์ ตลอดจนใช้หน่วยความจำของมือถือ และแท็บเล็ต Android ของเรา โดยเฉพาะใครที่ติดตั้งแอพที่ทำงานลักษณะนี้ไว้หลายตัวในเครื่อง พวกมันสามารถทำให้มือถือของคุณทำงานช้าลงได้อย่างมากมาย และเนื่องจากระบบปฏิบัติการ Android สามารถทำหลายงาน (multitasking) ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นแอพต่างๆ ที่ทำงานอยู่ในแบคกราวด์ก็ยังคงกระโดดโลดเต้นไปด้วย คราวนี้ซีจะเจาะลึกไปที่รายละเอียดในการใช้งานบางอย่างนะคะ เช่น สมมติคุณกำลังใช้วอลเปเปอร์ดุ๊กดิ๊ก (animated live wallpaper) แถมยังมีวิดเจ็ต (Widget) แอพที่เปิดให้มีการทำงานบางส่วนไว้บนหน้าโฮมของมือถือ หรือแท็บเล็ต เป็นจำนวนมาก แค่สองส่วนนี้ มันก็สามารถใช้พลังประมวลผลของซีพียู กราฟิก และหน่วยความจำไปมากโขแล้ว เทคนิคง่ายๆ ที่ซีแนะนำได้ตรงนี้เลยก็คือ พยายามทำให้หน้าโฮมของมือถือ Android เบาหวิว โดยมีวิดเจ็ตน้อยชิ้นที่สุด และภาพวอลเปเปอร์เคลื่อนไหวไม่ได้จำเป็นแต่อย่างใด ทำแค่นี้ เพื่อนๆ ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทันทีค่ะ  ทั้งนี้แอพที่ทำงานในแบคกราวด์ นอกจากจะเปลืองพลังประมวลผลแล้ว มันยังใช้ทรัพยากรระบบอีกด้วย ซึ่งเพื่อนๆ สามารถตรวจสอบได้ว่า แอพอะไรที่กำลังทำงานอยู่ด้านหลังได้ด้วยการเข้าไปที่ Settings เลือก Application Manager จากนั้นแตะที่หมวดแอพที่กำลังทำงาน หรือ Running ถ้าดูแล้วพบว่า มันมีแอพบางตัวที่คุณไม่ได้ใช้ หรือไม่เคยใช้ แต่มันแอบทำงานหลังบ้านตลอดเวลา เปลืองแบต เปลืองแรมไปเรื่อยๆ ซีว่า uninstall พวกมันออกไปดีกว่าค่ะ แต่ถ้ามันไม่ยอมให้ถอดถอนออกไปจากเครื่อง เนื่องจากมาด้วยกัน แนะนำให้ยกเลิกการทำงาน (disable) แทน อย่าพยายามหยุดการทำงานของมัน เพราะจะทำให้ระบบเริ่มต้นการทำงานใหม่ (restart) โดยอัตโนมัติค่ะ

speed-up-your-android-devices-4

สรุปวิธีแก้ไขปัญหาเครื่องทำงานช้าอืดเนื่องจากกระบวนการทำงานด้านหลัง ก็คือ ให้เพื่อนๆ เลิกใช้ Live Wallpaper เอา Widget ที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือไม่จำเป็นออกไปจากหน้าจอโฮมของมือถือ และแท็บเล็ต Android สุดท้าย ถอดถอน (uninstall) หรือยกเลิกการทำงานของแอพใหญ่ๆ กินแรมเยอะๆ แต่คุณไม่ได้ใช้ หรือง่ายที่สุด  uninstall แอพที่คุณไม่เคยใช้ออกไปซะ

speed-up-your-android-devices-5

ระบบไฟล์ใกล้เต็ม

สาเหตุของปัญหานี้กล่าวโดยสรุปก็คือ SSD (solid-state drive) จะทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมันใกล้เต็ม ดังนั้นการบันทึกแฟ้มข้อมูลเข้าไปในระบบจะช้าลงมากหากพื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม ซึ่งทำให้ทั้งระบบปฏฺิบัติการ และแอพต่างๆ ทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบได้ว่า สตอเรจของมือถือ หรือแท็บเล็ต Android ของเราใกล้เต็ม หรือยังด้วยการเข้าไปที่ Settings แล้วเลือกรายการที่ว่าด้วย Storage โดยมันจะแสดงข้อมูลที่แจ้งให้คุณทราบว่า สตอเรจของอุปกรณ์ใกล้เต็มแล้วหรือยัง และใช้ไปเท่าไรแล้ว ไฟล์แคช (Cache) หรือข้อมูลการทำงานของแอพต่างๆ ที่ปกติจะเก็บไว้ในหน่วยความจำ แต่ในการบริหารจัดการทรัพยากรระบบจะใช้การบันทึกข้อมูลดังกล่าวเป็นไฟล์ข้อมูลชั่วคราวลงบนสตอเรจแทน ซึ่งบ่อยครั้งที่เมือปิดการทำงานของแอพไปแล้ว ไฟล์ข้อมูลชั่วคราว หรือแคชเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำจัดออกไปด้วย ทำให้พื้นที่บนสตอเรจบริเวณนี้ถูกยืดครอง หรือใช้ไปโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการลบไฟล์แคชเหล่านี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับสตอเรจแล้ว มันยังทำให้ระบบไฟล์มีสมรรถนะการทำงานที่เร็วขึ้นด้วย สำหรับการลบข้อมูลไฟล์แคชที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานของแอพต่างๆ ทั้งหมดในระบบให้สิ้นซากภายในคราวเดียว ให้เข้าไปที่ Settings ค่ะ  จากนั้นแตะที่ Storage เลื่อนหน้าจอลงมา แล้วแตะที่ Cached data ตามด้วย OK เป็นอันเรียบร้อย

speed-up-your-android-devices-6

สรุปวิธีแก้ปัญหานี้อีกทีนะคะ ใพ้เพื่อนๆ  uninstall แอพที่ไม่ได้ใช้ ลบไฟล์ต่างๆ ที่ไม่จำเป็น และกำจัดแคชให้สิ้นซาก ซึ่งการกระทำทั้งสามส่วนนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในสตอเรจของมือถือ หรือแท็บแล็ต Android ของคุณได้ นอกจากนี้ การรีเซตเครื่องให้เหมือนกับเมื่อครั้งออกจากโรงงาน ที่เรียกว่า factory reset ตลอดจนการเลือกติดตั้งเฉพาะแอพที่จำเป็น จะช่วยให้มือถือ และแท็บเล็ตของคุณทำงานเร็วขึ้นได้อีกด้วยค่ะ เพราะมันจะทำให้เหมือนได้เครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยออกมาจากหน้าโรงงาน

และทั้งหมดคือ วิธีง่ายๆ ในการแก้ปัญหามือถือ หรือแท็บเล็ต Android ของเราทำงานช้าลง รวมถึงแนะนำที่มาสาเหตุให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันค่ะ ส่วนตัวแล้ว ซีจะมองหาแอพมาช่วยจัดการเรื่องนี้ ยกเว้นบางเรื่องที่ต้องทำเอง อย่างเช่น การลบแอพ หรือวิดเจ็ตที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกไป สำหรับแอพที่ใช้บริหารจัดการหน่วยความจำ และสตอเรจ โดยเฉพาะการลบแคชออกไปนั้น ซ๊ใช้แอพ Clean Master ค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆ ท่านใดมีแอพที่น่าสนใจ หรือน่าใช้กว่าตัวนี้ ก็แนะนำกันเข้ามาได้นะคะ 😀