จะดีแค่ไหนหากมือถือที่เราต้องการมีสเปคที่เทียบได้กับเรือธง Smartphone แบรนชั้นนำ แต่ราคาถูกกว่าแบบน่าตกใจ

new_xmhm_14

หลายๆท่านคงเคยได้ยินโทรศัพท์ยี่ห้อ Xiaomi กันมาบ้างแล้วหรือที่คนไทยชอบเรียกว่า เสียวหมี ซึ่งจริงๆแล้วต้องอ่านว่า เซี่ยวมี่ นั้นเอง มือถือยี่ห้อนี้เป็นของดีจากเมืองจีนที่เหลาสเปคกันแล้วว่าเทพจริงๆ หากเทียบกับรุ่นที่ติดตลาดโลก Xiaomi มีความสามารถไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันเลย เผลอๆ ดีกว่าด้วยซ้ำ

xiaomi-redmi-1s-646543531

ดังนั้นวันนี้จึงขอนำเสนอรุ่น Red mi รุ่นกลางสเปคเทพมารีวิวกัน เดิมจริงๆ แล้วเจ้าตัว Red mi มีขายในจีนเท่านั้น แต่พอมีความต้องการที่จะจำหน่ายออกไปต่างประเทศเลยต้องมีการปรับเปลี่ยนชื่อและฟังก์ชั่นกันเล็กน้อย ซึ่งชื่อเดิมคือ Xiaomi Hongmi และจะไม่มี Playstore มาให้ แต่ในตัวเครื่องจะมี Market Xiaomi  เป็นของตัวเองมาเลยเอาไว้โหลดใช้ ที่นี้เราจะลองมาเจาะกันไปแต่ละจุดว่าทำไมมือถือยี่ห้อนี้ที่มีสเปคใกล้เคียงหรือเท่ากันกับเจ้าอื่น ถึงได้มีราคาที่ถูกกว่ามาก บางรุ่นถึงขั้นถูกกว่าเป็นหมื่น และที่สำคัญที่เคยมีข่าวออกมาเมื่อสองเดือนก่อนว่าทาง mi นั้นสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าได้แบบง่ายดายเนื่องจากหากลูกค้าลงทะเบียนข้อมูลต่างๆของเจ้าตัวทางมือถือไปแล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจะส่งข้อมูลเข้าสู่ Sever ที่จีนทันที ซึ่งอันนี้จริงหรือมั่วชัวหรือไม่ เราคงต้องลองกันดูว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้ไหมหากเราลองมาเปิดดูฟังก์ชั่นภายในกัน

Screenshot_2014-10-18-09-12-06

Red mi เป็น Smartphone รองรับระบบปฏิบัติการณ์ Android 4.3 มีสเปคระดับกลางๆ ที่พอเหลาสเปคได้ออกมาดังนี้

–  ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean

–  หน้าจอ IPS ขนาด 4.7 นิ้ว HD (1280 x 720) 312ppi

–  ซีพียู Mediatek MT6589T Quad-core 1.5GHz

–  แรม 1GB

–  ชิปกราฟฟิก PowerVR SGX544MP2

–  หน่วยความจำ 4GB เพิ่ม microSD สูงสุด 32GB

–  กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซ LED flash ถ่ายวีดีโอ [email protected] (ƒ/2.2 aperture, 28mm wide angle)

–  กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล

–  รองรับ 2 ซิม 3G เฉพาะ 900/2100 เท่านั้น

–  แบตเตอรี 2,000 mAh

PhotoGrid_1413778623763

รูปร่างและลักษณะของตัวเครื่อง

Red mi มาด้วขนาดหน้าจอ 4.7 HD ค่าความละเอียดของพิคเซลอยู่ที่ 312 PPI ซึ่งหากเทียบกับรุ่นอื่นที่มีสเปคใกล้เคียงถือว่าชนะขาดได้เลย  ด้านหน้าประกอบไปด้วยกล้องหน้า 1.3 ล้านพิคเซล พร้อมช่องเซนเซอร์ Proximity, Ambient light ด้านล่างเป็นส่วนของปุ่มเมนูบาร์แบบสัมผัส ด้านล่างช่องชาร์จไฟแบบ Micro USB พร้อมไมโครโฟนสำหรับสนทนา ด้านข้างฝั่งขวาเป็นแถบของปุ่มปรับลดเพิ่มเสียงและปุ่มล๊อกหรือเปิดปิดตัวเครื่อง  ด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร  ด้านหลังกล้องระดับ 8 ล้าน พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ช่องด้านขวาคือลำโพง Audio

NUT_1857_1

ด้านหลังของ Red mi สามารถแกะฝาหลังออกมาได้ภายในมีช่องเสียบใส่ Dual Sim แบบ 3G 900/2100 เท่านั้น และช่องใส่เมมโมรี่แบบ Micro Sd Card ที่เพิ่มได้สูงสุด 32 GB. ตรงสีส้มด้านล่างคือแบตเตอรี่ขนาด  2,000 MAH. และถอดเปลี่ยนแบตได้

PhotoGrid_1413776934592

Interface ภายในและฟังก์ชันของตัวเครื่อง 

Red mi มี Interfaceที่ให้มาสวยงามน่ารักมีการจัดเป็นหมวดหมู่ในตัวเรียกใช้งานได้ง่ายเช่น  Tool , System , App ใช้ MIUI ที่ออกแบบมาสวยดีครับ เรียบๆ ทำงานไหลลื่นเยี่ยมยอด  หน้าตาไม่ค่อยซ้ำใครแต่เน้นใช้งานหน้าจอหลักครับ

1413777300265-1

สิ่งที่แตกต่างไปจาก Smartphoneรุ่นอื่นคือ Xiaomi จะมี Market ที่จะคล้ายๆ Playstore มาให้ในเครื่องเลย การใช้งานไม่ต่างกันแบ่งออกเป็นแต่ละหมวดแล้วแต่จะเลือกใช้

PhotoGrid_1413777195555

ต่อมาที่เด่นอีกก็คือมีช่องทางการซื้อขายผ่านตัวเครื่องได้เลยคือ mi Store ขายผลิตภัณฑ์ทุกอย่างในเครือ mi เท่านั้น หูฟังลำโพง มือถือ Tablet มีหมดแถมบอกสเปคพร้อมราคาอย่างละเอียดอีกด้วยสะดวกดีจริงๆ แต่ก็ต้องใช้วุ้นแปลภาษากันหน่อยเพราะเป็นภาษาจีนหมดนะจ๊ะ

1413777710782-1

ส่วนที่ชอบมากและแปลกในสายตาคือโหมดเล่นไฟล์ Video ซึ่งปรกติกแล้ว Smartphone ทั่วไปนั้นจะเล่นได้แค่ไฟล์ที่มาพร้อมเครื่องหรือที่เราโหลดเข้าไปเท่านั้นแต่นี้ทาง Xiaomi ใส่ฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมาคือ ผู้ใช้สามารถดูวีดีโอออนไลน์ได้ด้วยทั้งหนัง ทั้งมิวสิควีดีโอ แม่เจ้าตัวแค่เนี้ยอัดมาซะเยอะ

PhotoGrid_1413777150904

อีดจุดนึงที่น่าสนใจไม่น้อยคือระบบการส่งแชร์ข้อมูลกัน หลักๆคล้ายพวก Wi-Fi Direct และ NFC แต่นี้เค้าให้ชื่อเป็นของตัวเองว่า Transfer ก็คือแสกนหาตัวเครื่องแถวที่อยู่หากเจอก็จับสัญญาณกันแล้วส่งหรือรับข้อมูลกันไปเลย สะดวกรวดเร็วมากกว่า Bluetooth มาก

PhotoGrid_1413777597795

คราวนี้ลองมาดูอีกจุดนึงที่ได้เกริ่นไปตอนแรกถึงเรื่องที่ว่าจริงหรือที่ข้อมูลทุกอย่างของเจ้าของเครื่องหลังจากที่ลงทะเบียนหรือสมัครผ่านมือถือนั้นจะเด้งไปทางSever ที่เมืองจีนงั้นหรือ ลองมาดูว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้ไหม ตามมาดูในเครื่องขอ งRed mi และคิดว่ารุ่นอื่นก็น่าจะมีอยู่ด้วย จะมีเมนูให้ผู้ใช้ลงทะเบียนอยู่สองที่  จุดแรกคือ Xiaomi Account ที่มีไว้ทำธรุกรรมผ่านตัวเครื่องได้เช่น  ซื้อเพลง ซื้อแอฟ หรือแม้กระทั้งซื้อมือถือ อุปกรณ์ Gadget ในส่วนของ  Mi Market ก็ทำได้ ซึ่งดูจากตรงนี้ก็อาจเป็นไปได้ตามที่ข่าวออกมาว่าข้อมูลทุกอย่างของเจ้าของเครื่องที่ลงทะเบียนไปอาจไปโผล่ที่  Sever  ในเมืองจีนก็น่ามีสิทธิ์เป็นไปได้อย่างสูงเลยทีเดียว ที่ข้อมูลฐานของลูกค้าอาจโดนขโมยได้

NUT_1839_1

จุดที่สองคือ Mi Cloud ลักษณะการใช้เหมือน I Cloud ของทาง Apple ก็คือโหลดไฟล์ฝากไว้ อยากโหลดเมื่อไรก็ค่อยไปดูดกลับมา ซึ่งดูไปดูมาจากจุดทั้งสองมีสิทธิ์ไปเป็นได้เกือบ 100 % เต็มที่ฐานข้อมูลของผู้ใช้จะถูกขโมยได้ง่าย ขนาด Apple ยักใหญ่ขนาดนั้นยังโดนแฮกได้เลย ก็ไม่แปลกที่เจ้าอื่นจะโดนไปด้วย ทางออกที่ดีคือเวลาจะทำอะไรหรือสมัครอะไรควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการกดปุ่ม Next หรือ Accept ดีที่สุด

PhotoGrid_1413777048167

มาดูความสามารถด้านการถ่ายรูปของRed mi กันบ้าง

กล้องที่ให้มานั้น กล้องหลัง 8 ล้าน และบันทึกวีดีโอได้ระดับ Full HD ดูๆไปแล้วก็ทั่วๆไปแต่มีหมัดเด็ดตรงฟีเจอร์และโหมดเมนูในการปรับแต่งเยอะมากกึ่งๆ  โปรได้เลยส่วนกล้องนั้นมีระบบ  Auto  Focus  ที่ไวใช้ได้เลย  เคลื่อนไหวได้สมูทดีมาก

PhotoGrid_1413777114566

ส่วนฟังก์ชั่นที่ใส่มาก็ครบครัน  HDR , Panorama , Filter , Scene Mode ไงละไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

PhotoGrid_1413777872457

กล้องหน้าก็ไม่ธรรมดาดูสีสันสดใสเลยทีเดียวถึงแม้ว่าจะให้มาแค่ 1.3 ล้านพิคเซลแต่ต้องบอกเลยว่าภาพที่ได้มาคมชัดดี แถมเซนเซอร์วัดแสงก็ทำได้ดีในที่มืดอีกด้วย เห็นไปถึงรูขุมขนเลย

ภาพตัวอย่างจากกล้อง Red Mi

Normal Mode

IMG_20141019_160706

HDR Mode

IMG_20141019_160540_HDR

Panorama Mode

PANO_20141019_160559

สรุปการใช้งาน

การใช้งานหลังจากลองเล่นแค่ 1 วันก็ค้นพบได้ว่าระบบการลื่นไหลดีเกินตัว ไม่มีอาการกระตุกหรือหน่วงๆ ให้เห็น หน้าจอแค่ HD แต่คมชัดเกือบระดับ Full HD ได้เลยหากเทียบกัน กล้องหน้ากล้องหลังระบบโฟกัสและเซนเซอวัดแสงทำได้ดีมาก พวกเรือธงยี่ห้ออื่นมีอายได้เหมือนกัน  ต่อมาระบบพวก Xiaomi Account และ Mi Cloud นั้นหากกลัวก็ไม่ต้องไปสมัคร เล่นแต่ในส่วนของ Playstore ก็พอ เพราะคิดว่าหากเราไม่ลงทะเบียนไปมีหรือจะหลุด อีกอย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าทำไมสเปคเท่ากันกับเจ้าอื่นแต่ราคาดันถูกกว่าเยอะมาก โดยส่วนตัวคิดว่า ยังไม่มี Dealer หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ฉะนั้นแล้วเรื่องการรับประกันตัวเครื่อง ราคาตัวเครื่อง ยังเป็นของทางร้านที่จัดจำหน่ายแบบหิ้วเครื่องมาเท่านั้น ฉะนั้นแล้วจากปัจจัยนี้เลยทำให้ Xiaomi จึงมีราคาที่ถูกกว่าเจ้าใหญ่ๆ ที่สเปคใกล้เคียงกันกว่ามาก เพราะหากจำหน่ายราคาที่ใกล้เคียงหรือเท่ากันแน่นอนลูกค้าต้องหันคงหันกลับไปมองเรื่องการรับประกันและการบริการหลังการขายตาม Store ใหญ่ๆจะดีกว่า จ่ายเพิ่มอีกหน่อยแต่ได้สิ่งที่อุ่นใจกลับมากกว่า

ข้อดี

1. ใช้งานง่าย ลื่น ไม่หน่วง

2. จอคมชัดมากถึงแม้ว่าจะแค่ระดับ HD

3. กล้องหน้าและกล้องมีความเร็วโฟกัสและการชดเชยแสงที่เร็ว

ข้อเสนอแนะ

1.  บางเมนูยังเป็นภาษาจีน อ่านไม่ออก

2.  การลงทะเบียนของผู้ใช้ยังคลุมเคลืออยู่ว่าจริงๆ แล้วข้อมูลนั้นไปโผล่ที่ Sever จีนแบบ Auto เลยหรือไม่

3.  รองรับการทำงาน 3G บนคลื่น 900/2100 เท่านั้น

4.  แถบปุ่ม Home ด้านล่างไม่มีไฟเรืองแสง ใช้งานลำบากหากแสงไม่พอ

 

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=2OwKSH3m21k[/youtube]

 

บทส่งท้าย

จะเลือกค่ายไหนเจ้าไหนต่อให้ถูกสเปคเทพก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน มือถือจากจีนนั้นมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน ควรหาร้านหรือบุคคลที่ไว้ใจได้สอบถามเอาไว้ประดับความรู้ก่อนซื้อก็ดี หรือหาข้อมูลจากคนที่รีวิวไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้ จะได้ไม่เป็นเหยื่อของผู้ที่คิดไม่ดีกับเราเหมือนที่มีข่าวออกมา

Via : Siamphone.com , mi.com , Youtube , First Mobile Magazine

ผู้เรียบเรียง : NuTty m00yAi