หากคุณเป็นคนทำงานที่แบบต้องจด ต้องโน๊ตข้อความจนบันทึกตารางงานนัดหมายต่างๆ ในแต่ละวันและต้องการความรวดเร็วในแต่ละขั้นตอนของการทำงาน วันนี้ Dailygizmo จะพาคุณไปพบกับตัวช่วยอัจฉริยะประหนึ่งเลขาส่วนตัวยังไงยังงั้นตามเรามาเราจะพาคุณไปเอง

Note4

เลขาที่เกริ่นไปนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น Galaxy Note 4 จากค่าย Samsung แดนกิมจิเราผู้นี่นี้เอง ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็น Generation ที่ 4 เข้าไปแล้ว ซึ่งในแต่ละรุ่นที่ออกมานั้นก็ตอบสนองความต้องการ ตีบทความแตก กวาดรางวัลหลายสำนักมาก็เยอะ ทั้งความสามารถ สเปค ดีไซด์ รูปร่างหน้าตาที่พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนท้ายแล้วก็ออกรุ่นล่าสุดมาเมื่อช่วงปลายปี 2014

galaxy-note-4-vs-galaxy-note-4

Note 4 นั้นขนาดและรูปร่างไม่ค่อยได้ต่างจาก Note 3 ซะเท่าไร หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว เท่ากัน สเปคภายในก็มีต่างกันนิดหน่อย แต่จะต่างกันมากแค่ไหนนั้นเรามาลองเจาะในเชิงลึกกันดีกว่าว่า Note 4 จะพัฒนาได้ดีกว่ารุ่นพี่ Note 3 มากแค่ไหนPhotoGrid_1422978715393

–  หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว เป็นแบบ Super Amoled  2560×1440 ( 551PPI ) หรือง่ายๆ เราเรียกสั่นๆ ว่าจอแบบ 2K

–  CPU นั้นมีสองแบบให้เลือกคือ Qualcomm Snapdragon 805 Quad-core 2.7 GHz Krait 450 + จีพียู Adreno 420 (SM-N910S) และ Exynos 5433 Octa-Core Processor (Quad-Core 1.9 GHz + Quad-Core 1.3 GHz) + จีพียู Mali-T760 (SM-N910C) ส่วนที่นำมารีวิวและวางจำหน่ายอยู่ใน Shop Samsung Thailand นั้นเป็นชิพเซทของ Exynos

–   Ram 3 GB.

–   Storage หรือความจุภายในมาพร้อมเครื่องที่ 32 GB. และรองรับ Micro Sd Card เพิ่มได้สูงสุดถึง 128 GB.

–   ระบบปฏิบัติการเป็น Andriod Version 4.4.4 Kitkat

–   กล้องหน้ามีขนาดเพิ่มขึ้นคือ 3.7 ล้านพิคเซล เลนมุมกว้างเพิ่มเป็นแบบ 90 องศา F.1.9

–   กล้องหลังขนาด 16 ล้านพิคเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED  และเทคโนโลยี OIS (Optical Image Stabilizer) กันสั่น

–   S Pen Stylus แบบรุ่นใหม่ล่าสุด

–   รองรับการทำงานของเซนเซอร์ต่างๆ แสกนลายนิ้วมือ , ตรวจวัดระดับรังสี UV , อัตราการเต้นของหัวใจ , วัดแรงดันอากาศ

–   แบตเตอรี่ขนาด 3220 mAH.

PhotoGrid_1422977133864

ซึ่งดูจากตรงนี้แล้ว ก็ไม่ได้แตกต่างจาก Note 3 มากเท่าไรนัก แต่ยังไงก็ตามในเมื่อเป็นรุ่นที่ใหม่กว่าเทคโนโลยีก็ต้องจัดเต็ม มารีวิวกันต่อดูซิว่า Note 4 พัฒนาแตกต่างไปจาก Note 3 ในด้านใดบ้าง ดีขึ้นหรือเหมือนเดิม

DSC_3300_1

Battery : ถึงแม้ว่าทาง Note 4 นั้นจะให้แบตมาไม่ได้มากกว่าเดิมเท่าไร คือ จาก 3200 มาเป็น  3220 mAH. แต่สิ่งที่พัฒนาอย่างเห็นได้ชัดและเป็นครั้งแรกจากทาง Samsung เองด้วยก็คือ การชาร์ทไฟไวขึ้นเร็วกว่าเดิมถึง 30% กล่าวคือภายใน 30 นาที สามารถชาร์ทไฟจาก 0-50% ได้เลยทีเดียว จากปรกติที่ใช้เวลาราวๆเกือบชั่วโมง

Galaxy-Note-4-SM-N910-main_thumb

Desire : การออกแบบถือว่าทำออกมาได้ดีมากหรูหราสมราคา Flagship ประจำปี 2014 ดีจริงๆ และได้รับแรงบันดาลใจด้านการออกแบบมาจาก Samsung Galaxy Alpha ด้วยที่เปิดตัวไล่เลี่ยกัน Body นั้นเป็นแบบ Metal Frame โลหะล้อมกรอบตัวเครื่อง

135246

Display : ถือได้ว่ากำลังจะเป็นหน้าจอพื้นฐานที่กำลังจะมาแทน Full HD ในปี 2015 นี้อย่างแน่นอน กับหน้าจอขนาดที่เพิ่มขึ้นมากกว่าจาก Note 3 ถึง 2 เท่า คือ หน้าจอแบบ 2K บนจอแบบ Super Amoled  2560×1440 ก็คือของเดิมก็ว่าชัดและเคลียร์มากแล้วนะกับระดับ Super Amoled แต่นี้ยังใส่แบบ 2K เข้าไปอีกไม่ชัดถึงรูขุมขนก็ไม่รู้ว่าไงแล้วละ

PhotoGrid_1422978518230

S Pen : ที่มีการปรับปรุงให้ใช้เสถียรและตอบสนองต่อแรงกดได้มากกว่าเดิม เดิมบน Note 3 คือ 1024 ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 2048 หรือมากกว่าเดิมถึงเท่าตัวเลย ด้านเมนูต่างๆ เช่น Action Memo, Screen Write, Image Clip และ Smart Select ก็แก้ไขเพื่อรองรับการทำงานและฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

 

Fingerprint scanner :  เดิมที่ฟีเจอร์นี้เคยอยู่ใน Galaxy S5 มาก่อน จนแล้วจนรอดก็มาปรากฏอยู่บน Note 4  ซึ่งหลักการทำงานนั้นคล้ายคลึงกันมากจนแถบจะเอามาใส่แทนกัน รองรับการแสกนนิ้วได้ทั้งหมด 3 ครั้ง

PhotoGrid_1422978797198

Multi-Window : พัฒนาช่วยให้งานไล่ลื่นและสะดวกขึ้น สามารถทำงานได้หลายแอพพร้อมๆ กันทีละหลายๆหน้าในเวลาเดียวกันได้แบบไม่มีอาการหน่วง

กล้อง-2

Front Camera and Rear Camera : เดิมๆ เลยจาก Note 3คือ หลัง 13 ล้านพิคเซล หน้า 2.1 ล้านพิคเซล แต่พอมาเป็นNote 4 ทุกอย่างก็โดนปรับเพื่อให้เข้ากับยุคของSelfie & Wefie  เรามาพูดถึงกล้องหลังก่อนเพิ่มขึ้นมาเป็น 16 ล้านพิคเซล โฟกัสไวขึ้น ถ่ายภาพในที่แสงไม่พอได้ดีมากที่สำคัญเลยนะที่ใส่เข้ามาเพิ่มเป็นรุ่นแรกคือเซนเซอร์การเตือนรังสี UV ที่จะช่วยเตือนเวลาที่ผู้ใช้อยู่กลางแดดนานๆอีกด้านนึงที่คิดว่าน่าจะเป็นที่ถูกใจสำหรับเหล่านักถ่ายภาพกันก็คือ ระบบ OISหรือกันสั่นที่จะช่วยลดอาการภาพเบลอจากการสั่นของมือในเวลากดถ่ายภาพและที่เด่นสุดๆ ถือว่าเป็น Hi-Light ของ Note 4 เลยก็คือ กล้องหน้า ที่อัพและพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบยกเครื่องแบบใหม่หมดถอดด้าม คือเพิ่มขึ้นมาเป็น 3.7 ล้านพิคเซลF 1.9 และเลนกว้างขยายมากถึง 90 องศาสามารถถ่ายแบบ Wide Selfie หรือจะกลุ่มแบบWefie ก็ไม่ต้องกลัวหลุดออกจากเฟรมเลย นอกจากนั้นก็ยังใส่โหมดฟีเจอร์การถ่ายแบบ Wide Selfie, Selfie, Selfie Alarm และ Create A GIF File, HDR Live, Selective Focus เข้ามาเสริม เติมแต่งกันอีกด้วย

PhotoGrid_1422978751409

Sound Recorder : ดูๆไปแล้วก็ไม่เห็นน่ามีอะไรแปลกใหม่สำหรับโหมดบันทึกเสียง แต่หากดูกันดีๆ Note 4 นั้นจะออกแบบมาให้มีไมโครโฟนมาทั้งหมด 3 ตัว สามารถตรวจจับต้นกำเนิดเสียงได้อย่างครบครัน พร้อมด้วยโหมดการบันทึกเสียงถึง 3 หมวดที่จะช่วยให้คุณได้รับฟังเสียงที่ครบและชัดเจน

Work Note4

สรุปการใช้งานและความคิดเห็นส่วนตัว

หากเป็นคนที่ชอบจด ชอบโน๊ต ชอบใช้ปากกา มาแต่ไหนแต่ไร Galaxy Note ตระกูลนี้น่าจะเป็นอะไรที่พวกคุณผู้ใช้ทั้งหลายชอบกันแน่นอน ทั้งสะดวกและง่าย ไม่ต้องเปลืองกระดาษ ไม่ต้องเปลืองน้ำหมึก ไม่ต้องเสียเวลาหยิบจับอุปกรณ์เสริมในการทำงานมากมาย Note 4 ให้คำตอบเหล่านี้ได้หมด ผมคนนึงละที่เป็นคนต้องทำงานอยู่บนหน้าจอคอมอยู่ตลอดเวลา ต้องแก้ไขไฟล์งาน โหลดภาพ จดโน๊ตต่างๆ พอเวลามีงานผ่านเมลเข้ามา ก็ได้ Note 4 เนี้ยละเป็นตัวช่วยที่คอยสนองความต้องการด้านการทำงานได้ดีกว่าเดิม ด้านบันเทิงละ ไม่ต้องพูดถึงหน้าจอแบบ Super Amoled แล้วยัดจอขนาด 2K เข้าไปอีกนี้โรงหนังเคลื่อนที่ขนาดย่อมๆ เลยนะ ชัดเป๊ะทุกอณูพิคเซลจริงๆ ฉะนั้นแล้วหากเต็ม 10 ผมให้ไปเลยครับ 9.5 เพราะอะไรทำไมไม่เต็ม 10 เพราะสำหรับผมจอขนาด 5.7 ดูจะใหญ่ไปสำหรับคนมือเล็กๆ แบบผมครับ

DSC_3297_1

ข้อดี

–   จดโน๊ตและเขียนได้สะดวกที่สุดในบรรดาวงการ Stylus ณ. ปัจจุบันนี้

–   รับแรงกดและพัฒนาเรื่องตัวสะกดการอ่านและเขียนคำได้มากกว่าเดิม

–   หน้าจอที่สดใส และคมเข้ม ละเอียดสูงระดับ 2K

–   กล้องหน้าและกล้องหลังระดับน้องๆ มือโปรพวกกล้องใหญ่ๆ ได้เลย

–   กล้องหน้าเพิ่มเลนกว้างขนาดเป็น 90 องศา พร้อมพิคเซลเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้าน

–   ชาร์ทไฟได้เร็วมากขึ้นถึง 30%

–   โหมดการบันทึกเสียงที่ให้คุณภาพไฟล์เสียงแบบครบทุกองศาการรับฟัง

ข้อเสนอแนะ : จริงอยู่การที่ Samsung ทำหน้าจอ Super Amoled ออกมานั้นให้ค่าสีที่สดและเข้มมากกว่าเจ้าอื่นๆ แต่ในทางกลับกันหลายๆ คนจากผู้ใช้ก็บ่นกันอยู่เยอะว่า แสบตาและสีสดเกินไป หรือการเล่นใจช่วงที่มืดหรือแสงสว่างไม่พอ บางทีถึงขั้นต้องลดระดับแสงหน้าจอลงให้ถึงต่ำสุด แต่บางทีต่ำสุดก็ยังสว่างมากอยู่ดี เพราะหน้าจอสว่างละแสงขาวเยอะมาก ยังไงลองฝากทาง Samsung Thailand ลองเอาไปปรับหรือแก้ไขส่วนนี้ได้ก็จะดี  อีกเรื่องนึงคืออยากให้นำ Note 4 ชิพเซทแบบ Snapdragon 805 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยด้วย เพราะต่างประเทศนำมารีวิวเทียบกับตัว Exynose ซึ่งเป็นชิพเซทของทาง Samsung ผลิตเอง ดูๆไปแล้ว ทางเจ้ามังกรแดงจะให้ภาษีและความเสถียรที่ดีกว่า และหากนำเข้ามารับรองขายดีกว่าเดิมแน่นอน

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=Tv7C4e8thv0[/youtube]

 

รูปตัวอย่างจากกล้องหลัง Note 4

20150202_170540

20150202_170548

20150202_170610

บทส่งท้าย : ต้องยอมรับเลยว่าทุกวันนี้การแข่งขันเรื่องมือถือกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดการจำหน่ายและการแข่งขันสูงเกือบจะที่สุดในโลกไปแล้ว ทั้งทางอเมริกา ยุโรป และทางเอเชีย ที่มีพี่ใหญ่อยู่ 3 ยักษ์คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ต่างคอยเก็บข้อมูลคู่แข่งและแอบซุ่มผลิตเรือธงหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นไม้ตายเอาไว้สู้ในกันเวทีโลกกันอย่างเมามัน  แต่สุดท้ายใครคุ้มสุดก็คือพวกผู้บริโภคอย่างเราๆ ละครับ คือยิ่งแข่งขันกันมาก อัตราความเสี่ยงก็ยิ่งสูง ลงทุนไปนานๆ การไหลเวียนก็เม็ดเงินก็ยิ่งไปไกลเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องวนกลับมาจุดเดิมคือเริ่มต้นใหม่ ผลิตให้ดีขึ้นแต่ลดราคาขายให้ถูกลงเพื่อเรียกฐานลูกค้าให้เยอะขึ้นกว่าเดิม เหมือนที่ตอนนี้กำลังจะเกิดขึ้นในหลายๆ เจ้าภายในปี 2015 นี้อย่างแน่นอน มือถือนั้นจะดีแค่ไหนก็ตามหากผู้ใช้ ใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลที่จะได้รับกลับมาจากตัวมือถือนั้นก็หาได้ออกมาอย่างเต็มที่ ฉะนั้นเลือกมือถือที่พอดีสำหรับตัวเราเองจะดีกว่าจ้า

Via : Siamphone , Youtube , GSMARENA

ผู้เรียบเรียง : NuTty m00yAi