เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วกับ iPad pro รุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ใหม่ล้อกับ iPhone X ตัวเครื่องไร้ขอบ ไม่มีปุ่มโฮม ปลดล็อกด้วย Face ID แถมอัดแน่นประสิทธิภาพ แรงไม่แพ้แล็ปท็อป

iPad Pro

เรียกว่ายอดขายกว่า 400 ล้านเครื่องของ iPad กลายเป็นสิ่งที่การันตีความเป็นแท็บเล็ตยอดนิยมที่ครองใจคนทั่วโลก นั่นจึงทำให้ Apple ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ตัวนี้เป็นอย่างมาก ไฮไลต์เด็ดในงานครึ่งนี้ทุกสปอตไลต์ต่างก็จับจ้องไปยังไอแพด

ตามคาดไม่ผิดโผจากข่าวลือ เมื่อทิม คุก เผยโฉมไอแพดรุ่นใหม่ ที่ต่อยอดเอาดีไซน์จาก iPhone X มาใช้ ด้วยตัวเครื่องไร้ขอบ ถอดปุ่มโฮมออกไป หันมาใช้ Face ID แทน

มาดูคุณสมบัติของไอแพดใหม่จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง?

เริ่มจากหน้าจอที่เป็น Liquid Retina Display หรือจอ LCD แบบเดียวกับ iPhone XR ปรับขอบเครื่องเล็กลง โดยรุ่นเล็กจอ 10.5 นิ้วเดิมนั้นจะยังคงขนาดเครื่องเท่าเดิมแต่ความที่ขอบจอเล้กลงทำให้หน้าจอเพิ่มเป็น 11 นิ้ว โดยมีความละเอียดหน้าจอจะอยู่ที่ 2388*1668 พิกเซล

ส่วนรุ่นจอ 12.9 นิ้วนั้น จอจะมีขนาดเท่าเดิม แต่ปรับขนาดเครื่องลดลง เรียกว่าพอๆกับกระดาษสมุดขนาด 8.5 x 11 นิ้ว ความหนาของเครื่องจะเหลือแค่ 5.9 มม บางขึ้น 15% หน้าจอใหญ่ขึ้นหมายถึงพื้นที่หน้าจอมากขึ้น Apple ก็เลยใส่คำสั่งด้วย Gesture ใหม่ๆเข้ามา ช่วยให้สั่งงานได้สะดวกขึ้น

ที่ตามข่าวลือเป๊ะๆก็คือ Face ID ใช้การสแกนใบหน้าปลดล็อกเครื่อง โดยใช้กล้องหน้า 7 ล้าน ร่วมกับเซ็นเซอร์ต่างๆในการสร้างแผนที่สามมิติของใบหน้าขึ้นมา สิ่งที่เหนือกว่าไอโฟนก็คือ สามารถทำงานได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอนหรือแม้แต่ตอนที่ใส่เคสคีย์บอร์ดอยู่

มาดูชิปหลักกันบ้าง ไอแพดโปรใหม่นี้จะใช้ชิป A12x Bionic 7 นาโนเมตร ทำงานได้เร็วกว่า iPhone รุ่นใหม่ด้วยทรานซิสเตอร์ถึง 10 ล้านตัว A12X นั้นจะเป็นชิปแบบ 8 คอร์แบ่งเป็น 4 คอร์สำหรับทำงานทั่วไปและอีก4  คอร์สำหรับทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานสูงๆ ในโหมดของการทำงานทั่วไปดีขึ้น 35% โหมดมัลติคอร์ทำงานดีขึ้น 90% ส่วน GPU นั้นจะให้มาถึง 7 คอร์ ทำงานดีขึ้น 2 เท่าเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเค้าบอกว่าการแสดงผลเทียบเท่ากับ X-Box One เลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ทำให้ Apple เคลมว่า iPad Pro รุ่นใหม่ทำงานได้เร็วกว่าพีซีพกพาที่วางขายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาถึง 92% ส่วนแบตเตอรี่ Apple ไม่ได้บอกความจุ บอกเพียงว่าแบตเพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวัน

ในส่วน AI นั้นสามารถประมวลผล 5 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที สเปคอื่นๆก็มี ความจุ 1TB, พอร์ต USB-C ต่อจอ 5K ได้ รวมถึงใช้แทนพาวเวอร์แบงก์ชาร์จไอโฟนได้ลำโพงให้มา 4 ตัว รองรับ Gigabit LTE กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล

อุปกรณ์เสริมใหม่

Apple Pencil ปรับโฉมใหม่ มาพร้อมคลิปแม่เหล็กติดกับขอบไอแพด แถมยังจับคู่อุปกรณ์และชาร์จให้ทันที พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ ถ้ากดสองทีจะเป็นการสลับโหมด นอกจากนั้นก็มีเคสใหม่ Smart Keyboard folio ปรับองศาได้ 2 ระดับ

ส่วนราคาขายรุ่นจอ 11 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลล่าร์หรือประมาณ 26,600 บาท ส่วนรุ่นจอ 12.9 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลล่าร์หรือประมาณ 33,260 บาท เริ่มสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนหน้าร้านขายจริง 7 พฤศจิกายนเช่นกัน ส่วนในไทยเองก็มีการเผยราคาออกมาแล้วค่ะ