ห่างหายไป 4 ปี!!! Mac mini 2018 กลับมาสง่างามอีกครั้งหนึ่ง ใช้มาหนักหน่วงอีกระยะ จึงปล่อยรีวิวให้ได้เป็นไกด์ไลน์ทางเลือกของเพื่อนๆนะคะ

Mac mini 2018

ขอเล่าท้าวความกลับไปเมื่อปี 2005 นิดนึงก่อน ช่วงนั้นผู้คนนิยมใช้ Pc ซะเป็นส่วนใหญ่ Apple เลยอยากจะเชิญชวนให้คนมาใช้ Mac เพิ่มขึ้น แต่มันติดอยู่ที่ราคา จะให้คนที่ใช้ “Pc ประกอบ” ราคาถูกๆ เปลี่ยนใจมาใช้ Mac ที่ราคาแพงกว่า เขาก็ไม่ซื้อกัน

Apple เลยออกคอมพิวเตอร์มาเครื่องหนึ่ง ที่ใช้ Concept คือ The Most affordable Mac ever ก็คือ Mac ราคาประหยัด ซึ่งพอเปิดตัวมาแล้วราคาถูกจริงๆ เริ่มต้นแค่ 499$ และ  BYODKM : Bring Your Own Display, Keyboard and Mouse ให้คนที่มี Pc อยู่แล้วเนี่ย ใช้งาน Mac ได้ทันที หรือก็คือให้คนที่มีจอ, มีคีย์บอร์ด, มีเมาส์อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปซื้อใหม่ เสียบต่อเข้ากับ Mac mini แล้วใช้งานได้เลย

หลังจากนั้นผู้คนก็หันมาใช้ Mac กันง่ายขึ้น และก็มีอัปเดทอยู่เรื่อยๆ ปีต่อปีบ้าง ปีเว้นปีบ้าง ก็จะออกรุ่นใหม่มาสักหน จนมาถึงรุ่น Mac mini 2014 ก็ถูกดองยาวมาจนถึงช่วงเกือบๆปลายปี 2018 เชียวค่ะ!

จนคนคิดว่า Apple จะปล่อยลอยแพไปแล้ว เพราะช่วงนั้น Apple เน้นพัฒนา MacBook, MacBook Air, MacBook Pro และในที่สุด Apple ก็ออก Mac mini ตัวใหม่ การมาคราวนี้เนี่ยถือว่าทำได้ดี แม้ Design จะเหมือนเดิมแต่มาพร้อมกับสเป็คระดับท็อปจัดเต็ม และวางเป้าหมายใหม่ให้เป็น “Professional User แมคสำหรับมืออาชีพ” เหมาะกับคนที่ทำงานตัดต่อ ทำเพลง เขียนโปรแกรม (เข้าทางออฟฟิศซี งานตัดต่อทำภาพแทบตลอดเวลา)ถ้าถามว่ามันยังราคาถูกอยู่มั้ย ให้สเป็คเทพขนาดนี้คุณยังคิดว่ายังราคาถูกอยู่มั้ยล่ะ (ชัวร์ว่า ไม่ถูก แต่ของแบบนี้วัดกันที่ความ”คุ้มค่า”)

คุ้มไม่คุ้มซื้อ บอกที?

Mac Mini

ถ้าคุณซื้อมาแล้ว ภายในกล่องมีแค่ตัวเครื่อง Mac mini, สายไฟ, และก็คู่มือกับสติกเกอร์  ให้มาแค่นั้นแหละ

1.ไม่มีสาย HDMI

2.ไม่มีสาย Thunderbolt อันนี้อาจจะต้องเสียเงินในกระเป๋าสักเล็กน้อยเพื่อซื้อแยกนะจ๊ะ

Mac MiniMac Mini

ดีไซน์ดี อยากมีอีกสักตั้งนึง!!!!

       ตัวเครื่อง Mac mini รูปร่างหน้าตาน่ารักมาก จากเดิมเนี่ยจะมีสีเงิน จนมาตัวนี้เลือกใช้เป็นสีเทาสเปซเกรย์ ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น เป็นอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100 % โดยประโยคแรกที่ Apple อธิบายถึง Mac mini ตัวนี้คือ “เราเลือกสีเทาสเปซเกรย์ เพราะรู้ว่ามืออาชีพชอบสีนี้” แหม รู้สึกเหมือนเป็นมือโปรอย่างงั้นเลย แถมด้านล่างเป็นถาดพลาสติกรีไซเคิล 60% ที่สามารถเปิดออกเพื่ออัปสเป็คข้างในเองได้

Mac Mini

       ด้านหน้ามีไฟ LED บอกสถานะเครื่องว่าเปิดอยู่หรือเปล่า ส่วนด้านหลังมีปุ่มเปิดเครื่อง, Power Port, Ethernet Port, มี Thunderbolt 3 USB-C Port จัดมาให้ตั้ง 4 Port สามารถ ถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 40 Gb/s จะต่อพ่วงเข้ากับ MacBook Pro, iPad Pro , หรือจะเชื่อมผ่านอุปกรณ์อื่นๆเพิ่มได้, HDMI Port, USB-3 จำนวน 2 Port, รูเสียบหูฟัง 3.5, และช่องระบายอากาศ

เทียบน้ำหนักทำไม…ยังไงก็ไม่ได้ใช้งานสภาวะเดียวกัน!?

       น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่า MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ที่หนัก 1.37 กิโลกรัม แต่ก็ยังหนักกว่า MacBook Air ที่มีน้ำหนัก 1.25 กิโลกรัม ก็หนักพอๆกัน รู้สึกจะแคร์น้ำหนักไปหน่อย มันก็แค่ตัวเลขเนอะ ดูที่สภาวะการใช้เหมาะกว่า!!

Mac Mini

หลายสเปค เลือกได้!

ที่วางขายอยู่ตอนนี้มีให้เลือกสเป็คได้หลากหลาย ทั้ง Core i3, i5 และ i7 แบบ 4-Core กับ 6-Core ยิ่ง Core เยอะ ก็ยิ่งช่วยกันประมวลผลได้ไว มี RAM ให้เลือก 4 ขนาดคือ 8 GB, 16 GB, 32 GB, 64 GB และ SSD ความจุตั้งแต่ 256 GB ไปจนถึง 2 TB ราคาก็เริ่มต้นที่ 27,900 บาท หรือจะให้เพิ่มโปรแกรม Final Cut Pro X สำหรับคนตัดต่อ และ Logic Pro X สำหรับคนทำเพลง ราคาก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วยนะ

อยากได้ตัวท็อปสุด!!!

สำหรับเครื่องนี้ที่เราได้มาเป็นตัวท็อป เรื่องความเร็วนี่ระดับโปรเลย

       – CPU ที่ใช้เป็น Intel Core i7 แบบ 6-core, Generation ที่ 8, ความเร็ว 3.2GHz, มี Turbo Boost สูงสุดถึง 4.6GHz คือเร็วที่สุดของเครื่อง Mac แล้วตอนนี้,

       – สำหรับการ์ดจอของ Mac mini 2018 จะใช้การ์ดจอเดียวกันหมดทุกรุ่นเลยคือตัว Intel UHD Graphics 630 เอ๊ะ ทำไมกันนะ,

       – ตัวนี้ใช้ RAM 64 GB ไม่ต้องห่วงเรื่องการเปิดโปรแกรมเลย คือพื้นที่มันเหลือๆแล้ว เหมาะกับคนที่ใช้งานโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ เช่นโปรแกรม Final Cut Pro X, Premeier Pro, After Effects, หรือทำงานด้าน 3D เช่นโปรแกรม Cinema 4D, ดีที่ Mac mini 2018 ให้ความเร็ว RAM มาตั้ง 2666MHz  ทุกรุ่นเลย ซึ่งเร็วเท่ากับตัว iMac Pro ด้วย เหมาะสำหรับสร้าง Xcode ใหญ่ๆพร้อมกัน รวมไปถึงการเรนเดอร์และบีบอัดวิดีโอ ใครที่มาสายงานนี้ควรใช้เลย

       – SSD ใช้ตัวความจุ 2 TB เยอะมากกก จัดเก็บงานได้อีกยาวเลย

       – โดยรวมแล้วราคาเครื่องนี้ก็ปาไปแล้ว 162,400 บาท และมีเพิ่ม Final cut Pro X มาให้ในเครื่องด้วย ราคาก็บวกเข้าไปอีก 10,500 บาท ทำไมถึงใจดี ส่งตัวท็อปมาให้ทีมงานทดลองใช้เนี่ย แทบกราบบบ

       บางคนอาจคิดว่า ถ้ามันแพงขนาดนี้ ฉันซื้อ iMac Pro ไม่ดีกว่าเหรอ ? หรือจะซื้อ MacBook Pro ไปเลย คือต้องบอกเลยว่า อันนี้ต้องพิจารณาการใช้งานของแต่ละคนด้วย ถ้าเทียบกันที่สเป็คแล้ว Mac Mini ราคาอาจถูกกว่า Mac เครื่องอื่นๆ หรือเพราะว่ามันไม่มีจอ ไม่มีคีย์บอร์ดกันแน่นะ ขึ้นอยู่กับว่าใครเหมาะกับแบบไหนมากกว่า เอาที่สะดวกเลย

Mac mini ปี 2018 ทุกรุ่นใช้การ์ดจอตัวเดียวกันเลยคือ Intel UHD Graphics 630

ถามว่า… มันเร็วพอมั้ย ?

ถือว่าครั้งนี้ทำออกมาได้ดีไม่มีผิดหวัง มันใช้งานได้ดี คุณสามารถเล่นเกมได้ไหลลื่น ทำงานกราฟิกโอเคเลย

แต่สำหรับใครที่ต้องใช้งานหนักๆ ต้องพึ่งการประมวลผลด้วยการ์ดจอมากๆ อาจจะมีผิดหวังกันไปบ้าง เพราะรุ่นนี้ค่อนข้างกั๊กพอสมควร ทำไมไม่จัดเต็มมาเลยทีเดียวในเครื่องเลยล่ะ สเป็คแรงอย่างเดียวก็คงไม่ทำให้เราใช้งานไหลลื่นเสมอไป

เลยมีคนแนะนำว่า ถ้าจะใช้งานที่กราฟิกหนักๆ เช่น โปรแกรมที่ออกแบบ 3D โปรแกรม After Effects เล่นเกมหนักๆ หรือโปรแกรมอื่นๆที่ต้องพึ่งการประมวลผลจากการ์ดจอ เราก็พ่วงการ์ดจอภายนอกเข้าไปเพิ่มได้ โดยต่อเข้ากับ Thunderbolt 3 ก็สามารถทำให้โปรแกรมประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

Mac Mini

เรื่องการใช้งาน

       – ด้วยสีเทาสเปซเกรย์รู้สึกเหมือนเราเป็นมืออาชีพ ใช้งานตัดต่อทำกราฟิกสบาย เครื่องแรง เปิดปิดเครื่องก็เร็ว ที่สำคัญเลยคือ ขนาดใช้งานหนัก เครื่องก็ทำงานเงียบมาก

       – ชอบที่ให้ Port Thunderbolt 3 มาเยอะ จะต่อการ์ดจอเพิ่มก็ทำได้ จะต่อพ่วงกับ Mac ตัวอื่นๆก็ทำได้ และ จะต่อจอเพิ่ม 3 จอ โดยผ่าน Thunderbolt 3 และ HDMI ก็สามารถทำได้

       – ขนาดของตัวเครื่องทรงสี่เหลี่ยมที่เล็กกว่ากระดาษ A4 ทำให้ไม่กินพื้นที่บนโต๊ะทำงาน จะสร้างฟาร์มเรนเดอร์ ก็จัดเรียงเป็นระเบียบดี จะวางต่อเป็นชั้นๆ เหมือนคอนโดก็ทำได้ไม่รก และ ดูสวยงาม

Mac Mini

สรุปแล้วคุ้มค่า หรือแพงเกินราคา?

– ถ้าเราซื้อมาในกล่องนั้นมีแค่ตัว Mac mini กับ สายไฟแค่นั้น ต้องหาซื้ออุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเองนะ ไม่ได้ all-in-one แบบ iMac, iMac Pro หรือ MacBook ทั้งหลาย แต่ถ้าใครที่มีอุปกรณ์อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น เมาส์, คีย์บอร์ด, จอ, สาย Thunderbolt 3 USB-C ,หรือจะเป็นสาย HDMI ก็ไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้วล่ะ

– ถ้าคุณต้องการซื้อการ์ดจอมาต่อเพิ่ม ทีนี้เครื่อง Mac mini จะไม่เล็กแล้ว คงต้องเพิ่มพื้นที่บนโต๊ะหน่อย เงินก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก ลองบวกลบราคากันดูนะ ว่ามันจะคุ้มกว่ามั้ยถ้าคุณจะซื้อ iMac ไปเลย

– ถ้าคุณอยากมี Mac สักตัวไว้เขียนโปรแกรม สร้าง Xcode ด้วยความเร็วสูงสุด Mac mini ตัวนี้เหมาะมาก ลองซื้อมาใช้เลย ถือว่าคุ้ม ด้วย CPU ที่แรงอยู่แล้ว ไม่ง้อการ์ดจอ

– ถ้าคุณต้องการใช้งานทั่วไป เช่น แต่งภาพ, เขียนบล็อก, ทำงานเอกสาร หรือทำงานด้านกราฟิก, ตัดต่อวีดีโอ หรือทำงานที่ไม่ถึงกับหนักมากๆ ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดีเลยค่ะ

ซึ่งตอนนี้จึงเป็นมากกว่า Mac ราคาประหยัดไปแล้ว เพราะ Apple วางแนวทางให้ Mac mini รุ่นนี้เป็น “Professional User แมคสำหรับมืออาชีพ” ไม่ว่าจะคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ไม่มีรุ่นไหนดีที่สุด มีแต่รุ่นไหนที่เหมาะกับเราต่างหาก