คอปเปอร์ ไวร์ด (Copperwired) หรือ CPW เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ววันนี้ ราคาเปิดเหนือจอง 12 % รับกระแสเปิดจอง iPhone 11 สะท้อนพื้นฐานแกร่ง ครองแชมป์ดิจิทัลไฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลายที่สุดในประเทศ

Copperwired

วันนี้ บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW ได้จดทะเบียนเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นวันแรก หลังจากที่เสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ไว้ที่ 2.38 บาทต่อหุ้น จำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นมูลค่าการระดมทุน 380.8 ล้านบาท โดยปรากฏว่า ปิดตลาดราคายืนเหนือจอง 12% ที่ 2.68 บาท

โดยนายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนได้ เนื่องจากเป็นบริษัทฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ 19 ปีในธุรกิจค้าปลีกไอที และเป็นผู้นำในการจำหน่ายสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตในตลาดโลก จึงตัดสินใจเข้ามาขยายการเติบโตในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ iPhone 11 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และมั่นใจได้ว่า CPW จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

ทั้งนี้ปัจจุบัน CPW มีร้านค้าปลีกจำนวน 40 สาขา ได้แก่ ร้าน.life ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์จำนวน 20 สาขา และ Apple brand shop จำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ภายใต้ร้าน iStudio by copperwired ร้าน Ai_ และร้าน U-Store by copperwired รวม 15 สาขา มีศูนย์บริการซ่อมภายใต้แบรนด์ ร้าน iServe 5 สาขา รวมทั้ง มีบริษัทย่อย 1 แห่ง เพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่ง คือ บริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ในปี 2563 ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 6 สาขา ได้แก่ ร้าน .life และร้าน Apple Brand Shop รวมทั้ง ปรับปรุงสาขาร้านค้าปลีก 3 สาขา ได้แก่ ร้าน .life ให้มีความทันสมัยและมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น สะท้อนการเข้ามารุกตลาดสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มกำลัง

Copperwiredสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโตกว่างวดครึ่งปีแรก จากแผนการขยายสาขาใหม่ และการปรับปรุงสาขาเดิมแล้วเสร็จ โดยเฉพาะไตรมาส 4/2562 จะเข้าสู่ไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่ทยอยเปิดตัว ได้แก่ iPad , Apple Watch และ iPhone 11 รุ่นใหม่ ที่กำหนดวางจำหน่ายวันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นวันแรก รวมทั้ง การจับจ่ายใช้สอยสินค้าดิจิทัลไลฟสไตล์ในช่วงปลายปี สนับสนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปีจะเป็นไปตามที่วางไว้ โดยในปี 2562 CPW ตั้งเป้าจะเติบโต 10 – 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านบาท และเดินหน้าขยายการเติบโตในสินค้าทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมนำสมัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกประเภท

โดยผลประกอบการล่าสุดงวดประจำ 6 เดือนแรกปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,577.80 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 236.98 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 26.48 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 15.13% อัตรากำไรสุทธิ 1.68% โดยรายได้หลักของบริษัทฯ มาจากสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์สัดส่วน 46.33% กลุ่มโทรศัพท์มือถือ 22.94% กลุ่มคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต 27.72% กลุ่มบริการซ่อมแซม และรับประกัน 2.43% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังจากหักสำรองต่างๆ จึงเชื่อมั่นว่า CPW จะเป็นทั้งหุ้นที่มีการเติบโตแบบ Growth stock และ Dividend stock ได้