หลายคนคาดว่าปีนี้ iPhone ที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้จะขายดีเนื่องจากเป็นรุ่นแรกที่รองรับ 5G แต่เครื่องอาจจะวางขายช้ากว่าปกติ เนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสายการผลิตในจีน

ล่าสุดทางนักวิเคราะห์จาก Bank of America ได้ออกมาคาดการณ์ว่า iPhone รุ่นที่รองรับ 5G ที่จะเปิดตัวในปีนี้อาจจะวางขายช้ากว่าปกติถึง 1 เดือนเลยทีเดียวจากเดิมที่เปิดตัวแล้ววางขายช่วงเดือนกันยายน

ไม่ใช่แค่รุ่นเดียวที่ได้ผลกระทบแต่ “iPhone 9” หรือ “iPhone SE 2” ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ก็อาจจะเลื่อนการวางจำหน่ายเช่นกัน

ทั้งนี้เป็นผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตไวรัส COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในจีน ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตใหญ่ของ Apple หลายบริษัทจำเป็นต้องหยุดโรงงานชั่วคราวทำให้กำลังผลิตลดลง แม้จะกลับมาเปิดอีกครั้งก็ยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน เพราะคนส่วนใหญ่กลัวจึงเก็บตัวอยู่ที่บ้านมากกว่า ส่วนกำหนดการณ์วางจำหน่ายนั้นขึ้นกับว่าช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมนั้นจะกลับมาเดินหน้าเต็มกำลังได้เมื่อไหร่

ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อด้านการผลิตเท่านั้น แต่การระบาดครั้งใหญ่นี้ยังส่งผลกระทบต่อหุ้นของ Apple ด้วยทำให้ราคามีความผันผวน ซึ่งตอนนี้ราคาตกลงมา 13% จากที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Apple เพิ่งประกาศผลประกอบการซึ่งก็ไม่เข้าเป้าเนื่องจาก  COVID-19 ทำให้คนชะลอการจับจ่ายใช้สอย  แน่นอนว่าโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อแผนทั้งปีของ Apple ก็ต้องมาตามดูว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร

VIA MacRumors