Microsoft พัฒนา Plasma bot มาช่วยตอบคำถามและคัดกรองผู้ต้องการบริจาคพลาสมา ก่อนนำไปใช้รักษาผู้ป่วย COVID-19

แม้ตอนนี้ยังไม่มียารักษา COVID-19 แต่อีกหนึ่งแนวทางที่แพทย์ใช้ก็คือ การใช้พลาสมาจากคนที่รักษาหายจาก COVID-19 มาฉีดให้กับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเพื่อช่วยสร้างภูมิต้านทาน ไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย รวมถึงยับยั้งไม่ให้ทำลายเซลล์ปอดซึ่งจะทำให้มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น วิธีนี้เคยนำมาใช้รักษาในหลายโรคแล้ว มาวันนี้มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าการใช้พลาสมาช่วยให้ผู้ป่วย COVID-19 ฟื้นตัวได้

การนำพลาสมามาใช้เพื่อรับมือกับ  COVID-19  นั้นจะมีอยู่ 2 แนวทาง ซึ่งก็มีเป้าหมายต่างกัน แนวทางแรกคือคือ การเก็บพลาสมาจากผู้บริจาคจากนั้นนำไปฉีดให้กับผู้ป่วยซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้กัน

ส่วนแนวทางที่สองคือการใช้พลาสมาจำนวนมากเพื่อสร้างเป็นการรักษาที่มีชื่อว่า  polyclonal hyperimmune globulin (H-Ig)  ด้วยการนำพลาสมาจากผู้บริจาคหลายคนมารวมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าได้แอนติบอดีที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพครอบคลุม วิธีนี้ยังลดความเสี่ยงของการส่งต่อไวรัสหรือแบคทีเรียที่จากผู้บริจาคไปสู่ผู้ป่วยอีกด้วย เพราะสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้จะถูกกำจัดออกระหว่างกระบวนการผลิต   นอกจากนั้น H-Ig ยังมีอายุการเก็บรักษาที่นานกว่า จึงสามารถผลิตและเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นได้

ปัญหาก็คือ เราจะเพิ่มการผลิต H-Ig ในจำนวนมากได้อย่างไร? 

หนึ่งในนั้นก็คือ วิธีการที่พัฒนาขึ้นโดยองค์กร CoVIg-19 Plasma Alliance ที่เกิดจากความร่วมมือของบริษัทพลาสมาชั้นนำ เช่น Biotest, BPL, LFB,Octapharma, CSL Behring และ Takeda แถมยังมีที่ปรึกษาอย่าง Bill & Melinda Gates Foundation จนไปถึงผู้เชี่ยวชาญ, นักลงทุนและผู้ผลิตยาจากทั่วโลก เพื่อช่วยเก็บพลาสมา, ทดสอบการรักษาในระดับคลินิก จนไปถึงการผลิตยาเพื่อช่วยรับมือกับวิกฤต COVID-19

ทางฝั่ง Microsoft นอกจากสนับสนุน CoVIg-19 Plasma ในด้านของโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์, งานวิจัยต่างๆแล้ว ตอนนี้มีการเปิดตัว  CoVIg-19 Plasma Bot เครื่องมือประเมินตัวเองสำหรับคนที่อยากบริจาคพลาสมา ผ่านการตอบคำถามต่างๆเพื่อช่วยคัดกรองเบื้องต้นว่าพลาสมาของเรามีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่จะนำไปใช้งานได้รึเปล่า

เราสามารถเข้าไปใช้งานได้ผ่านหน้าเว็บ https://covig-19plasmaalliance.org/ จากนั้นก็ตอบคำถามต่างๆ เช่น อาการ การฟื้นตัวของร่างกาย หากเราผ่านเกณฑ์ก็สามารถตรงไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการบริจาคได้เลยค่ะ

ส่วนแผนการต่อไปก็คือ การต่อยอดให้บอทนี้สามารถไปใช้งานบนเว็บต่างๆ, สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงช่องทางอื่นๆเพื่อให้เข้าถึงผู้ที่ต้องการบริจาคพลาสมาให้มากขึ้น ยิ่งมีการบริจาคพลาสมาที่ปลอดภัยมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะสามารถเริ่มผลิตยาเพื่อนำมาทดสอบในระดับคลินิกได้เร็วขึ้นเท่านั้น

ที่มา Microsoft