เปิดตัว Galaxy Note 20 ในงาน Galaxy Unpacked 2020 พร้อมจอ 120Hz ส่วน S Pen ฉลาดขึ้น ยกระดับการทำงานให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น

ดีไซน์เครื่อง

ดีไซน์เครื่องนั้นจะต่างกันเล็กน้อย คือ  Galaxy Note 20 จะมาพร้อมจอเรียบ ส่วน Galaxy Note 20 Ultra นั้นจะเป็นขอบโค้ง

ส่วนหน้าจอ Dynamic AMOLED 2x อัตรารีเฟรชเรตที่ 12oHz ซึ่งจะปรับการแสดงผลตามคอนเทนท์ที่ใช้งาน เช่นถ้าเราเล่นเกมจอจะปรับให้เป็น 120Hz ถ้าเราเข้าเว็บธรรมดาจะปรับให้เป็น 60 Hz อัตโนมัติ  ส่วนความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 500 Nits ให้ภาพที่คมชัดสีสันสมจริง เพิ่มความแข็งแรงด้วยกระจก Gorilla Glass 7 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังตัวเครื่องถือเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กระจกรุ่นนี้

Galaxy Note 20 มาพร้อมหน้าจอ 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบตเตอรี่ให้มา 4,300 mAh  ส่วน Galaxy Note 20 Ultra อยู่ที่ 6.9 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ แบตเตอรี่ให้มา 4,500 mAh สามารถชาร์จแบตได้ 50% ใน 30 นาที

กล้องหลัง

กล้องหลังมาในโมดูลทรงสีเหลี่ยมมีความนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องพอสมควร รองรับการถ่ายวิดีโอ 8K ที่ 24 เฟรมต่อวินาที

โดย Galaxy Note 20 นั้นจะมีกล้องทั้งหมด 3 ตัว แบ่งเป็นกล้องหลักความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล เลนส์เทเลความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และเลนส์ Ultra wide 12 ล้านพิกเซล แถมด้วยเลเซอร์สำหรับ Autofocus รองรับ Space Zoom สูงสุด 30 เท่า ส่วน Galaxy Note 20 Ultra ความละเอียดอยู่ที่ 108 ล้านพิกเซล รองรับ Space Zoom สูงสุด 50 เท่า

กล้องหลังรองรับการถ่ายวิดีโอ 8K ที่ 24 เฟรมต่อวินาที อัตราส่วน 21:9 มาพร้อมกับโหมด Pro Video อันทรงพลัง เปี่ยมด้วยสามารถด้านการโฟกัสภาพ เสียง แสง การซูม และการถ่ายภาพในรูปแบบ 120fps จากตัวเลือก FHD สำหรับวิดีโอสไตล์ภาพยนตร์ (cinematic-style videos)

รวมถึงยังได้นำเสนอ Laser Auto-Focus Sensor ใหม่ ที่มอบการโฟกัสอันแม่นยำเป็นพิเศษ Live Focus Video เพื่อเสริมมุมมองเชิงลึกของภาพ ที่ผสานกับการทำงานของเลนส์คุณภาพสูง และ Space Zoom การซูมระยะไกลสุดล้ำ ซึ่งจะมอบมิติใหม่ของการถ่ายวิดีโอที่สวยงามและแตกต่าง

นอกจากนี้ผู้ใช้ Galaxy Note 20 ยังสามารถควบคุมและปรับทิศทางไมโครโฟนเพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจนขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อจับคู่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ กับ Galaxy Buds Live สามารถใช้หูฟังเป็นไมโครโฟนไร้สายได้ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าไมโครโฟนให้เก็บเสียงด้านหน้า ด้านหลังหรือ Omnichannel รอบทิศทางได้ ซึ่งเวลาที่เราถ่ายวิดีโอจะมีไลน์เสียงขึ้นบนที่หน้าจอบอกให้เรารู้ว่าเสียงจากหูฟังเข้ารึเปล่า

กล้องหน้า

กล้องหน้าจะเป็นแบบ Infinity O Display ฝังไว้ใต้จอ โดยกล้องหน้าของ Note 20 จะมีขนาดใหญ่กว่า Note 20 Ultra ความละเอียดอยู่ที่ 10 ล้านพิกเซล มาพร้อม Dual Pixel และ AF รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K

ฟีเจอร์ใหม่ S Pen

ช่องเสียบ S Pen นั้นจะย้ายจากด้านขวามือมาอยู่ด้านซ้ายแทน ปรับการตอบสนองให้ทำงานเร็วขึ้นอัตราความหน่วงอยู่ที่ 9 มิลลิวินาทีเท่านั้น โดยปีนี้จะมีการเพิ่มฟีเจอร์การสั่งงานแบบใหม่

  • Air actions จะช่วยให้การควบคุมและสั่งงานแอปพลิเคชันต่างๆ ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ต้องการกลับไปยังหน้า Home Screen ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการสะบัด S Pen เท่านั้น
  • AI Need Note เวลาที่เราเขียนด้วยลายมือบนหน้าจอแบบเอียงๆ AI จะช่วยปรับให้ตัวหนังสือตรงได้
  • Audio Bookmark อัดเสียงไปด้วย จดไปด้วย

การทำงาน

ในส่วนของการทำงานก็มีหลายฟีเจอร์เพิ่มเข้ามาให้ทำงานสะดวกและง่ายขึ้น

 Samsung Notes: ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง แก้ไข และแบ่งปันทุกความคิดผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์พีซี ด้วยความโดดเด่นของ Samsung Notes ที่ช่วยบันทึกงานโดยอัตโนมัติ (auto-save) รวมถึงซิงค์ข้อมูลได้โดยทันที (syncing capabilities) ทำให้หมดกังวลว่าข้อมูลสำคัญจะไม่สูญหาย นอกจากนี้สามารถเปลี่ยนลายมือให้เป็นข้อความตัวอักษร (handwriting to text) พร้อมเพิ่มเติมคำอธิบาย หรือเน้นย้ำข้อความผ่านการไฮไลท์เอกสารในรูปแบบ PDF ใน Samsung Notes และล่าสุดกับฟีเจอร์ใหม่ การบันทึกเสียงไปพร้อมๆ กับการจดบันทึก ทำให้ผู้ใช้สามารถกลับไปทบทวนข้อมูลทั้งในรูปแบบตัวอักษรและเสียงได้อย่างง่ายดาย และระบบจัดการโฟลเดอร์ใหม่เพื่อรวมรวมข้อมูลทุกอย่างให้ค้นหาได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

Link to Windows ที่ได้รับการอัปเกรด ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันมือถือได้โดยตรงจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 10 โดยไม่รบกวนการใช้งานสมาร์ทโฟน โดยในอนาคต ผู้ใช้จะสามารถเรียกใช้งานหลายแอปพลิเคชันได้พร้อมกันบนคอมพิวเตอร์ พร้อมสร้าง Shortcuts บน Windows 10 เพื่อเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กและอัลบั้มรูปภาพต่างๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างอีโคซิสเต็มแห่งการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเชื่อมต่อ Samsung Notes เข้ากับ Microsoft One Notes และ Outlook รวมถึงการแจ้งเตือนนัดหมายสำคัญ ผ่านการซิงค์กับ Microsoft Outlook, To Do และ Teams เพียงแค่นี้ผู้ใช้ก็สามารถเข้าถึงทุกการทำงานได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว

ขุมพลังแห่งความบันเทิงอันไร้ขีดจำกัด (Power to Play)

นอกเหนือจากความร่วมมือในการพัฒนาฟีเจอร์ด้านการทำงาน ซัมซุงยังได้ร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการนำเทคโนโลยี VR มาพัฒนาฟีเจอร์ความบันเทิงใน Galaxy Note20 series โดยผู้ใช้จะได้ค้นพบประสบการณ์การเล่นเกมผ่าน
สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดที่เคยมีมา พร้อมประสิทธิภาพขั้นสูง การเชื่อมต่อที่เหนือระดับ และจอแสดงผลที่ดีที่สุด รวมถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังได้นำเสนออีกหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโออีกด้วย

  • เกม Xbox สุดโปรดใน Galaxy Note20 series: เพลิดเพลินไปกับเกมคอมพิวเตอร์สุดโปรดได้ในสมาร์ทโฟนตั้งแต่วันนี้ ด้วย Xbox Game Pass Ultimate ที่นำเสนอเกมยอดนิยมกว่า 100 รายการบนคลาวด์ไม่ว่าจะเป็น Minecraft Dungeons, Forza Horizon 4 หรือ Gears of War 5 Ultimate Edition) ที่จะมาในช่วงปลายปีนี้ โดยผู้ใช้สามารถเล่นเกมได้ด้วยการเชื่อมต่อแบบ Hyper-fast และ Ultra-low Latency ผ่าน 5G และ Wi-Fi 6 ที่ทำงานร่วมกันผ่านจอแสดงผลขนาดใหญ่และระบบประมวลผลสุดล้ำ ผู้ใช้จะได้ดื่มด่ำและเต็มอิ่มกับประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลและสมจริงที่สุด
  • ใช้งานหลากหลายดีไวซ์พร้อมกันด้วย Samsung DeX แบบไร้สาย: ครั้งแรกของ Samsung DeX ที่สามารถเชื่อมต่อ Galaxy Note20 series เข้ากับสมาร์ททีวีได้แบบไร้สาย เมื่อผู้ใช้ต้องการใช้งานหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดย Samsung DeX ใหม่นี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการทั้งสองหน้าจอ ได้แก่Galaxy Note20 และทีวีได้พร้อมกัน จึงทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับการเล่นเกมหรือโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ตลอดเวลา

การเชื่อมต่อ

สามารถใส่ได้ 2 ซิมหรือจะเลือกใส่ซิมคู่กับการ์ด MicroSD ก็ได้ แถมยังรองรับ eSIM อีกด้วย รองรับการเชื่อมต่อแบบ Hyper-fast และ Ultra-low Latency ของ 5G รวมถึงการค้นหา แนะนำ และเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูงมาตรฐาน Wi-Fi 6 ที่มีความเสถียร และปรับระดับ Latency ได้ ให้การใช้งานสตรีมมิ่งดีขึ้น พร้อมด้วย Samsung Knox ที่จะเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อีกขั้น

นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกของกาแลคซี่ดีไวซ์ ที่มี UWB (Ultra Wideband) เพื่อให้ผู้ใช้ได้แบ่งปันข้อมูลในระยะใกล้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพียงแค่ชี้Note20 Ultra ไปยังสมาร์ทดีไวซ์ตระกูลกาแลคซี่ที่เปิดใช้งาน UWB ก่อนที่จะเลือกรายชื่อบุคคลที่ต้องการแบ่งปันข้อมูลจากหน้อจอ โดยในอนาคต ฟังก์ชัน UWB จะช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านเทคโนโลยี AR พร้อมทำหน้าที่เป็นกุญแจดิจิทัลที่จะมาช่วยปลดล็อกบ้านของคุณ