นักวิทยาศาสตร์คิดค้นเซ็นเซอร์วิเคราะห์เหงื่อและหาอาการของภาวะพายุไซโตไคน์ (cytokine storm) ที่เกิดจาก  Covid-19 และการติดเชื้ออื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

ภาวะพายุไซโตไคน์เมื่อร่างกายผลิตสารไซโตไคน์ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกินกว่าจะควบคุมได้ ซึ่งสารตัวนี้สร้างขึ้นมาเพื่อจำกัดและควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  เมื่อมีมากเกินไปจะทำให้เกิดการอักเสบและเป็นอันตรายต่ออวัยวะต่างๆได้

ในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทีมแพทย์ได้ค้นพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะพายุไซโตไคน์ มักจะมีอาการหนักและเสี่ยงที่จะเสียชีวิต การตรวจจับภาวะพายุไซโตไคน์ได้ก่อนถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้อวัยวะภายในเสียหายที่อาจจะไปสู่การป่วยที่รุนแรงหรือเสียชีวิตได้ แม้การตรวจเลือดจะหาสารไซโตไคน์ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะสอดส่องร่างกายได้ตลอดเวลา

ทางนักวิจัยจาก University of Texas จึงพัฒนาเซ็นเซอร์ชนิดแถบที่มาพร้อมแอนติบอดี้โดยนำไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพดี 6 คนและคนที่ป่วยเป็นไข้ 5 คน เพื่อทดสอบว่าจะสามารถตรวจจับภาวะนี้ได้หรือไม่

ผลพบว่ามีแค่กลุ่มตัวอย่าง 2 คนที่สุขภาพดีที่ไม่สามารถตรวจจับได้ ในขณะกลุ่มตัวอย่างที่เหลือสามารถตรวจจับไซโตไคน์ในเหงื่อได้ ซึ่งก็ตรงกับผลที่คาดไว้จากงานวิจัยชิ้นก่อนหน้า

เมื่อมีระบบแจ้งเตือนไซโตไคน์จะช่วยให้แพทย์ฉีดสเตอรอยด์ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเพิ่มสูงเกินไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดภาวะพายุไซโตไคน์ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ถ้ามีตัวช่วยที่ทำให้เราเห็นแนวโน้มก็จะช่วยรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว นั่นหมายถึงอตราการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตก็จะน้อยลง

ไซโตไคน์นั้นสามารถตรวจพบในเหงื่อนแต่ก็มีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับการตรวจจากเลือด ซึ่งในการทดสอบทางนักวิจัยได้ให้กลุ่มตัวอย่างออกกำลังกาย จากนั้นก็นำแตะกระแสไฟฟ้าอ่อนๆไปบนผิวหนัง แต่กระบวนการนี้สามารถเปลี่ยนแปลงระดับของไซโตไคน์ได้

ความยากของโครงการนี้ก็คือบางครั้งเหงื่อไม่ได้ออกมาเยอะโดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในห้องแอร์ปกติแล้วคนทั่วไปจะผลิตเหงื่อ 5 ไมโครลิตรหรือปริมาณเท่ากับ 1 ในสิบของเหงื่อหนึ่งหยดเท่านั้น นั่นหมายความว่าเซ็นเซอร์ที่ใช้จะต้องมีความอ่อนไหวมากๆถึงจะตรวจพบได้

ซึ่งทางทีมวิจัยได้ดึงเอางานก่อนหน้านี้ที่พัฒนาเซ็นเซอร์ในการตรวจจับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel disease ; IBD) จากเหงื่อมาใช้ พัฒนาเป็นอุปกรณ์สวมใส่หน้าตาเหมือนนาฬิกาข้อมือ มันจะทำหน้าที่ตรวจจับโปรตีนสองชนิดที่พุ่งสูงขึ้น

เซ็นเซอร์นี้จะประกอบด้วยขั้วไฟฟ้าสองขั้วที่เคลือบด้วยสารแอนติบอดี้ที่ผูกกับโปรตีนสองชนิดนี้ หลังจากนั้นเมื่อมีกการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าก็จะส่งไปยังเครื่องอ่าน จากนั้นส่งผลที่ได้ไปยังแอปบนสมาร์ตโฟน  หลังจากเหงื่อเดิมระเหยไป พอเหงื่อชุดใหม่ไหลออกมาก็จะทำการวัดใหม่อีกครั้ง นักวิจัยตั้งชื่อเซ็นเซอร์ใหม่นี้ว่า SWEATSENSER Dx มาพร้อมแอนติบอดี้ที่ตรวจจับโปรตีนได้ 7 ชนิด มันมีความอ่อนไหวมากพอในการตรวจจับไซโตไคน์ แถมยังใช้งานได้สูงสุด 168 ชั่วโมง จากนั้นค่อยเปลี่ยนเซ็นเซอร์ใหม่

ทาง EnLiSense พันธมิตรในการวิจัยครั้งนี้วางแผนที่จะทดสอบเชิงคลินิกกับผู้ป่วยติดเชื้อโรคทางเดินหายใจก่อน ส่วนการนำมาใช้กับผู้ป่วย COVID-19 ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายต่างก็มีงานล้นมือโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่มีเวลาไม่พอจะมาทดสอบอุปกรณ์ตัวนี้

ที่มา Dailymail