อีกหนึ่งจุดเด่นของ Apple Watch ก็คือ สามารถตั้งค่าให้กับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่มี iPhone ใช้งานได้ผ่านการตั้งค่า Family Setup ได้ เพียงแค่มีไอโฟนเพียงเครื่องเดียวก็สามารถตั้งค่าให้ใช้งานได้ ไทยเองก็ใช้งานได้ตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ข้อจำกัดก็คือ Apple Watch จะใช้งานได้เฉพาะรุ่นที่เป็น Cellular เท่านั้น

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับการให้เด็กๆหรือผู้สูงอายุใช้งานได้ เพียงแค่เพิ่ม Apple ID เข้าไปเท่านั้น หากเด็กๆหรือผู้สูงอายุยังไม่มีก็สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้เลย ใน Family Setup นั้นก็มีฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง เช่น

  • Schooltime ตั้งเวลาจำกัดการใช้งานแอปในช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อให้สนใจกับการเรียนมากขึ้น
  • Location Notifications  แชร์พิกัดระหว่างสมาชิกในครอบครัวแบบ Real-time สามารถเปิดได้ผ่านแอป Find My มีการแจ้งเตือนเมื่อเข้า/ออกสถานที่ที่กำหนดไว้อย่างบ้านหรือโรงเรียน
  • แชร์ข้อมูลสุขภาพระหว่างสมาชิกในครอบครัว

ส่วนเรื่องของความเป็นส่วนตัวนั้น Apple ก็ยังเป็น Apple ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ซึ่ง Apple Watch นั้นจะมีการสร้าง Uniq Mobile Number ขึ้นมาผูกกับ Apple ID แทนการใช้เบอร์มือถือ นอกจากนั้นลูกต้องอนุญาตก่อนถึงจะใช้งาน Family Setup ได้

เล่าให้ฟัวขนาดนี้หลายคนอาจจะยังไม่เห็นภาพ งั้นลองไปฟังประสบการณ์จากผู้ใช้งาน Family Setup อย่าง พี่หาว  – ต่อวงศ์ ซาลวาลา ช่างภาพมืออาชีพ และ หมออัฐ – นพ.นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ ว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

พี่หาว  – ต่อวงศ์ ซาลวาลา

พี่หาวมีลูก 2 คน คนโจคนแรกเป็นลูกชายอายุ 17 ปี ส่วนคนรองนั้นจะเป็นลูกสาวอายุ 14 ปี ซึ่งพี่หาวได้เริ่มให้ลูกทั้งสองคนใช้ Apple Watch ติดตัวไปโรงเรียนมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว โดยมองว่า Apple Wacth นั้นสามารถแก้ปัญหาของ Painpoint ที่ผู้ปกครองหลายคนเจอได้หลายเรื่อง

ฟีเจอร์ที่พี่หาวใช้เป็นประจำก็คือ Schooltime สำหรับตั้งเวลาจำกัดการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆในเวลาเรียน เพื่อให้น้องมีสมาธิกกับการเรียนมากขึ้น ซึ่งโรงเรียนที่น้องเรียนอยู่นั้นเป็นโรงเรียนสาธิต ค่อนข้างจะเปิดกว้างเรื่องของ Smart Device สามารถนำมาโรงเรียนได้ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องของสมาร์ตโฟนนั้น เมื่อก่อนจะต้องฟากไว้ในตู้ก่อนเริ่มชั้นเรียน แต่ปัจจุบันเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น เอามาใช้คู่กับการเรียนการสอนได้

แต่พี่หาวไม่ได้ให้ล็อกยาวแบบ 8 โมงเช้าจนถึงบ่าย 3 โมงเย็นแต่  Schooltime ยังสามารถตั้งเวลาพักเป็นช่วงๆได้ เช่น พักเที่ยง พักย่อยรอบบ่าย เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกว่าโดนจำกัดการใช้งานมากเกินไป ส่วนในช่วงการเรียนออนไลน์นั้นพี่หาวบอกว่า ไม่ได้เปิดใช้งาน Schooltime เนื่องจากลูกสาวเองก็เกิดความเครียดจากการอยู่บนหน้าจอเป็นเวลานานๆ

ส่วนฟีเจอร์ต่อมาคือ Location Notification สำหรับดูพิกัดของลูกๆ ซึ่งมีประโยชน์มากๆตอนนที่ขับรถไปรับลูกสาวที่หน้าโรงเรียน เพราะไม่สามารถจอดรถรอเพื่อรับน้องได้ พี่หาวได้ใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อดูตำแหน่งของลูกสาวว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว เพื่อที่จะวางแผนการวนรถไปรับได้พอดีกัน นอกจากนั้นยังใช้ตอนที่ไปเดินห้างก็ได้จะได้รู้ว่าลูกเดินออกจากร้านเมื่อไหร่

ส่วนฟีดแบคจากลูกๆนั้นถือว่าค่อนข้างดีทีเดียวลูกชาย ชอบค้นแคะแกะเกาฟีเจอร์หรือลูกเล่นต่างๆใน Apple Watch จนตอนนี้ใช้เก่งกว่าพี่หาวแล้ว แถมยังเอามาใช้ส่งการบ้านให้คุณครู ในการเก็บข้อมูลการวิ่ง 50 กิโล ซึ่งในช่วงโควิดนี้ไม่สามารถวิ่งได้น้องเลยเสนอให้เปลี่ยนการออกกำลังกายโดยคาร์ดิโอแทนโดยการใช้ Apple Watch เก็บข้อมูลส่งอาจารย์

ส่วนลูกสาวชอบตรงที่มีความเป็นแฟชัน สายนาฬิกาเปลี่ยนได้เวลาใส่สายใหม่ไปโรงเรียนแล้วเพื่อนชอบใจแล้วซื้อตามก็จะเกิดความภูมิใจเล็กๆ

เมื่อถามเรื่องของความเป็นส่วนตัวว่าเด็กๆนั้นเริ่มจะมีโลกส่วนตัว คงไม่อยากให้พ่อแม่เข้ามายุ่งย่ามกับชีวิตส่วนตัวกันสักเท่าไหร่ เพราะการใช้ Family Setup เด็กๆต้องอนุญาตให้เครื่องของผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ก่อน พี่หาวมองว่า Family Setup นั้นทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้น แต่ต้องทำความเข้าใจกับพวกเขาด้วยเหตุด้วยผลว่าทำไปเพราะความเป็นห่วง อย่างในเรื่องของการแชร์พิกัดนั้นพี่หาวเข้าไปดูความเป็นไปมากกว่าการติดตามทุกฝีก้าว หรือต้องโทรถามว่าวันนี้ไปไหน ทำอะไรมา คอยดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆมากกว่า

หมออัฐ – นพ.นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์

คุณหมออัฐนั้นให้คุณพ่อคุณแม่วัย 70 ปีใส่ Apple Watch เพื่อดูแลสุขภาพมากกว่า เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ดังนั้นฟีเจอร์ที่ใช้งานเป็นประจำก็คือ Shared Health Monitor เพื่อติดตามดูสุขภาพและข้อมูลการออกกำลังกายจากระยะไกล ซึ่งผู้สูงอายุค่อนข้างคุยง่ายเรื่องของการใส่นาฬิกาติดตัวเป็นประจำด้วยประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพที่เห็นได้ชัด

ข้อมูลหลักๆที่คุณหมอจะสอดส่องเป็นประจำก็คือ เรื่องของอัตราการเต้นของหัวใจและการออกกำลังกายให้ครบ (แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถดูข้อมูลการวัด ECG เพื่อตรวจสอบอาการหัวใจห้องบนเต้นพริ้วได้ ซึ่งในอนาคต คุณหมออยากให้ Apple พัฒนาให้ดูได้ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ) อย่างเรื่องของ Activity Ring ว่ามีการปิดครบมั้ยในแต่ละวัน นอกจากนั้นคุณหมอเองก็มีการปรับ Goal ของแต่ละวันให้เข้ากับสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป

คุณหมอแนะนำว่าในเรื่องของการออกกำลังกาย ฝั่งผู้ใหญ่นั้นเน้นในเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่ให้ครบ ส่วนถ้าเป็นเด็กให้เน้นออกกำลังกายให้ครบวันละ 60 นาทีแทน ไม่จำเป็นต้องดูเรื่องแคลอรี่ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องของน้ำหนักเกินหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา