สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) วางแผนที่จะเปิดตัวระบบตรวจสอบความปลอดภัยแบบใหม่ในสนามบินที่มีความทันสมัยกว่าระบบที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตระบบนี้อาจจะถูกบันทึกอยู่ในข้อตกลงที่ทุกสนามบินต้องนำมาใช้ตรวจสอบผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง

ทุกวันนี้จำนวนผู้คนที่โดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้นมาก  มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 จะมีผู้คนใช้การเดินทางโดยอากาศสูงถึง 16,000 ล้านคน ปัจจัยเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงมาเป็นอันดับแรกๆ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดปัญหากับผู้โดยสารและสนามบินให้น้อยที่สุด

เทคโนโลยีแบบใหม่นี้ช่วยให้การตรวจสอบความปลอดภัยในสนามบินเป็นไปด้วยความสะดวกราบรื่นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้โดยสารแค่เพียงเดินผ่านอุโมงทางเดิน electronic sniffing zone ที่มีความยาวประมาณ 20 ฟุต โดยก่อนเข้าจะแบ่งแยกผู้โดยสารแยกระดับความเสี่ยงตามประวัติการเดินทาง ในช่องทางเดินนั้นจะมีใช้เครื่องสแกนดวงตาเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล รังสี X-ray ขั้นสูง, ระบบตรวจจับของเหลวระบบตรวจจับวัตถุระเบิด เป็นต้น ข้อดีของระบบนี้คือ ย่นขั้นตอนการตรวจสอบให้น้อยลง ไม่ต้องตรวจความปลอดภัยซ้ำซากทั้งจากเครื่องตรวจ จุดตรวจคนเข้าเมือง หรือจุดตรวจศุลกากร ซึ่งสามารถลดมาเหลือขั้นตอนเดียวได้เลย  ผู้โดยสารจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอต่อคิวยาวๆก่อนขึ้นเครื่องอีกต่อไป Ken Dunlap ผู้บริหารของ IATA คาดว่าระบบนี้จะนำมาใช้ในอนาคตอีกประมาณ 5-7 ปีข้างหน้าค่ะ

VIA gizmowatch