พอกันทีสำหรับพลาสติกระดับเรือธงจากค่าย Samsung เพราะจากนี้ไปเค้าหันมาใช้บอดี้โลหะมาเสริมบารมีให้ดูดีมีระดับขึ้นไปอีกขึ้นแล้วจ้า

SM-G925FZDACAM-10-0

แต่อย่าคิดว่าจะหันมาใช้แค่บอดี้โลหะแล้วทาง Samsung จะหยุดแค่นี้นะ ไม่มีทางจ้าเรื่องดีไซด์และการออกแบบก็อันดับหนึ่งด้วยเช่นกันเรากำลังจะสานต่อสิ่งที่เราเคยเกริ่นมาเดือนก่อนหลังจากที่ได้พรีวิวเจ้า Galaxy S6 Edge ไปในงาน MWC 2015 นั้นเอง ครั้งนั้นผู้ที่เข้าร่วมงานต่างการันตีถึงความสวยงามและฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งเราจะแจงออกมาเป็นข้อๆ ต่อไปหลังจากนี้

PhotoGrid_1434423615453

Galaxy S6 Edge รุ่นนี้เป็นการออกแบบที่เรียกว่าได้ว่า All New Design สวยสุดจาก Samsung ด้วยด้านข้างทั้งสองนั้นด้านบนออกแบบให้เป็น Edge Screen ทั้งคู่  ทำให้ดูมิติของความโค้งมนรับกับมือผู้ใช้  ทรงทั้งหมดทำจากกระจกและอลูมิเนียมเพื่อความหรูหรา ความบางนั้นอยู่แค่ 6.8 มิลลิเมตรเท่านั้น ลักษณะเด่นๆโดยทั่วไปประกอบไปด้วย

ด้านบน : ช่องใส่ Sim Canrd แบบ Nano-Sim พร้อมด้วย Infrared ที่ใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Smart Remote และช่องตัดเสียบรบกวนรอบด้าน

ด้านล่าง : ช่องเสียบสายหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ช่องเสียบสายสาร์จแบบ Micro USB พร้อมด้วยไมล์สนทนาและ ลำโพง

ด้านข้างทั้งสองนั้น : ปุ่มปรับเพิ่มหรือลดเสียงด้านซ้าย และ ปุ่มล๊อกเปิดปิดหน้าจอ พร้อมเปิดปิดเครื่อง

ด้านหน้า : ลำโพงสนทนา กล้อง 5 ล้านพิคเซล พร้อมรูรับแสง F/1.9 พร้อมด้วย Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน, Accelerometer Sensor หมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้

ด้านล่าง :  ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ (Back) ซึ่งปุ่ม Home รองรับการสแกนลายนิ้วมือด้วยเช่นกัน

14859

สเปคและความสามารถของตัวเครื่อง

–  หน้าจอแสดงผล 5.1 นิ้ว แบบ Super Amoled QHD 16.7 ล้านสี ความละเอียดที่ 2560 x 1440 พิกเซล (577 PPI)

–  Chipset ตัวใหม่จากทาง Samsung Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit)

–  Android 5.0.2 Lollipop

–  หน่วย Ram ขนาด 3 GB.

–  หน่วยความจำในตัวเครื่อง ขนาด 32 GB , 64 GB , 128 GB. เพิ่มขนาดความจุไม่ได้

–  กล้องหลังขนาด 16 ล้านพิคเซล พร้อมเซนเซอร์รูรับแสงกว้างสุดที่ F/1.9 พร้อมแฟลช LED

–  กล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิคเซล พร้อมเซนเซอร์รูรับรับแสงกว้างสุด F/1.9

–  แบตเตอรี่ขนาด 2,600 mAH

14858

หลังจาก Test คะแนน App Antutu Benchmark กลับพบว่าคะแนนนั้นสูงเกือบถึง 70,000 เลยทีเดียว

ความสามารถอันโดนเด่นที่ทาง Samsung จับใส่มาใน S6 Edge

 Digital Camera 16 Mega Pixel : S6 Edge ได้ใส่รูรับแสงขนาด F/1.9 เข้ามาในกล้องขนาด 16 ล้านพิคเซลยิ่งทำให้การถ่ายภาพมีมิติที่คมชัดและถ่ายได้ดีแม้กระทั้งในยามที่สภาวะแสงไม่เพียงพอ พร้อมด้วยระบบกันสั่น OIS ที่เป็นสิ่งใหม่ที่ Samsung แถมามาเอาใจสำหรับนักถ่ายภาพโดยเฉพาะคือ Pro Mode คือโหมดที่นักถ่ายภาพสามารถปรับภาพ ปรับแสง ปรับสีได้เองตามใจชอบ อีกทั้งยังมี Focus Tracking ที่จะคอยจับการเคลื่อนไหวของวัตถุ พิเศษไปกว่าหากต้องการที่จะเข้าโหมดกล้องได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ผู้ใช้กดปุ่ม Home ติดต่อกัน 2 ครั้ง เพียงแค่ 0.7 วินาที ระบบจะพาท่านเข้าโหมดพร้อมถ่ายอย่างรวดเร็ว

PhotoGrid_1434423070973

Front Camera F/1.9 : น่าจะเป็นตัวเดียวในตลาดของตอนนี้ทีมีรูรับแสงกว้างสุดขนาด F/1.9  พร้อมด้วยมุมการถ่ายแบบ Selfie ที่กว้างมากกว่าเดิม พร้อม Beauty Mode แบบอัตโนมัติ หากท่านผู้ใช้ยังคิดว่ากว้างไม่สะใจ ใน Mode ปรับแต่งนั้น Samsung ยังคงมีให้เพิ่มเติมอีก ด้วย โหมด Wide Selfie กว้างสะใจกันไปเลย ระบบการถ่ายคล้ายๆ การถ่ายแบบ Panorama คือมือตรงให้ตรงกรอบต้องให้เป๊ะ ไม่งั้นปากยื่น ตากว้าง หูแหว่งได้แน่นอน

PhotoGrid_1434423201816

Edge Screen :  อาจเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วในตัวรุ่นพี่อย่าง Galaxy Note Edge จึงให้ทำหลายผู้ใช้คิดว่า คงจะตั้งค่าและมีลูกเล่นที่เหมือนกับ Note Edge แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะความโค้งของขอบนั้นมีน้อยกว่าเลยไม่สามารถตั้งค่า Shot Cut ใส่ภาพ หรือ App ที่ต้องการตั้งเตือนอะไรได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ เพราะ Edge Scree S6 Edge นั้นสามารถใช้งานแบบ People Edge ที่ใส่รายชื่อของคนที่เราติดต่อบ่อยที่สุดได้ถึง 5 รายชื่อ และเลือกสีให้เป็นสีประจำของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย หลักการใช้งานคือ เมื่อเวลามีสารเรียกเข้ามา หากจอคว่ำอยู่ตรงขอบขอบ Edge Screen จะส่องแสงแสดงสีออกมาตามสีของบุคคลที่ตั้งไว้ หรือเรียกว่า Edge Lightning อีกลูกเล่นที่ขาดไม่ได้ก็คือ Night Clock และ Information Stream จะคล้ายๆ Note Edge อยู่บ้าง แสดงพวก Miss Call , Weather , Yahoo และยังเลือกข้างของขอบการแสดงได้ทั้งซ้ายและขวา

PhotoGrid_1434423325448

Supercharging :  หมดกังวลไปเลยสำหรับการชาร์จแบตที่ยาวนานกินเวลาหลายชั่วโมง ด้วยระบบการชาร์จแบบ Fast Charging ด้วยการชาร์จเพียง 10 นาที แล้วใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง เมื่อผู้ใช้คู่กับหัวชาร์จแบบ 9V Charger อีกทั้งตัว S6 Edge ยังรองรับการชาร์จแบบ Wireless Charging หรือเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย ที่รวดเร็วเพียง 85 นาที เท่านั้น

SM-G925FZDACAM-92-0

Performance :  แรง เร็ว ลื่น เหนือคำบรรยาย ด้วยระบบ 64-Bit Processor และ NM 14 Finfet Semiconductor  หนึ่งในนวัตกรรมล่าสุดจากทาง Samsung ที่ประมวลผลได้รวดเร็วเทียบเท่าได้กับ Computer อีกทั้งยังกล่าวได้ว่าเป็น Smartphone เครื่องแรกของโลก ที่นำชิพขนาด  14 นาโนมิเตอร์ ในการประหยัดพลังงานแต่ประมวลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย Ram แบบใหม่แบบ LPDD4 ซึ่งจะช่วยการรับส่งข้อมูลต่างดีกว่า LPDDR3 ถึง 50%  ไม่แปลกใจที่คะแนนจากการ Run Test บน Antutu ถึงได้ขนาดหกหมื่นกว่าๆ  พร้อมด้วยชิพประมวลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Exynos 7420 Arm Cortex-A57 1.50 GHz.

SM-G925FZDACAM-15-0

Finger Print : ส่วนนี้ได้ถูกหยิบมาปรับปรุงต่อยอดจากรุ่นพี่อย่าง S5 ที่โดนบ่นกันกระจายว่ามีไว้ทำไม แสกนก็ไม่ค่อยติดเพราะเป็นแบบสัมผัสแบบลื่นปรื้ด แตะๆ ไถๆ ลง ๆ แต่มาในคราวนี้ S6 Edge ได้ทำการแก้ไขตัดต่อพันธุกรรมใหม่หมด ไม่แล้วสำหรับการถูๆ ไถๆ เพราะมาแบบแตะทีเดียวจบ และรองรับการทำงานแบบ Samsung Pay ในการจ่ายซื้อของออนไลท์อีกด้วย

SM-G925FZDACAM-124981-0

สรุปการใช้งานและความคิดเห็นส่วนตัว

การกลับมาในครั้งนี้ถือว่า Samsung แก้ทาง แก้โจทย์ ขยันทำการบ้านดีมาก  ทั้งรูปทรง รูปลักษณ์ วัสดุต่างๆ ที่ดูหรูหรา พรีเมี่ยมขนาดนี้ แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่วัสดุเท่านั้น ภายในฟีเจอร์ที่ใส่มาใหม่นั้นก็แถบจะแก้ไขในส่วนของรุ่นพี่ที่เคยทำออกมาแล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร สิ่งทีน่าผิดหวังและคาดหวังไว้เยอะสำหรับผู้ใช้ที่รอคอย และที่เคยสัมผัสการใช้งาน Edge Screen ของ Note Edge มาก่อนหน้านี้แล้วต่างก็คิดไปต่างๆ นาๆว่าน่าจะมีลูกเล่นอะไรที่เยอะแยะมากกว่าที่เคยเห็น เพราะมาพร้อมกันถึง Dual Screen  แต่อย่างน้อยก็เป็นอะไรที่เริ่มต้นและไปในทิศทางที่ดี

ข้อดี

1. รูปแบบการดีไซท์นั้นออกแบบใหม่หมดเป็นโลหะอะลูมิเนียมผสมกับกระจกกอริลล่ากลาส 4 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้ความคงทนและดูเรียบหรูมากที่สุดในตระกูล Galaxy

2. ได้รับการยอมรับว่าชาร์จไฟได้เร็วที่สุดในโลกขณะนี้

3. สามารถใช้ Turbo Charger 2.0 หรือ Adaptive Fast Charging ของค่าย Qualcomm ได้ด้วยถึงแม้ตัว S6 เองจะใช้ Chipset แบบ Exynos จากค่าย Samsung เองก็ตาม จึงทำให้ดึงประสิทธิภาพการชาร์จไฟนั้นถึงขีดสุด

4. Chip ประมวลผลใหม่ล่าสุด Exynos 7420 ซึ่งทำให้เครื่องของ Galaxy S6 นั้นมีความเสถียร ตอบสนองต่อผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยมีมา เร็ว แรง ไว

5. Smart Manager ตัวจัดการไฟล์ต่างๆ ภายในเครื่อง ที่จะคอยช่วยตรวจสอบสถานะการใช้งาน ค่าแบตเตอรี่ ค่าความจุ ให้เกิดความไล่ลื่นได้อีกด้วย

6. Wireless Charging ที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาให้สามารถรับการชาร์จข้ามสายพันธ์ไปยังยี่ห้ออื่นได้ทุกยี่ห้อ ในระดับมาตรฐาน WPC (Wireless Power Consortium)

7. Quick Launch ปุ่ม Shotcut ที่ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงโหมดกล้องได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพียงแต่กดปุ่ม Home ติดต่อกันสองครั้ง

8. กล้องหน้าระดับ 5 ล้านพิคเซลที่ให้ค่ารูรับแสงกว้างมากที่สุดในตลาดตอนนี้ถึง F/1.9 ทำให้การ Selfie ยามแสงไม่พอออกดูดีไม่แพ้กล้องหลัง

9. OIS ( Optical Image Stabilization )  หรือระบบการสั่นไหวซึ่งภายใน S6 นั้นใส่มาในเวอร์ชั่น Smart OIS 2.0 ที่ช่วยลดการสั่นไหวให้น้อยมากที่สุดซึ่งก็ทำได้ดีมากในรุ่นนี้

10. หากผู้ใช้ไม่สามารถหาหาที่ชาร์จไฟหรือไม่มีอุปกรณ์ชาร์จแบตเสริมติดตัว แล้วแบตใกล้หมด S6 ก็มีโหมด Power Saving Mode รองรับการทำงานในระดับที่ต่ำกว่าปรกติเพื่อถนอมแบตให้ได้มากที่สุดจนกว่าจะได้รับการชาร์จใหม่

DSC_3562

ข้อเสนอแนะ

1. ราคาที่สูงมากในระดับมาตรฐานทั่วไป รุ่นท๊อปแตะสามหมื่นกว่าๆ

2. หน้าจอเวลาที่อยู่ในโหมดถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอ ด้วยความที่เป็นหน้าจากแบบ Super Amoled จึงทำให้สภาวะหน้าจอเกิดสีเหลืองอมส้มหน่อยๆ

3. ความจุที่ให้มานั้นไม่สามารถเพิ่มหรือลดได้ เป็นไปตามสเปคที่ทาง Samsung วางจำหน่ายทั้ง 3 รุ่น คือ 32 , 64 , 128

4. แบตเตอรี่ที่ให้มาน้อยในระดับ 2500-2600 mAH. และไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองหรือแกะฝาหลังเองได้ ทำให้ในอนาคตหากเกิดอาการแบตเสื่อมหรือบวม เจ้าของหรือผู้ใช้อาจต้องมีเสียน้ำตาจากการแงะบอดี้ฝาหลังเปลี่ยนแบตได้

5. เวลาใส่ Case Samsung Clear View แล้วถอดออกเกิดอาการทำให้ตัวเครื่องเป็นรอยได้ง่าย ถึงแม้ตัววัสุดจะเป็นกอริลล่ากลาสสี่แล้วก็ตาม

6. พบการทัชหน้าจอที่ทำได้ไม่ดีพอตรงขอบทั้งสองด้าน ทดสอบแบบนี้โดยการกด Tsp Grid Mode Test ที่อยู่ในเครื่อง โดยการกด *#7353# แล้วกดโทรออก

7. ถึงแม้ว่ารูปทรงจะสวยราคาจะแรงดีขนาดไหน แต่หากนำไปขายต่อเป็นมือสอง ราคาร่วงแบบเจ้าของน้ำตาไหล

8. Edge Screen มีลูกเล่นที่น้อยไปและให้เลือกเล่นแบบสลับข้าง ทำงานพร้อมกันไม่ได้

9. การชาร์จไฟบางทีพบว่าตัวเครื่องร้อนเกินกว่าปรกติ

10. หน้าจอบางทีแอบเด้งเพราะมือไปโดนขอบ หรือเราเรียกว่า หน้าจอลั่น

ทั้งนี้ทางทีมงาน Dailygizmo ได้แบ่งรีวิวการใช้งานระหว่างชายและหญิงเพื่อให้เกิดความเข้าใจแต่ละคาแรคเตอร์ไว้อย่างง่ายๆ อีกด้วย

S6 Edge สำหรับผู้หญิง

 

S6 Edge สำหรับผู้ชาย

 

บทส่งท้าย :  ดูพฤติกรรมผู้บริโภคมาแบบเห็นได้ชัดว่าผู้ใช้และลูกค้าต้องการอะไรมากในตลาดปัจจุบัน นอกจากคำว่าโทรศัพท์ที่เล่น Internet ถ่ายรูปได้ ตอบโจทย์ออกมาได้ทีละข้อๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ 100% แต่คะแนนความสามารถและตอบสนองการใช้นั้นถือว่าสอบผ่านได้คะแนนดีด้วยอีกต่างหาก ต้องรอดูไปในรุ่นต่อไปที่มีข่าวออกมาเกี่ยวกับ Samsung S6 Edge Plus นั้นจะมีอะไรที่พัฒนาไปไกลกว่าเจ้า S6 Edge มากแค่ไหน ทาง Dailygizmo จะนำมาบอกกล่าวอย่างเร็วเพื่อนท่านผู้อ่านทุกท่านแน่นอน

Via: SamsungThailand สำหรับภาพประกอบการรีวิว

ผู้เรียบเรียง : NuTty m00yAi