หลายคนสงสัยว่าถ้ามือถือต้องอัพเดตระบบปฏิบัติการใหม่นั้นจะเหมือนกับคอมพิวเตอร์หรือไม่นั้นคำตอบนั้นอาจจะมีส่วนที่เหมือนกัน แต่วันนี้จะมานะนำสิ่งที่ควรทำทั้งก่อนและหลังอัพเดตระบบปฏิบัติการมือถือ เพื่อให้ลื่นไหลมากขึ้น จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

สำรองข้อมูลจากตัวเครื่อง

ข้อมูลที่ว่านั้นคือรูปภาพหรือข้อความต่าง ๆ เพราะบางครั้งการอัพเดตนั้นจำเป็นต้องใช้พื้นที่ของเครื่องก็อาจจะทำให้ความจำบางส่วนนั้นถูกลบออกไป ฉะนั้นแล้วเรื่องนี้ถือว่าสำคัญ และไม่ควรมองข้ามเลย ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งจะเก็บบน Cloud หรือให้ Apps สำรองเป็นการใส่เข้าไปในความจำสำรองได้เช่นกัน

เช็คความจำของเครื่อง

การอัพเดตแต่ละทีก็จะมีเรื่องของความจำภายในตัวเครื่องจะต้องเหลือเพียงพอต่อการใส่ ROM ใหม่ และเมื่ออัพเดตเสร็จ ROM ส่วนนั้นก็จะคืนพื้นที่มาให้เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บแล้ว แต่ถ้าพื้นที่เราเหลือไม่เพียงพอ เครื่องก็จะไม่ยอมให้เราอัพเดตได้ง่ายเช่นเดียวกัน

ไฟในแบตเตอรี่ต้องมากกว่า 70%

เพราะเรื่องจากว่าในการอัพเดตจะมีการลง Software หลายตัวทำให้เครื่องนั้นมีการใช้พลังงานเยอะควรจะชาร์จไฟ หรือ ให้แบตเตอรี่นั้นอยู่เกิน 70% เข้าไว้จะเป็นการดี เพราะถ้าเครื่องดับระหว่างการอัพเดตมือถืออาจจะกลับมาใช้ไม่ได้ หรือมีปัญหาในอนาคต

ควร Reset to Factory หรือ คืนค่าโรงงาน ทุกครั้งที่มีการอัพเดตระบบปฏิบัติการใหม่

การอัพเดตที่ว่านั้นเช่นคุณใช้ iOS 10.3.2 เปลี่ยนเป็น iOS 11 หรือ Android 6.0 เปลี่ยนเป็น Android 7.0 ควรจะทำสักครั้ง เพราะเนื่องจากการอัพเดตใหญ่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะและภายในของค่าต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน อาจจะทำให้เครื่องอืดได้ หลักการนี้จะเหมือนกับฝั่ง PC เช่นกัน

4 คำแนะนำนี้ ออกแบบเพื่อให้คุณใช้งานเครื่องได้ลื่นไหลมากขึ้นและสามารถให้คุณใช้งานมือถือหลังอัพเดตได้เต็มที่ ยังไงก็ลองเอาไปใช้ดูว่าลื่นจริงหรือเปล่า จากประสบการณ์ตรงถือว่าดีมากเลยล่ะ