ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ของ Google for Thailand เปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

Google For Thailand

แน่นอนว่าแต่ละประเทศย่อมมีโอกาสและปัญหาไม่เหมือนกัน ซึ่งทาง Google เองก็ได้ร่วมมือทำงานกับภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มองว่าการผลักดันให้คนไทยในทุกภาคส่วนเข้าถึงเทคโนโลยีให้มากขึ้นนั้นจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจของไทยในโตขึ้น จากการสำรวจพบว่า ดิจิทัลอีโคโนมีจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 2 แสนล้านดอลล่าร์ เฉพาะไทยมูลค่าจะอยู่ที่ 37,000 ล้านดอลล่าร์

ถ้าหากเรามองในภาพรวมนั้น เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมเรื่องปัจจัยพื้นฐานอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของอินเตอร์เน็ตที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆบนออนไลน์  ความเร็วอินเตอร์เน็ตของไทยสูงสุดเฉลี่ยเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย ถ้าวัดเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงเป็นอันดับ 2 แถมโครงข่าย 3G/4G นั้นครอบคลุมพื้นที่ 90% ของประเทศเรียบร้อยแล้วซึ่งทาง Google นั้นจะให้ความสำคัญกับประเทศไทยอยู่ 4 ด้านคือ

การเข้าถึงเทคโนโลยี (Access)

การเข้าถึงเทคโนโลยีนี้จะเป็นการสร้างโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งทางกูเกิลเองก็พยายามนำเสนอเทคโนโลยีต่างๆให้คนเข้าถึงเทคโโลยีได้ง่ายขึ้น ซึ่งในบางประเทศนั้นจะมีวางขาย Android Go สมาร์ทโฟนราคาประหยัด ที่แม้จะสเปคต่ำก็สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่น รวมถึงการพัฒนาแอปต่างๆให้มีขนาดเล็กลง เหมาะกับใช้งานกับเครือข่ายมือถือที่มีความเร็วไม่มาก เช่น YouTube Go, Google Maps Go เป็นต้น

ส่วนในไทยเองเพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ก็ได้มีการเปิด Google Station จุดให้บริการไวไฟสาธารณะฟรีในพื้นที่สาต่างๆทั่วประเทศโดยจับมือร่วมกับกสท.  (CAT) ช่วงแรกนั้นใช้บริการได้ 10 จุด เช่น เมกะบางนา ถนนคนเดินจ.พิจิตรและ เชียงคาน จ.เลย โดยจะเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ไทยเองถือเป็นประเทศที่ 4 โลกที่ได้ใช้บริการนี้ การใช้งานก็แค่เลือกเครือข่าย @FreeGoogleStation-CAT จากนั้นก็ล็อกอินด้วยชื่อนามสกุลและเบอร์มือถือก็สามารถใช้งานได้ทันทีโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่งเสริมการศึกษาและทักษะที่จำเป็น (Education and Skill)

ในส่วนของการศึกษานั้น ทาง Google ก็ให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ในการเพิ่มทักษะและความรู้ด้านดิจิทัลผ่านโครงการต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือโครงการ Google Ignite ที่เอาคนที่มีแววมาฝีกอบรมเป็นเวลา 2 เดือน พัฒนาศักยภาพก่อนที่จะส่งต่อให้กับบริษัทต่างๆ ซึ่งก็เรียกว่าได้การตอบรับมาอย่างต่อเนื่อง

ทางกูเกิลเองก็เตรียมเปิด Google Space  ศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรกในเอเชีย ตั้งอยู่ที่ true digital park ซึ่งจะมีคอร์สฝึกอบรมต่างๆ โดยหนึ่งครั้งจะรองรับได้ประมาณ 200 คน

พัฒนาผลิตภัณฑ์และคอนเทนท์ให้เข้ากับคนไทย

หัวข้อต่อมาคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคอนเทนท์ให้เข้ากับคนไทย หนึ่งในหัวหอกก็คือ YouTube ที่คนไทยใช้งานเยอะจนติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก เพื่อเป็นการผลักดันให้เกิดนักสร้างสรรค์หน้าใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาทักษะที่มีอยู่แล้วให้สูงขึ้นไป ทาง Google ก็เตรียมนำ YouTube Pop-up Space กลับมาที่ไทยอีกครั้งนึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ เปิดโอกาสให้เหล่าครีเอเตอร์มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ทะกษะใหม่ๆ พร้อมเรียนรู้การใช้เครื่องมือใหม่ๆในการสร้างสรรค์เนื้อหา

นอกจากนั้นยังมี 2 โครงการใหม่ก็คือ YouTube Next Up มุ่นเน้นฝึกอบรม creator ช่องเล็กๆถึงระดับกลางให้มีทักษะมากขึ้นเป็นเวลา 8 สัปดาห์ และ YouTube for change เปิดให้ครีเอเตอร์ใช้พื้นทีสำหรับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยนำเสนอเรื่องที่เป็นประเด็นให้คนได้ฉุกคิด

ส่วนใครที่ชอบใช้งาน YouTube ทาง Google ได้จับมือกับเครือข่าย Ais เปิดแพคเกจ Youtube Go ดูยูทูปแบบไม่จำกัด เดือนละ 59 บาท

ในส่วนของ Google Maps ก็เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้เหมาะกับประเทศไทย นั่นก็คือการค้นหาเส้นทางสำหรับมอเตอร์ไซด์ วางแผนเส้นทางให้ถึงจุดหมายเร็วขึ้นใช้ machine learning มาช่วยวางแผนเส้นทาง ตรอกซอกซอยต่างๆที่มอเตอร์ไซด์เข้าได้ แถมเอาจุด landmark มาช่วยในการบอกทาง แถมคำนวเวลาแบบ Real-time ช่วยให้วางแผนเดินทางได้ดีขึ้น

ส่งเสริม sme ให้เข้าสู่ดิจิทัล

Google เชื่อว่า SME เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ซึ่งกูเกิลก็มีหลายๆโครงการที่ช่วยผลักดันให้เข้าสู่ออนไลน์ ปัจจุบันมี SME ไทยแค่ 13% เท่านั้นที่มีหน้าร้านออนไลน์

แน่นอนว่าทุก sme ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านออนไลน์ แต่สิ่งที่ Google เน้นย้ำเสมอ ก็คือให้ SME มีตัวตนบนออนไลน์ เวลาที่คนต้องการหาสินค้าและบริการใกล้ตัว ต้องหาข้อมูลเจอเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า เพราะปัจจุบันคนมักจะใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาสินค้าและบริการ ถ้าเรามีตัวตนก็สามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้

Google เองก็มีบริการ Google My Business ให้ SME มาใส่ข้อมูลธุรกิจของตัวเอง เปิดเว็บไซต์ รวมถึงยืนยันตัวตนกับ Google ได้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนซื้อว่าธุรกิจของเรามีตัวตนอยู่จริง ทั้งบน Google Serach และ Google maps แม้จะเป็นบริการฟรีแต่ปัญหาก็คือการยืนยันตัวตนนั้นจะค่อนข้างช้าต้องส่งเอกสารแล้วรอเอกสารตอบกลับจาก Google ทางไปรษณีย์ เพื่อแก้ปัญหานี้เค้าก็เลยจับมือกับธนาคารไทยพานิชย์ ช่วยให้ SME ยืนยันตัวตนง่ายขึ้น โดยจะส่งเจ้าหน้าไปที่ไปช่วยยืนยันตัวตนถึงที่เลยค่ะ