เรียกได้ว่าเป็นโคมไฟที่หลายคนพูดถึงกันมากๆ เพราะราคานี้แหละค่ะ ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่!! ฟังก์ชันการใช้งานของเจ้าตัว Dyson Lightcycle นี้บอกเลยว่า! ไม่ธรรมดาเลย ฉลาดมากกว่าโคมไฟทั่วไปมาก

จริงๆต้องบอกเลยว่า ไฟเนี่ยเป็นส่วนสำคัญมากๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน มันสามารถสร้างซีน สร้างฟิลลิ่ง สร้าง Mood and Tone ได้ ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ตา ความสว่างนี้จะต้องไม่ทำให้ตาเมื่อยล้า 

Dyson Lightcycle

ราคาสูงขนาดนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

Dyson Lightcycle

อย่างแรกเลย ที่ซีประทับใจคือมันเป็นโคมไฟที่หน้าตาดูไม่ค่อยเป็นโคมไฟเลย ซึ่งดีเลยเพราะวางตรงไหนก็เหมาะกับบ้าน ดูออกไปแนวของตกแต่งบ้านไปเลย เรียกว่า เรียบ สวย ดีไซน์ดี การปรับตำแหน่งเลื่อนขึ้นลงของโคมไฟ คือ แปลก มีลูกเล่นในการปรับ แค่ขยับเบาๆที่ตัวแขนของโคมไฟก็จะช่วยจัดตำแหน่งแสงอย่างถูกต้อง ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แบบ 360 องศา

Dyson Lightcycle

หน้าตาดูล้ำสมัยเหมาะกับยุค 2020 อย่างมาก ก็แน่แหละกว่าจะออกมาเป็นเจ้าโคมไฟ Dyson lightcycle ได้เนี้ย เขาใช้เวลาพัฒนานานถึง 2 ปี เลยนะ มีทีมวิศวกรอีก 90 กว่าคน

Dyson Lightcycle

แล้วที่ว่าใช้งานได้ 60 ปี จริงไหม?

Dyson Lightcycle

Dyson Lightcycle เขาใช้ระบบระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี Heat Pipe  เทคโนโลยีท่อถ่ายทอดความร้อน (เทคโนโลยีที่มักจะใช้ในดาวเทียม) ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 60 ปีโดยที่คุณภาพแสงสว่างและสีสันยังคงเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นโคมไฟ LED แบบอื่นๆ เมื่อเราใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ประสิทธิภาพของหลอดไฟก็จะลดลงตามอายุการใช้งาน

โคมไฟอัจฉริยะ ฉลาดสุดๆ

ก็แน่ละโคมไฟนี้รู้ว่าแต่ละที่จะต้องใช้แสงสว่างเท่าไหร่? โดยจะมีเซ็นเซอร์วัดแสงรอบข้างแล้วจะคอยปรับความสว่างโดยอัตโนมัติให้เหมาะสมคงที่ 

Dyson Lightcycle

ฉลาดไปกว่านั้น โคมไฟนี้จะมีอยู่ทั้งหมดสองโทนสี จากขาวไปส้ม ดังนั้นมันจะคอยปรับอุณหภูมิสีและแสงสว่างอย่างต่อเนื่องไปตามแสงสว่างในแต่ละเวลา เช่น การตื่นนอน ให้ไฟอันนี้สว่างขึ้นเรื่อยๆ ตามแสงธรรมชาติ ไฟค่อยๆสว่างตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ไม่ใช่จู่ๆสว่างขึ้นมาทันที เราก็จะรู้สึกตื่นนอนเป็นธรรมชาติ ทำให้เราปรับตัวได้ง่ายขึ้น

Dyson Lightcycle

มีฟีเจอร์เยอะ ทำงานควบคู่กับแอป

บนตัวโคมไฟใช้งานง่าย จะมีปุ่มให้เรากดปุ่มอยู่ ปุ่ม Power จะอยู่ด้านบนสุด ข้างๆก็จะปุ่มปรับสีและความสว่างของแสงไฟ ขาวไปส้ม มืดไปสว่าง คุณก็สามารถเอานิ้วสไลด์ได้เลย ปุ่มตรวจจับการเคลื่อนไหว เปิดไฟเมื่อเราอยู่ใกล้ และปิดไฟเมื่อไม่พบการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 2 นาที ปุ่มปรับแสงไฟอัตโนมัติให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และอีกปุ่มจะเป็นเชื่อมต่อกับแอปค่ะ

Dyson Lightcycle

แน่นอน เชื่อมต่อกับแอปต้องทำอะไรได้มากกว่าเดิม ในแอปจะมีทั้งหมด 4 โหมดพื้นฐานด้วยกัน คือ Boost, Precision, Study, Relax 

Boost Mode Dyson

โหมด Boost

สำหรับงานที่ต้องการเพ่งมองให้ชัดเป็นพิเศษ โหมด Boost จะเพิ่มแสงที่สว่างจ้าและขาวมากกว่าปกติ

Precision Mode Dyson

โหมด Precision

สำหรับงานดีเทลเล็กๆ ต้องการเห็นรายละเอียดมากๆ ช่วยเพิ่มความคมชัดในการมองเห็น  ว่าง่ายๆ สีจะถูกแสดงให้ใกล้เคียงกับคุณภาพของแสงธรรมชาติมากที่สุด เราจะเห็นสีจริงมากที่สุด 

Study Mode Dyson

โหมด Study

สำหรับการเรียนโดยเฉพาะ ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิสีให้สัมพันธ์กับแสงธรรมชาติในพื้นที่ของคุณ สว่างมากพอ และไม่ปวดตา

Relax Mode Dyson

โหมด Relax

จะให้อุณหภูมิสีโทนอุ่นแบบผ่อนคลายด้วยความเข้มแสงต่ำ แต่ยังคงสว่างพอสำหรับการอ่านหนังสือ จะออกแนวส้มๆหน่อย

แต่คุณก็ยังสามารถเพิ่มโหมดได้ตามใจคุณอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โหมด Wakeup หรือ โหมดหลับ โหมดออกไปข้างนอก แสงไฟจะถูกตั้งให้ปิดและเปิดตามเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้ดูเหมือนว่ามีคนอยู่ในบ้าน ใช้เป็นไฟเพื่อความปลอดภัยได้ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมแบบแมนนวลได้ด้วย ลดแสง เลือกอุณหภูมิสี ตั้งค่าแสงส่วนบุคคลได้ผ่านแอป และยังมีพอร์ต USB-C ในตัวเพื่อใช้สำหรับอุปกรณ์ชาร์จอีกด้วย

Dyson Lightcycle

เรียกได้ว่า ฉลาดสุดๆ ซีว่าโคมไฟเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา เพราะเราจำเป็นต้องใช้แสงสว่างที่เพียงพอในการทำกิจกรรมแต่ละอย่าง เพื่อให้ถนอมสายตา ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยไปจนถึงผู้สูงอายุ 

สายตาและสภาพดวงตาแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป โคมไฟนี้เลยพยายามที่จะตอบโจทย์คนทุกวัย โดยการเพิ่มความสามารถให้ปรับความสว่างได้โดยอัตโนมัติ ให้เข้ากับอายุของผู้ใช้งาน เพราะเมื่ออายุเรามากขึ้นกล้ามเนื้อดวงตาจะอ่อนลง และเลนส์แก้วตาจะยืดหยุ่นได้น้อยกว่าเดิม จึงจำเป็นต้องการแสงสว่างที่เหมาะกับอายุเรานั่นเอง 

Dyson Lightcycle

เอาละคะถ้าใครสนใจอยากได้โคมไฟที่ใส่ใจสุขภาพตาเราขนาดนี้ถึงราคาสูงแต่ก็น่าลงทุนแหละเพราะสามารถใช้งานได้ยาวนานถึงรุ่นลูกขนาดนั้นซีว่าดี

Dyson Lightcycle ตอนนี้สามารถจับจองกันได้ที่ www.dyson.co.th และ Dyson Demo สาขาไอคอนสยาม สยามพารากอน และเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าวในราคา 18,900 บาทนะคะ