ไดสันนอกจากขึ้นชื่อเรื่องของเทคโนโลยีการฟอกอากาศแล้ว สิ่งที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ การทดสอบระบบฟอกอากาศให้มั่นใจตามมาตรฐานสากลเพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยปกป้องผู้ใช้จากฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่ตาเปล่ามองไม่เห็น

ทุกวันนี้โลกเรามีมลพิษเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ จนไปถึง PM 2.5 แม้แต่ในบ้านของเราเองก็มีสารพิษที่ตาเปล่าเรามองไม่เห็นอยู่เช่นกัน ซึ่งสารพิษเหล่านี้บางส่วนเกิดจากกิจกรรมที่เราทำในบ้าน เช่น กลิ่นก๊าซหุงต้มจากการประกอบอาหาร, ควันเทียน, สเปรย์ปรับอากาศ สัตว์เลี้ยงในบ้าน ซึ่งสารพิษบางชนิดไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ยิ่งเราสูดอากาศที่มีสารเหล่านี้เข้าไป ย่อมไม่ส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวแน่นอน เพราะตอนนี้บ้านส่วนใหญ่มักจะเป็นระบบปิด ไม่ค่อยให้อากาศจากภายนอกเข้ามาป้องกันมลพิษจากภายนอก พออากาศไม่ถ่ายเท ส่งผลให้สารพิษที่เกิดขึ้นในบ้านยังคงหมุนเวียนอยู่ในที่พัก

เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่หลายบ้านต้องมีติดไว้เพื่อช่วยจัดการมลพิษที่หมุนเวียนอยู่ในบ้าน แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเครื่องฟอกอากาศนั้นจะทำความสะอาดได้ตามมาตรฐานสากล

ทางสถาบันด้านมาตรฐานและเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน (China Household Appliance Standard and Technology Industry Alliance) ได้ทำการออกมาตรฐานสากลสำหรับพัดลมและเครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ  ซึ่งวิธีการทดสอบนั้นเริ่มพัฒนาที่ศูนย์เทคโนโลยี Dyson UK Technology ที่สหราชอณาจักร ด้วยการตรวจวัดมลพิษ,  ดักจับมลพิษ จากนั้นส่งอากาศที่ผ่านการฟอกไปทั่วห้อง

การทดสอบนี้เป็นการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับวิศวกรของไดสันและผู้เชี่ยวชาญจาก CHEARI ในการสร้างห้องขนาด 27 ตารางเมตรขึ้นมา เพื่อจำลองห้องนั่งเล่น ทำความเข้าใจการหมุนเวียนอากาศในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับคนอยู่อาศัยจริง

Charlie Park ผู้บริหารฝ่าย Global Category Director for Environmental Control ของ Dyson กล่าวว่า “หลายคนไม่เคยรู้ว่าบ้านสมัยใหม่ทั่วโลกมักจะเก็บมลพิษและมีการหมุนเวียนอากาศที่จำกัด เราจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะที่สามารถตรวจวัดมลพิษรอบห้องได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการออกแบบฟิลเตอร์ HEPA 360 องศา และระบบกรองฟิลเตอร์คาร์บอนเพื่อช่วยจำกัดมลพิษในบ้าน

ด้วยการทดสอบอย่างเข้มงวดทำให้ไดสันค้นพบการฟอกอากาศอย่างถั่วถึง พร้อมการกระจายพลังลมถือเป็นหัวใจสำคัญ ด้วยเทคโนโลยี Air Multiplie ทำให้สามารถฟอกอากาศได้อย่างน้อยๆวินาทีละ 290 ลิตร ทำให้อากาศในห้องสะอาดทุกซอกทุกมุม ซึ่งผลการทดสอบนี้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของ CHEARI ที่เพิงประกาศออกมา

การทดสอบวิธีใหม่นี้จะประเมินประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศ โดยดูว่าสามารถกรองก๊าซและอนุภาคขนาดเล็กที่เป็นอันตรายได้หรือไม่ มีความสม่ำเสมอในการส่งอากาศบริสุทธิ์กระจายออกไปทั่วห้อง จนไปถึงกระแสลมที่ส่งออกมา ซึ่งเครื่องฟอกอากาศทุกเครื่องจะถูกทดสอบด้วยการใช้ฟังก์ชั่นระบบตรวจจับมลพิษอัตโนมัติ

วิธีทดสอบใหม่นี้ตรงกับ GB/T18801-2015 มาตรฐานของประเทศจีนที่ประกาศใช้อยู่ โดยจะทำการทดสอบในห้องขนาด 12 ตารางเมตรด้วยการเปิดโหมดการทำงานระดับสูงสุด ซึ่งห้องขนาดนี้จะเป็นห้องมาตรฐานที่ทั่วโลกใช้วัดกัน แต่ปัญหาคือมาตรฐานนี้ไม่ได้มีการวัดการทำงานของอุปกรณ์อัจฉริยะหรือวัดการฟอกอากาศให้ห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

เมื่อมีการขยายห้องทดสอบให้ใหญ่ขึ้นเป็น  27 ตารางเมตร ทางไดสันก็มีการเพิ่มเซ็นเซอร์มากขึ้นเป็น 9 ตัวเก็บข้อมูลตลอดเวลา สามารถตรวจจับอนุภาคที่เล็กกว่าเส้นผมถึง 300 เท่า แสดงอออกมาเป็นแผนที่สามมิติ เพื่อช่วยให้ตรวจจับระบบฟอกอากาศอัตโนมัติทำให้มั่นใจว่าในการใช้งานจริงจะฟอกอากาศได้ทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็จะได้คุณภาพอากาศแบบเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนการตั้งค่าด้วยตัวเองหรือใช้เครื่องมอนิเตอร์คุณภาพอากาศราคาแพงๆ

Lu Jianguo  Chief Test Engineer ของ CHEARI กล่าวว่า “เราพยายามค้นหาวิธีที่ช่วยแนะนำผู้บริโภคอย่างแม่นยำเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงและชาญฉลาด รวมถึงเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความจำเป็นของพัดลมฟอกอากาศอัจฉริยะ ไดสันถือเป็นผู้นำในเทคโนโลยีการฟอกอากาศดังนั้นเราจึงร่วมมือทำงานกับวิศวกรของพวกเขาอย่างใกล้ชิด