เริ่มแล้วกับงาน Adobe Max 2020 งานใหญ่ของของ Adobe ที่จะมาโชว์นวัตกรรมด้านความคิดสร้างสรรค์  ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ที่มาเปลี่ยนขั้นตอนและกระบวนการทำงานที่ต่างไปจากเดิม

ทาง Adobe ได้จัดงาน ADOBE MAX 2020 ผ่านทางออนไลน์เป็นครั้งแรกเพื่อโชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆมาช่วยให้กระบวนการต่างๆง่ายขึ้น ตั้งแต่วันที่ 20-22 ตุลาคมนี้ ซึ่งในงานจะมีการไลฟ์ต่อเนื่องถึง 56 ชั่วโมง มี session ต่างๆให้เลือกเข้ามากกว่า 350 session ในหลายภาษา ครบทุกเรื่องที่เราอยากรู้ แถมยังสามารถเข้าชมได้ฟรี

ปีนี้เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม ทำให้การทำงานแบบ Work From Home กลายเป็นวิถีใหม่ ฟากอุตสาหกรรมการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเราเห็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของการทำงานและเรียนรู้ผ่านออนไลน์รวมถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับธีมงานของ Adobe Max 2020 ปีนี้ ที่จะเน้น 4 ด้านหลักคือ


1.เปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ (Disrupt Creative Learning)

Adobe เองถือเป็นชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่รวมนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก เขาก็เอาจุดเด่นตรงนี้มาขยายศักยภาพให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

  • ใน Lightroom จะมีฟีเจอร์ In-app Learning and inspiration ให้ครีเอเตอร์มาโชว์ผลงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ซึ่งงานแต่ละชิ้นก็มีสอนรายละเอีดวิธีการแต่งภาพแบบเป็นชั้นตอน ถูกใจชิ้นไหนสามารถเซฟ Pre-set มาใช้ได้ด้วย ชอบผลงานคนไหนกดติดตามได้เลย
  • ส่วนใครที่อยากเรียนรู้การทำงานของฟีเจอร์ต่างๆก็สามารถเข้าไปที่ Adobe Resource and Personalisation เปรียบเหมือนคลังบทเรียนขนาดใหญ่ให้เรามาศึกษาสิ่งที่ต้องการได้ มีทั้ง บทเรียน, Tutorial, Help
  • Live ในแอปต่างๆของ Adobe จะมาพร้อมความสามารถในการ Live Straming ใครที่มีฝีมือก็ไลฟ์สดสอนเคล็ดลับในการทำงานได้ สามารถใช้งานได้ใน Fresco, Photoshop, illustrator for iPad

2. เร่งความคิดสร้างสรรค์ด้วยการทำงานแบบทีม (Accelerate Team Creativity)

การทำงานวิถีใหม่นั้นเปลี่ยนให้พนักงานแต่ละคนทำงานจากที่ไหนก็ได้ สิ่งสำคัญคือจะผสานการทำงานร่วมกันอย่างไรให้งานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทาง Adobe เองก็ส่งเสริมให้มีการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อผ่าน Creative Cloud Libraries และ Cloud Document

  • Creative Cloud Libraries คลัง Resource สำหรับทำงานร่วมกันข้ามแอปต่างๆในเครือของ Adobe  ได้ มาปีนี้มีการอัปเกรดให้รองรับการทำงานกับ Adobe XD สร้างและเผยแพร่ระบบการออกแบบ รวมทั้งเข้าถึงแอสเซ็ทใน Adobe Spark ได้ นอกจากนั้นยังเชื่อมต่อการทำงานกับแอป Third Party อย่าง G Suite  ได้ผ่านทาง  Library API แบบโอเพ่นสำหรับนักพัฒนา
  • Cloud Document สามารถดู แปลงกลับ และตั้งชื่อสำเนาก่อนหน้าของเอกสาร โดยใช้การสร้างเวอร์ชั่นไฟล์ Cloud Document แบบอัตโนมัติ
  • Invite to Edit สามารถเชิญเพื่อนมาร่วมแก้ไขชิ้นงานได้ โดยจะรองรับ Fresco, Photoshop, Photoshop for iPad ในช่วงต้นปีหน้า

3. ขยายความคิดสร้างสรรค์สู่อุปกรณ์พกพา (Expand Mobile Creativity)

ตอนนี้อุปกรณ์พกพาเริ่มมีประสิทธิภาพสูงขึ้นทำให้เราไม่จำเป็นต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ทาง Adobe ก็มีการขยายผลิตภัณฑ์ไปยังมือถือและแท็บเล็ตมากขึ้น โดยในปีนี้เราจะได้ใช้งานแอปใหม่

  • Illustrator for iPad อีกหนึ่งแอปที่เหล่านักสร้างสรรค์รอคอยก็มาสักที ส่วนฟีเจอร์ต่างๆก็มีการรับฟังเสียงของผู้ใช้ว่าต้องการอะไรบ้าง
  • Fresco for iPhone แอปวาดภาพระบายสีที่ทำงานได้เหมือนกับบน iPad และ WIndows เสริมการทำงานด้วย Cloud Document ส่งผลให้การทำงานข้ามอุปกรณ์ทำได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น

ส่วนแอปอื่นที่มีอยู่แล้วก็มีการอัปเดตปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น


4. ปลดปล่อยพลังจองความคิดสร้างสรรค์ (Unleash new forms of creation)

ในส่วนของแอปต่างๆนั้นก็มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาช่วยให้ทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการนำ Adobe Sensei มาช่วย ตัวอย่างที่น่าสนใจก็มี

  • Photoshop: ฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดตัวใน Photoshop ได้แก่ Sky Replacement ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Sensei รวมไปถึงการเลือก Refine Edge แบบใหม่สองแบบ และฟิลเตอร์ Neural ซึ่งจะขยายขีดความสามารถให้แก่ผู้ใช้ และยกระดับผลงานสร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน ควบคู่ไปกับการเข้าถึงไลบรารีฟิลเตอร์งานศิลป์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดประกายความคิด หรือตกแต่งภาพให้ดูสวยงามมากขึ้น
  • Illustrator และ Illustrator บน iPad: Illustrator บน iPad เวอร์ชั่น 1.0 นำเสนอทางเลือกใหม่ๆ มากมายในการแปรเปลี่ยนไอเดียการออกแบบให้กลายเป็นกราฟิกที่สวยงามและโดดเด่น ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงชุดเครื่องมือหลักและฟีเจอร์ต่างๆ โดยมีฟอนต์อักษรให้เลือกใช้มากถึง 18,000 แบบ และมีฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างเช่น Radial, Grid และ Mirror Repeat  ส่วนบนเดสก์ท็อปนั้น ฟีเจอร์ใหม่ Recolor Artwork ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนธีมสีทั้งหมดได้ง่ายๆ โดยคลิกเมาส์เพียงครั้งเดียว เมื่อใช้แอพ Illustrator บนเดสก์ท็อปและ iPad ผู้สร้างจะสามารถใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น รองรับการสร้างสรรค์กราฟิกที่หลากหลาย ตั้งแต่โลโก้ไปจนถึงภาพประกอบบนเสื้อยืด
  • Fresco บน iPhone: แอพใหม่ Fresco บน iPhone ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นแบบเดียวกันกับ iPad และอุปกรณ์ทัชสกรีน Windows ขับเคลื่อนด้วย Cloud Documents ผู้ใช้จึงสามารถเรียกดูโครงงาน Fresco ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วบนทุกอุปกรณ์ที่รองรับ ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ท็อป มือถือ หรือแท็บเล็ต และสามารถทำงานบนหลายอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ
  • LightroomAdvanced Color Grading ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Lightroom พร้อมความสามารถในการบันทึกไฟล์เวอร์ชั่นต่างๆ ขณะที่คุณแก้ไขภาพ และการปรับปรุงประสิทธิภาพใน Lightroom Classic
  • Premiere Pro: การปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งสำคัญ พร้อมการพรีวิวฟีเจอร์ใหม่ Speech to Text ที่ขับเคลื่อนด้วย Sensei ซึ่งสามารถถอดสคริปต์คำพูดจากวิดีโอ และสร้างคำบรรยายและซับไตเติล
  • After Effects: Roto Brush 2 ที่ขับเคลื่อนด้วย Sensei จะเลือกและตรวจสอบติดตามวัตถุแบบเฟรมต่อเฟรม แยกภาพบุคคลหรือวัตถุออกไปโดยอัตโนมัติ แม้กระทั่งในวิดีโอที่ซับซ้อนที่สุด นอกจากนั้น ฟีเจอร์ใหม่ 3D Design Space ใน After Effects ยังรองรับ 3D Gizmos พร้อมด้วยเครื่องมือกล้องที่ปรับปรุงดีขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยให้ออกแบบงาน 3 มิติได้ดีขึ้นและรวดเร็วมากขึ้น
  • XD: ฟีเจอร์ใหม่ 3D Transforms ช่วยให้นักออกแบบ UI/UX สร้างสรรค์ประสบการณ์ผู้ใช้อย่างมีมิติและเจาะลึกมากขึ้น และสำรวจงานออกแบบ UI/UX สำหรับประสบการณ์ AR
  • Adobe Aero: Aero รุ่นทดลองใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไปบนเครื่องเดสก์ท็อปช่วยให้ผู้ใช้ทุกกลุ่มสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ AR แบบอินเทอร์แอคทีฟที่ชวนดื่มด่ำ

Content Authenticity Initiative

นอกจากเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้นแล้ว ทาง Adobe เองยังให้ความสำคัญกับเหล่านักสร้างสรรค์ ด้วยการเปิดตัว Content Authenticity Initiative (CAI) เพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์สำหรับรับรองความถูกต้องของเนื้อหาคอนเทนต์ที่ถูกเผยแพร่ 

เนื่องจากตอนนี้คอนเทนท์ออนไลน์มีมากขึ้น ทำให้คนเริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตาเห็นนั้นมีความจริงแค่ไหน เพื่อสร้างความโปร่งในชิ้นงาน CAI จะสามารถใช้ตรวจสอบที่มาของคอนเทนท์นั่นเพื่อให้ทุกคนรู้ได้ว่าภาพนั้นมีการแก้ไข ตกแต่งอะไรมาบ้าง ผ่านการใช้เครื่องมืออะไร เพื่อให้มีความโปร่งใส เข้าใจงานชิ้นนั้นได้ดีขึ้น รวมถึงคนทำเองก็ได้รับเครดิตมากขึ้น