เรียกว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนงาน CES 2021 จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า ทางซัมซุงได้เรียกน้ำย่อย อัปเดตนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทีวีและจอภาพที่จะเปิดตัวในปี 2021 นี้

ภาพใหญ่ในปีนี้จะเน้นเรื่องของการใช้งานสำหรับทุกคนหรือ Screen for All ที่ไม่ได้เน้นผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับผู้พิการให้สามารถรับชมทีวีได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น รวมถึงไม่ทิ้งเรื่องของความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนสำหรับทุกคน

Going Green เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ในด้านของสิ่งแวดล้อมนั้นทางซัมซุงใส่ใจตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยลดโลกร้อน เริ่มตั้งแต่ลวดลายบนกล่องที่ไม่เน้นพิมพ์ลวดลายช่วย การผลิตเองก็มีการใช้วัสดุรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบ ลดขยะ E-waste ด้วยการอัปเดตซอฟท์แวร์ให้ใช้งานได้นานขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพของบริการซ่อมหลังการขาย

ในส่วนของบรรจุภัณฑ์นั้นก็จะเป็น Eco-packaging ซึ่งเราก็ได้เห็นการทดลองตลาดก่อนหน้านี้ที่จับมือกับนิตยสาร Dezeen ให้คนร่วมออกแบบกล่องผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปประกอบใช้งานเป็นข้าวของเครื่องใช้อื่นๆได้ เช่น ชั้นวางของ, บ้านแมว ซึ่งปีนี้มีการขยายบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไปยังผลิตภัณฑ์ทีวีกลุ่มต่างๆมากขึ้น คาดว่าจะสามารถลดปริมาณขยะจากกล่องกระดาษลูกฟูกได้ถึง 200,000 ตันต่อปี

ข้ามมาดูในส่วนของรีโมตคอนโทรลกันบ้าง ปีนี้มาในแนวรักษ์โลกสุดๆกับ Solarcell Remote ที่เพิ่มแผงโซลาร์เซลล์เข้าไป เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และแสงจากหลอดไฟในบ้าน หรือ USB ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมรุ่นบุกเบิกจากซัมซุง ที่จะช่วยลดขยะจากถ่านขนาด AAA ได้ถึง 99 ล้านก้อน ภายใน 7 ปี  นอกจากนั้นวัสดุที่ใช้ยังเป็นพลาสติกจากขวดน้ำ รีไซเคิลอีกด้วย

Screen for All ให้ความสำคัญกับผู้พิการ

ในทีวีรุ่นใหม่ๆของซัมซุงนั้นจะมีการเพิ่มฟีเจอร์สำหรับผู้พิการเพื่อให้รับชมทีวีได้อรรถรสยิ่งขึ้น ครอบคลุมทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตาและการได้ยิน โดยหลายๆฟีเจอร์เอา AI มาช่วยเพื่อช่วยกำแพงให้การใช้งานทีวี

  • C See Colors สำหรับคนที่ตาบอดสี ช่วยปรับสีบนจอให้มองเห็นสีได้อย่างถูกต้อง
  • Color Inversion สำหรับคนที่สายตาเลือนลาง (Low Vision) ช่วยทำให้เห็นภาพชัดขึ้น
  • Audio Description ใช้ AI มาช่วยแปลงเสียงที่ได้ยินให้กลายเป็นซับไตเติลสำหรับผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน
  • การอ่านภาษามือ (Caption Moving) ให้สามารถสั่งงานด้วยท่าทางได้
  • ภาษามือ (Sign Language)
  • การขยายภาพ (Zoom) สามารถขยายกรอบการแสดงผลภาษามือให้ใหญ่ขึ้นได้สูงสุด 200%
  • ฟีเจอร์ข้อมูลเสียง (Voice Guide) เพื่อช่วยแนะนำการใช้งานทีวีและรีโมทให้กับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและการมองเห็น ซึ่งทางซัมซุงเองวางแผนที่จะขยายการใช้งานให้กับทีวีรุ่นต่างๆมากขึ้น

Neo QLED เทคโนโลยีจอภาพแห่งอนาคต

เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ในปีที่ผ่านมาทำให้คนใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น ทางซัมซุงมองเห็นโอกาสว่า ทีวีจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น ไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้น แต่สามารถขยายความสามารถให้รองรับการใช้งานต่างๆได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน จนไปถึงการออกกำลังกาย นั่นจึงกลายเป็น Neo QLED ขึ้นมา

Neo QLED นั้นพัฒนาด้วยเทคโนโลยี QLED โดยจะมีรุ่นความละเอียด 4K และ 8K ทีวีรุ่นนี้มาพร้อมนวัตกรรมต้นกำเนิดแสงแบบใหม่ที่เรียกว่า Quantum Mini LED ซึ่งถูกควบคุมอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยี Quantum Matrix และ Neo Quantum Processor ชิปเซ็ตประมวลผลอันทรงพลัง

บนหน้าจอนั้นจะประกอบด้วย Quantum Mini LED ขนาดเล็ก มีขนาดความสูงน้อยกว่าหลอด LED ทั่วไปถึง 40 เท่า แทนที่การใช้เลนส์กระจายแสงและตรึงหลอด LED ให้อยู่กับที่แบบเดิม  โดย Quantum Mini LED จะมีชั้นบางๆ ขนาดไมโครที่มีหลอด LED อยู่มากมายแทน

ด้วยเทคโนโลยี Quantum Matrix ช่วยให้สามารถควบคุมหลอด LED ขนาดเล็กที่เรียงตัวอยู่อย่างหนาแน่นได้อย่างแม่นยำ ปราศจากการอาการ blooming หรือการปนกันของแสงในส่วนที่สว่างและมืด ทำให้ได้ภาพที่คมชัดสวยงาม

นอกจากนี้ Neo QLED ยังเพิ่มความสว่างเป็น 12-bit (4096 steps)ช่วยให้ส่วนมืดของหน้าจอดำสนิท และส่วนสว่างเจิดจ้ากว่าที่เคย ทำให้เกิดประสบการณ์การรับชมเสมือนจริงจากภาพที่มีความสมบูรณ์ของแสงและเงา

ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจาก Neo Quantum Processor ชิปเซ็ตประมวลผลประสิทธิภาพสูงของซัมซุง มีจุดเด่นตรงฟีเจอร์ AI upscaling โดย Neo Quantum Processor สามารถยกระดับความคมชัดของภาพให้เป็น 8K หรือ 4K ถึงแม้ว่าสัญญาณภาพจะมีความละเอียดต่ำ ด้วยโมเดลระบบโครงข่ายประมวลผล (neural network) ถึง 18 โมเดล ที่ถูกพัฒนาเพื่อ AI upscaling และเทคโนโลยี deep learning

ในส่วนของดีไซน์เองก็สามารถเข้ากับทุกสไตล์การออกแบบของบ้านด้วยหน้าจอแบบไร้ขอบInfinity One แบบใหม่ ที่แทบไร้ขอบ ยกระดับการรับชมให้สมจริงด้วยการออกแบบ และรูปทรงที่หรูหรา ยังมี Slim One Connect box กล่องเพื่อจัดระเบียบระบบเคเบิล ที่สามารถถอดเข้าออกได้ เพื่อความสะอาดและสวยงาม

ในเรื่องของเสียงนั้นมาพร้อมเทคโนโลยี Object Tracking Sound (OTS) ที่วิเคราะห์เสียง เพื่อให้เสียงเคลื่อนไหวไปกับภาพแบบเรียลไทม์ และ SpaceFit Sound ซึ่งวิเคราะห์บรรยากาศรอบข้าง เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงอันสมจริง สำหรับพื้นที่ของคุณโดยเฉพาะ

Neo QLED ยังมีสมาร์ทฟีเจอร์มากมาย ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้ ในยุค New Normal ครบถ้วยไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ความบันเทิงและการทำงานจากบ้าน

  • Samsung Health Smart Trainer เปลี่ยนจอทีวีเป็นยิมส่วนตัว มีโค้ชคอยแนะนำการออกกำลังกายให้ทำตามได้ง่ายๆ เล่นเสร็จมีการประเมินคะแนนให้ออกมา พร้อมสถิติเวลาที่ใช้ แคลอรี่ที่เผาผลาญไปด้วยการใช้กล้อง AI จับท่าทางแบบ Real Time
  • ใครที่ชอบเล่นเกมก็มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Super Ultrawide GameView ปรับการแสดงผลให้รองรับจอกว้างได้ถึง 32:9 ทำให้เห็นรายละเอียดได้เกมได้อย่างครบถ้วน ส่วนด้านล่างมีการเพิ่มฟีเจอร์ Game Bar ที่ทำให้เกมเมอร์สามารถควบคุม และตั้งค่าการเล่นเกมได้ดังใจ ไม่ว่าจะเป็น ปรับขนาดหน้าจอ เช็คความเร็วของสัญญาณภาพ (input lag) และการเชื่อมต่อหูฟัง นอกจากนี้ยังมี FreeSync Premium Pro ที่ช่วยให้ภาพไหลลื่นตลอดการเล่นเกม
  • ในส่วนของการสื่อสาร ตอนนี้เราสามารถทำการวิดีโอคอลบนทีวีโดยตรงด้วย Google Duo รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ถึง 30 คน นอกจากนั้นยังมีการใช้ AI กับกล้องมาช่วยติดตามการเคลื่อนไหว ไม่ให้หลุดเฟรมและหลุดโฟกัส แถมยังซูมเข้าหรือซูมออกเพื่อให้ภาพของผู้ใช้อยู่ในขนาดที่เหมาะสม
  • ในส่วนของการทำงาน Work From Home นั้นก็มีการเปลี่ยนทีวีให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ได้ผ่าน Samsung Dex พ่วงด้วยฟีเจอร์ใหม่ PC on TV บนอุปกรณ์ของซัมซุง ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับทีวีได้แบบรีโมต ทำให้การเรียน หรือการทำงานที่บ้านเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เชื่อมต่อ เมาส์ คีย์บอร์ด และคอมพิวเตอร์เข้ากับทีวี

MICRO LED

อีกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจก็คือ MICRO LED ที่หน้าจอประกอบด้วยไฟ LED ขนาดเล็กกว่า 24 ล้านจุด ซึ่งแต่ละจุดสามารถส่องส่วงได้ด้วยตัวเองทำให้ได้ภาพที่ให้สีและความสว่างที่เหมือนจริง โดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องของปัญหา Burn-in ด้วยอายุการใช้งานกว่า 100,000 ชั่วโมง

พร้อมด้วยการออกแบบแบบโมลิธ (Monolith Design) ที่กำหนดโดยอัตราส่วนหน้าจอต่อเครื่องมากกว่า 99% ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้สัมผัสคือคุณภาพของภาพที่น่าทึ่ง ตัวทีวีนั้นยังเป็นแบบโมดูลสามารถต่อเป็นขนาดหรือรูปทรงที่ต้องการได้แบบไร้รอยต่อ

ส่วนฟีเจอร์ใหม่ๆนั้นก็มีน่าสนใจหลายอย่าง เช่น 4Vue (Quad View) เพื่อรับชมเนื้อหาที่แตกต่างกันได้ถึงสี่เนื้อหาพร้อมกันบนหน้าจอเดียว นอกจากนี้ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกได้หลายเครื่องเพื่อเล่นเกมไปพร้อมกัน หรือสามารถสตรีมในขณะเล่นวิดีโอเกม

ฟากของเสียง นั้นจะให้เสียงที่สมจริงด้วยเทคโนโลยีเสียง Majestic ด้วยระบบบเสียง 5.1 ที่น่าทึ่งโดยไม่มีลำโพงภายนอก ซึ่งจะเปลี่ยนทุกห้องให้กลายเป็นโฮมเธียเตอร์สุดหรู

ต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Lifestyle TV

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Lifestyle TV 2021 จะเน้นเรื่องของดีไซน์ และรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความสนใจ และรสนิยมของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป โโยจะประกอบด้วย  The Frame (เดอะ เฟรม), The Serif (เดอะ เซรีฟ), The Sero (เดอะ เซโร), The Terrace (เดอะ เทอร์เรซ), และThe Premiere (เดอะ พรีเมียร์)

The Frame มากับนวัตกรรมที่พร้อมมอบอิสระในการปรับแต่งที่มากขึ้น ในรูปร่างที่บางลงครึ่งหนึ่งจากรุ่นเดิม พร้อมกับดีไซน์ที่สร้างมิติให้ใกล้เคียงกับกรอบรูปของจริงยิ่งขึ้น มีสีกรอบให้เลือกถึง 5 สี 2 สไตล์ ได้แก่ สไตล์โมเดิร์น (Modern) และสไตล์ขอบลึก (Beveled) เพื่อให้เข้ากับสุนทรียะของทุกห้อง

 ด้วย Art Store รุ่นใหม่ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้มากว่า 1,400 ชิ้น และด้วยระบบ AI-based auto-curation ทีวีจะสามารถเลือกแนะนำภาพที่เหมาะกับรสนิยมของคุณได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

The Serif (เดอะ เซรีฟ) เน้นเป็นความเป็นทีวี+เฟอร์นิเจอร์สวยๆเข้ากับทุกสไตล์การแต่งบ้าน

The Sero (เดอะ เซโร) เพิ่มฟีเจอร์หมุนจออัตโนมัติตามมือถือ รองรับเสียง 4.1Ch

The Terrace (เดอะ เทอร์เรซ) ทีวีสำหรับใช้นอกบ้านเช่น ระเบียง มาพร้อมคุณสมบัติ IP55 กันละอองฝน กันฝุ่นและกันความร้อนได้

The Premiere (เดอะ พรีเมียร์) โปรเจคเตอร์จิ๋วขยายภาพได้สูงสุดเทียบเท่าจอ 130 นิ้ว เพิ่มคุณสมบัติรองรับ HDR10 สามารถวางห่างผนังแค่ 4.4 ก็สามารถใช้งานได้

ทั้งหมดนี้คือนวัตกรรมใหม่จากค่ายซัมซุงที่เรียกว่าน่าจะสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับวงการทีวีได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ https://www.samsung.com/.