เทรนด์แรกเลยก็คือ การยกโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้โดยที่คุณไม่ต้องเดินทาง จะปรึกษาหมอ เช็คอาการป่วย สั่งยาทำผ่านออนไลน์ ถือเป็นการสร้าง Social Distancing และลดโอกาสสัมผัสเชื้อระหว่างกันได้

เราได้เห็น Platform ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ช่วยตรวจจับอาการป่วยรูปแบบใหม่ จากการติดตามข้อมูลสุขภาพ  ประเมินได้เบื้องต้นได้ผ่านแอปพลิเคชัน อย่างเช่น แอปพลิเคชัน Epsy ที่สามารถติดตามอาการชักและสุขภาพร่างการจากกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้สามารถรู้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของการชักเพื่อการป้องกันแบบทันท่วงที หรือ Anura แอปพลิเคชันวัดความดันโลหิตได้เพียง 30 วินาทีด้วยการแปล่งแสงจากโทรศัพท์

ไฮไลท์ในปีนี้คือ อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันโควิด-19 อย่างเช่น เครื่องกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่น เชื้อโรคและไวรัส, Smart watches ต่าง ๆ ที่มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น การวัดออกซิเจนในเลือด การวัดคลื่นหัวใจ การวัดความดันโลหิต Biobutton เซนเซอร์แปะอกซ้ายที่สามารถวัดหัวใจ อุณหภูมิ และสุขภาพเบื้องต้นได้

อีกทั้ง ยังอาจมีการนำ AI และหุ่นยนต์มาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการลูกแลรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล มาช่วยในการให้คำปรึกษาและประเมินอาการเบื้อง เพื่อลดการพบปะ และลดภาระของบุคคลากรทางการแพทย์ได้ และอาจมีการใช้แว่นตา VR มาเป็นตัวช่วยในการพบปะระหว่างหมอและคนไข้ได้อย่างสมจริง

ทุกอย่างนี้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแพทย์ รวมไปถึงสามารถกระจายโอกาสทางการรักษาไปได้ในวงกว้างให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลา นับว่าปีนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะทำให้มนุษย์เรามีตัวเลือกในการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น