ปัจจุบันเทรนด์ร้านค้าออนไลน์ที่ใช้โซเชียลมีเดียวต่างๆ เป็นช่องทางในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่าการจัดการร้านค้าออนไลน์เหล่านี้หลังบ้านมักมีปัญหาและเกิดการตกหล่นของออเดอร์หรือผิดพลาดในส่วนของการจัดการระบบสต็อก จนเป็นเหตุให้บางครั้งก็อาจทำให้เสียโอกาสลูกค้าเป็นจำนวนมากไป วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ SHOPLINE ผู้นำระบบจัดการร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซและโซเซียลคอมเมิร์ซแบบครบวงจร (Global Smart Commerce Enabler) เบอร์หนึ่งในเอเชีย ผู้ให้บริการระบบหรือตัวช่วยในการจัดการร้านค้าอีคอมเมิร์ซ และ โซเชียลคอมเมิร์ซ หรือที่เรียกว่า Global Smart Commerce Enabler เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวงการอีคอมเมิร์ซไทย ด้วยที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับสามารถ ก้าวเข้าสู่ตลาดดิจิทัลได้อย่างเต็มตัวและแข็งแกร่ง

SHOPLINE คือ

บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติฮ่องกงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยชูจุดเด่นของการเป็น ผู้ให้บริการด้านระบบการจัดการร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจร ได้แก่ การสร้างเว็บไซต์หน้าร้าน การตลาด ออนไลน์ ระบบการจัดการออเดอร์ การจัดการสต็อกสินค้า ระบบการชำระเงิน และการทำ CRM  รวมถึงตัวช่วย ในการสร้างเว็บไซด์ของร้านค้าที่สามารถทำได้ง่ายดาย พร้อมมีระบบเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ ผู้ประกอบการหรือธุรกิจสามารถเริ่มต้นการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซหรือมีหน้าร้านที่เป็นร้านค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ภายใต้งบประมาณและทรัพยากรที่จำกัด ที่ผ่านมาได้ช่วยให้ภาคธุรกิจทั้งที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ และธุรกิจ SMEs ให้ประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ตลาดดิจิทัลมาแล้วมากมาย อาทิ Durex, Bee Cheng Hiang และ Hiwalk รวมทั้งมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 250,000 รายทั่วโลก และมีการเข้าถึงลูกค้ามากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2556 SHOPLINE ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งเงินทุนชั้นนำระดับโลก มากมาย อาทิ 500 Startups, SXE Ventures, Ardent Capital, Coent Venture Partners, Alibaba Entrepreneur Fund , China Development Financial และ JOY Inc. ได้รับการยอมรับในฐานะ พาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Google ในการเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าแรกที่ได้เข้าไปทำ ตลาดในจีน รวมถึง Facebook Marketing Partner ล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือ ของ SHOPLINE ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

SHOPLINE ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเอเชีย

นอกจากนี้ ยังขยายตลาดในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากที่ฮ่องกงแล้ว ยังมีจีน ไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และล่าสุดคือ ประเทศไทย โดยปี 2563 ที่ผ่านมาพบว่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย เติบโตแบบก้าวกระโดด มีมูลค่ากว่า 270,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากการตัวเร่งของปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาด ที่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้หันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านทางออนไลน์มากขึ้น และเชื่อว่า จะยังเป็นแรงขับเคลื่อนทำให้อีคอมเมิร์ซไทยมีทิศทางการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

SHOPLINE มองตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย

โทนี่ หว่อง (Tony Wang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SHOPLINE กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย กำลังเติบโตอย่างเห็นได้ชัดและถือเป็นหนึ่งในสามของประเทศที่มีการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซมากที่สุดในภูมิภาค แต่ในทางกลับกันพบว่ามีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการทำธุรกิจ บนออนไลน์ SHOPLINE ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยทำให้ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ประสบความสำเร็จในการ เข้าสู่ตลาดดิจิทัลมาแล้วในหลายประเทศ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะนำพาธุรกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ด้วยบริการต่าง ๆ ที่เรามี รวมถึงบริการที่พัฒนาขึ้นมาใหม่สำหรับตลาดในประเทศไทยโดยเฉพาะด้วย

“การขยายธุรกิจและบริการของ SHOPLINE สู่ประเทศไทยในครั้งนี้ เราจะทำเต็มที่และสุด ความสามารถในการช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ธุรกิจไทยทุกขนาดได้ก้าวออกไปสู่ตลาดโลกได้กว้างขึ้นอย่างเท่า เทียม และเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสนับสนุนการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์และธุรกิจ SMEs ไทยไป ด้วยโซลูชั่นที่เราพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการไทยและคนไทยโดยเฉพาะ”

และนี่คือ SHOPLINE ผู้นำระบบจัดการร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซและโซเซียลคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ที่อาจจะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวงการร้านค้าและธุรกิจออนไลน์รูปแบบใหม่ให้กับคนไทยในเร็วๆ นี้